
ขบคิดขีดเขียน:'ออกเดินทางกันเถอะ'
11 พ.ย. 2557
'ออกเดินทางกันเถอะ' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
นั่งเขียนต้นฉบับคราวนี้ จากเมืองอินเทอร์ลาเก้น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กันเลยทีเดียว จุดมุ่งหมายของการเดินทางทริปนี้คือ การขึ้นไปชื่นชมความงามของยอดเขายุงเฟรา ภูเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี และมีสถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรปอีกด้วย การเดินทางท่องยุโรปคราวนี้ของมณีใช้รถไฟเป็นส่วนใหญ่ค่ะ เรียกว่าสะดวกสบายก็ได้ แต่จะว่าลำบากก็ลำบากค่ะ เพราะในหลายครั้งที่เราต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟนั้น เรามีเวลาน้อยมาก บางทีเพียงแค่สิบนาที คุณสามีของหญิงยศไม่มีเวลามองหาลิฟต์หรือบันไดเลื่อน จำเป็นต้องยกกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่วิ่งขึ้นลงบันได เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะไม่ตกบันไดกัน
เมื่อเดินทางมาถึงเมืองอินเทอร์ลาเก้น ซึ่งเป็นฐานที่เราจะขึ้นไปยอดเขายุงเฟรานั้น เราก็ขอนอนเอาแรงก่อนหนึ่งคืน พอตอนเที่ยงเราก็เริ่มการเดินทางขึ้นรถไฟกันไปสองคน ต้องเปลี่ยนรถไฟสองจุด กว่าจะขึ้นถึงยอดเขาค่ะ คราวนี้แม้ไม่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ แต่การเปลี่ยนขบวนรถไฟนั้นต้องทำที่สถานีที่อยู่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ อากาศก็น้อยลงทุกสถานีที่ไปถึง เรามีเวลาเปลี่ยนขบวนรถไฟเพียงแค่สิบนาทีอีกแล้ว แต่คราวนี้เราวิ่งไม่ได้ อากาศบางมาก ถ้าหากวิ่งต้องมีเป็นลมล้มพับกันไปแน่ๆ ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงค่ะ เราก็มาถึงยอดเขายุงเฟราเวลาประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง ขบวนรถที่จะลงจากยอดเขาคือเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง นั่นหมายความว่า เรามีเวลาเดินเที่ยวหนึ่งชั่วโมง ตอนแรกฟังดูเหลือเฟือมาก แต่พอเอาเข้าจริงๆ เรากลับมาที่สถานีรถไฟกันแบบฉิวเฉียดมาก เพราะอย่างที่บอกคือ ข้างบนยอดเขานั้นอากาศน้อย เดินนิดเดียวก็เหนื่อย บางคนสภาพร่อแร่ บางคนลงนั่งอาเจียนอยู่กับพื้นก็มีค่ะ หญิงยศกับสามีได้แต่มองหน้ากันแล้วขอบคุณพระเจ้า ที่ให้เราสองคนตัดสินใจออกเดินทางตั้งแต่วันที่ยังมีเรี่ยวแรง ยังสามารถขนกระเป๋าวิ่งขึ้นลงรถไฟ ยังสามารถหายใจต่อสู้กับความกดอากาศที่ไม่คุ้นเคย ยังสามารถเดินอ้อมภูเขาและกลับมาที่จุดนัดพบได้ภายในหนึ่งชั่วโมง
อยากฝากถึงหลายๆคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน แล้วคิดว่าไว้แก่แล้วค่อยเที่ยวค่ะว่า อย่าไปรอเลย การออกเดินทางนั้นมันต้องใช้แรงกายแรงใจเยอะมาก จงออกเดินทางเสียตั้งแต่วันที่ร่างกายเรายังไหว สมองเรายังรวดเร็วและฉับไวในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีอยู่วันหนึ่งที่หญิงยศกับสามีจูงมือกันเดินอยู่ที่นิวยอร์ก แล้วก็ได้ยินเสียงสามีพูดว่า “นี่ถ้าเราแก่กว่านี้ เราเดินขนาดนี้ไม่ไหวแล้วนะ” ร่างกายคนเรามันทรุดโทรมลงตามอายุนะคะ เมื่อเราเดินทางในวันที่ร่างกายไม่พร้อมนั้น ต่อให้วิวข้างหน้าจะสวยบาดตาขนาดไหน เราก็มองแทบจะไม่เห็น ซึ่งมันน่าเสียดายค่ะ สิ่งที่หญิงยศได้เห็นตลอดการเดินทางขึ้นและลงจากยอดเขายุงเฟรา รวมถึงวิวข้างบนนั้น มันคือความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างแท้จริง เราออกเดินทางไม่ใช่แค่จากประเทศบ้านเกิด แต่เราเดินทางออกจากตัวของเราเองค่ะ
เรามุ่งหน้าออกมาเพื่อให้รู้ให้เห็นว่าโลกภายนอกนั้นกว้างใหญ่มากขนาดไหน เราได้เรียนรู้ว่า โดยแท้จริงแล้วตัวเราเป็นเพียงแค่ผงธุลี ไม่ได้มีความจำเป็นใดๆ กับโลกนี้เลย เราเป็นเพียงแค่กลไกเล็กๆ ที่มาสร้างสมดุลให้แก่โลกนี้เท่านั้น แต่เราเองนั่นแหละที่วิ่งหนีความสมดุล แล้วหลงคิดว่า ตัวข้านี้ช่างใหญ่โต เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ปัญหาทั้งหลายที่เราเจอก็ช่างยากเย็นประหนึ่งจุดจบของโลกนี้ การเดินทางไปเห็นโลกกว้างจะทำให้เราได้เข้าใจว่า ที่เราคิดนั้นไม่จริงเลย เราเป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ นิดเดียว ที่แม้จะหายไปก็ไม่ได้มีผลกระทบใดๆ แต่ชีวิตแม้เล็กน้อยแต่มันก็มีค่านะคะ เพียงแค่อย่าลืมอย่าหลงไปจากความจริงที่ว่า เราเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เราควรใช้ชีวิตให้มีประโยชน์และมีความสุข ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น สุดท้ายมันก็เป็นเพียงแค่เรื่องสมมุติที่เราหลงไปให้ความสำคัญกับมันมากเกินไปเท่านั้นเอง โลกไม่ได้หมุนรอบตัวใครทั้งนั้น โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเราค่ะ
หญิงยศอยากให้ทุกคนออกเดินทางตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ใช่เพราะแค่เรื่องของพละกำลังเท่านั้น แต่ความจริงข้อนี้ ที่ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติได้เร็วเท่าไหร่ เราก็จะหาจุดสมดุลของความสุขในชีวิตได้เร็วขึ้นเท่านั้น...อย่ารออีกเลยค่ะ
.......................................
(หมายเหตุ 'ออกเดินทางกันเถอะ' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)



