บันเทิง

Eat play life:'อ้วนบันเทิง'

Eat play life:'อ้วนบันเทิง'

11 พ.ย. 2557

'อ้วนบันเทิง' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
          ราวๆ 10 ปีที่แล้วมีข่าวว่าครอบครัวของ เจซีย์ เจมส์ ฟ้องร้องต่อศาลโดยมี 'แม็คโดนัลด์' เป็นจำเลยด้วยข้อหาว่าด้วย การเป็นต้นเหตุที่ให้ลูกของเธออ้วนผิดปกติ
 ครอบครัวของอเมริกันชนรายนี้บอกว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าลูกของเธอชอบกินฟาส์ตฟู้ดและในแต่ละสัปดาห์จะเข้าไป 'แดกด่วน' ในแม็คโดนัลด์อยู่บ่อยๆ คดีนี้ถือเป็นกรณีศึกษา(case study) ที่น่าสนใจในลัทธิบริโภคของสังคมยุคใหม่ แม้ว่าที่สุดแล้วศาลจะไม่รับฟ้องด้วยฝ่ายเสียหายไม่มีเหตุผลเพียงพอ
 
          ผมคิดว่าการที่ฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่งจะถูกฟ้องว่าทำให้ลูกค้าของเขาอ้วนนั้น มีมิติด้านวัฒนธรรมมากกว่ากรณีที่ผู้เกี่ยวข้องของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้ฟ้องนักเขียนของ ทันย่า กรอตเตอร์ ว่าได้ลอกเลียนแบบพ่อมดของเธอ (ด้วยการให้มีรอยบากบนหน้าผาก, มีเวทมนตร์และต้องต่อสู้กับฝ่ายอธรรม) เสียอีก
 
          การฟ้องร้องฟาสต์ฟู้ดในข้างต้นนั้น เป็นผลพวงจากการให้ความสำคัญต่อ 'ปัจเจกบุคคลเป็นใหญ่' ในสังคมอเมริกัน สังคมที่ป่าวประกาศว่าสิทธิของมนุษย์นั้นอยู่เหนือทุกอย่าง นั่นทำให้คดีในแต่ละปีที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องนั้นมีมากมายมหาศาล เป็นความมากที่ไร้สาระและมีสาระ
 
          ผู้เสียหายอ้างว่าอาหารที่ลูกเธอกินนั้นไม่มีประโยชน์ และมีส่วนผสมทำให้อ้วนง่าย
 
          ผมไม่เคยชอบฟาสต์ฟู้ด แต่เรื่องนี้ผมคิดว่าผู้จำหน่ายสินค้าไม่มีความผิด ถ้าเราจะเข้าป่า ไม่ว่าจะไปตัดต้นไม้หรือท่องเที่ยว เราก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้างในป่า
 
          ในทำนองเดียวกัน, ถ้าสมมติว่าฟาสต์ฟู้ดมีความผิด (ซึ่งมีสิทธิ์จะเกิดได้ในอนาคต เพราะสังคมยุคใหม่ นักธุรกิจก็ฉลาดพอที่จะแก้กฏหมายเป็นกันชนเอาไว้) ธุรกิจประเภทหนึ่งที่อาจจะต้องเดือดร้อนแน่นอนก็คือ 'เกมโชว์ทางทีวี'
 
          ในตะวันตกนั้น รายการเกมโชว์ถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมบันเทิงที่เรียกว่า light entertainment อันดับต้นๆ ที่ครองใจคนดูมายาวนานไม่ต่ำกว่า 50 ปีเข้าไปแล้ว สาเหตุหนึ่งก็เพราะมันเป็นความบันเทิงที่ 'ไปด้วยกันได้ดี' กับรูปแบบหรือลักษณะของ 'การใช้ชีวิต' ของคนดูทางบ้าน
 
          ไม่ว่าเกมโชว์นั้นๆ หรือของประเทศใดจะมีชื่ออะไร หัวใจอย่างหนึ่งของรายการประเภทนี้ก็คือการขายความตื่นเต้นทางอารมณ์ต่อคนดู โดยมีนายหน้าเป็นเสียงของพิธีกรบ้าง อาการปรบมือของกองเชียร์หน้าม้า(ในนามของผู้ชมในห้องส่ง)บ้าง และเอฟเฟกท์อื่นๆ ที่ทางรายการเซตไว้
 
          เป้าหมายทางการตลาดของเกมโชว์นั้น โดยส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่คนที่มีการศึกษามากๆ คนกลุ่มนี้มักจะถูกโอ้โลมง่ายด้วยกลวิธีของเกมโชว์ บางคนอาจจะเคยดูเกมโชว์ของอเมริกาหลายๆ รายการ สิ่งหนึ่งที่จะเห็นเสมอก็คือการมีอารมณ์ร่วมของคนดูทางบ้านในห้องส่ง
 
          เรื่องแบบนี้บางทีก็ถูกจัดวางเอาไว้แล้วโดยสคริปต์ (เช่นรายการของเจอร์รีย์ สปริงเกอร์, ไมเคิล มอร์แกน) แต่บางรายการก็อารมณ์ร่วมของผู้ชมก็เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นสูงสุดของ 'อารมณ์-ความรู้สึก' แบบนี้ ไม่ได้ตกอยู่กับเกมโชว์ แต่ตกอยู่กับธุรกิจดื่มกินและขบเคี้ยว
 
          เนื่องเพราะเมื่อเวลาใดก็ตามที่ร่างกายคนเราเกิดอาการตื่นเต้นทางอารมณ์ (ไม่ใช่อารมณ์ทางเพศ) ร่างกายจะผลิตสารตัวหนึ่งที่มีหน้าที่ย่อยอาหารหรือของเหลวออกมา จะรู้หรือไม่ก็ตาม แต่ขณะนั้น ร่างกายต้องการสิ่งตอบสนองอย่างไม่รู้ตัว
 
          นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไม อเมริกันชนจำนวนมากถึงต้องกินมันฝรั่งและดื่มเบียร์หน้าจอทีวี จนกลายเป็น 'แบบแผนทางวัฒนธรรม' ที่ต้องกระทำ อันไม่ต่างจากขนบธรรมเนียมของการไปคาราโอเกะที่ต้องสั่งอาหารและสั่งเพลง
 
          ในฐานะคนที่ไม่ชอบฟาส์ตฟู้ดตลอดชีวิต แต่ก็ยังมองเห็นว่า ไขมันเอย ความอ้วนเอย ไม่ได้ซ่อนอยู่แค่อาหารแดกด่วน แต่มันมากับเรื่องบันเทิง ที่ต้องอาศัยของขบเคี้ยว 
 
           อาการอ้วนจึงมาได้หลายทาง แม้จะไม่ฟาส์ตฟู้ดก็ตาม
 
.......................................
(หมายเหตุ 'อ้วนบันเทิง' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)