
มายาวิชั่น:'เดอะ วอยซ์3น่าขบคิด'
05 พ.ย. 2557
'เดอะ วอยซ์3น่าขบคิด' : คอลัมน์ มายาวิชั่น เทพิตา
ผ่านมาถึง ซีซั่น 3 แล้วก็จริง แต่รายการเรียลิตี้โชว์ ประกวดร้องเพลง เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์ เสียงจริง ตัวจริง ทาง ช่อง 3 ก็ยังได้รับการตอบรับจากคนดูในระดับดีเยี่ยม เรียกว่ากระแสยังแรงดี ไม่มีตก ต้องยอมรับว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะคุณภาพด้านเสียงของผู้ประกวดจริงๆ รวมถึงการผลิตรายการที่โดยรวมออกมาแล้วเป็นรายการที่ดูสนุกและเพลิน แบบรู้สึกว่าทำไมรายการจบเร็ว จบแล้วยังไม่อยากให้จบ
นอกเหนือจากคุณภาพด้านเสียงของผู้ประกวดจะเป็นจุดขายสำคัญให้คนดูสมัครเป็นแฟนคลับรายการนี้ อีกส่วนสำคัญ คือ โค้ชทั้ง 4 คนของรายการ ที่เป็นน้ำจิ้มชั้นดีที่ปรุงรสกับคุณภาพด้านเสียงของผู้แข่งขันให้รายการดูกลมกล่อม ความต่างของทั้ง 4 ต้องบอกว่ายังลงตัว ที่เพิ่มเติมเข้ามาและทำให้สนุกขึ้นคือ คารมและมุขของหนึ่งโค้ชอย่าง “ก้อง” สหรัถ ที่ๆ ผ่านมาอาจดูเงียบ แต่มาคราวนี้เซอร์ไพรส์คนดู เมื่อรวมกับ เจนนิเฟอร์ คิ้ม, โจอี้ บอย และ “แสตมป์” อภิวัชร์ แล้ว ดูยังไงก็ลงตัว
ถึงตอนนี้รายการเดินทางมาถึงรอบ Battle หลังผ่านรอบ Blind Audition มา แต่ดูเหมือนว่าในรอบ Battle นี้จะมีดราม่าเล็กๆ ทำให้เป็นกระแสพูดถึงและถกเถียงของคนดู ในเทปการ Battle ของ ลูกทีมแสตมป์ ระหว่าง “ฟาร์ม” และ “โอม” ในเพลง รักแรกพบ (ออกอากาศ 19 ต.ค.) ที่มาคิดดูแล้ว 2 คนนี้ไม่น่ามาเจอกันในรอบนี้เลย เพราะต่างคนต่างมีดีและไม่ควรต้องมีใครต้องตกรอบ 1 คนก่อนเวลาอันควร และทันทีที่แสตมป์ประกาศให้ “ฟาร์ม” เป็นผู้ชนะ คนดูหลายเสียงติงว่าการ Battle ครั้งนี้ “โอม” ทำได้ดีกว่า เทปนี้ตอนออกอากาศก็ได้นั่งดูอยู่ และความรู้สึกส่วนตัวก็รู้สึกว่า “โอม” นั้นทำได้ดีกว่า “ฟาร์ม” จริงๆ ในเรื่องเสียงและการร้องแบบเฉือนไปนิดๆ แต่ในเมื่อโค้ชแสตมป์เป็นผู้เลือกแล้วว่า “ฟาร์ม” ดีกว่าในสายตาเจ้าตัวก็ถือว่าสิ้นสุด (อย่างน้อยถ้ามีการสตีล “โอม” จากโค้ชคนอื่น ไม่ให้ตกรอบ อาจทำให้กระแสโจมตีไม่มีอย่างที่เห็น)
โดยหนึ่งในเสียงวิจารณ์ที่บอกว่า “โค้ชแสตมป์” เหมือนจะเลือก “หนุ่มฟาร์ม” ไว้ในใจแล้ว เหมือนเลือกมาจากบ้าน ก็เป็นเรื่องให้น่าขบคิด แล้วเหตุผลอะไรที่ “แสตมป์” ต้องทำเช่นนั้น ก็มีเหตุผลรองรับให้ต้องพินิจพิจารณา คือ ตั้งแต่ในรอบ Blind Audition นั้น “หนุ่มฟาร์ม” นั้นโดดเด่นมาก ในเรื่องเสน่ห์ส่วนตัวและความมีสไตล์เป็นของตัวเอง แฟนคลับที่ชื่นชอบและเชียร์หนุ่มคนนี้มีมากขึ้นทันตาแบบแซงหน้าคนอื่นไปหลายขุม นั่นอาจทำให้ “แสตมป์” มองว่าหนุ่มคนนี้สามารถเอาไปทำอะไรได้ ปั้นให้เป็นดาวจรัสแสงได้ง่าย
ย้อนกลับไปใน เดอะ วอยซ์ ซีซั่น 2 ก็มีกรณีดราม่าคล้ายๆ กันนี้ ในรอบ Knock Out ในทีมของ “คิ้ม” ระหว่าง “แนน” ในเพลง ฉันไม่ใช่นางเอก กับ “ลูกพีซ” กับเพลง Titanium ที่คนดูครานั้นต้องอึ้งเพราะผู้ชนะที่ “คิ้ม” เลือกกลับเป็น “แนน” เพราะในสายตาและความรู้สึกคนดูส่วนใหญ่มองว่า “ลูกพีซ” เหนือกว่าในเรื่องคุณภาพเสียงและการร้อง ครั้งนั้นคนดูก็รู้สึกว่า “คิ้ม” เลือก “แนน” ไว้ในใจก่อนแล้ว ด้วยการแสดงออกว่าชอบคนนี้เป็นพิเศษตั้งแต่รอบแรกๆ บวกกับบุคลิกส่วนตัวที่เด่นและมีจุดขายให้ทีมตัวเองได้
แต่ของแบบนี้ก็เป็นเรื่องรสนิยม ความชอบ ความรู้สึก และสายตาของโค้ชที่อาจไม่เห็นพ้องต้องกันกับคนดู บางทีการเลือกของโค้ชทั้งกรณี “คิ้ม” และ “แสตมป์” ที่ไม่ค่อยโดนใจคนดูกลุ่มใหญ่อาจไม่ได้มีปัจจัยอื่นที่ถูกวิจารณ์จากแฟนรายการ แต่ทั้งหมดเล็งเห็นความเก่งของคนนั้นจริงๆ แต่ถ้าการตัดสินใจจะเลือกผู้ชนะด้วยปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่ใช่เสียงอย่างเดียวแบบวัดกันที่รอบต่อรอบ โดยเฉพาะเอาถึงเรื่องจุดขายแบบต่างๆ ที่โดดเด่นของผู้เข้าประกวดแต่ละคนมาเป็นตัวเลือก เพื่อให้ทีมตัวเองโดดเด่นและเหนือกว่าทีมอื่น ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะจะทำลายความขลังของรายการ เพราะอย่าลืมว่ารายการนี้ควรวัดผู้ชนะจากเสียงจริงๆ รวมถึงทำลายศรัทธาของผู้ชมคนดูที่รักรายการนี้...
.......................................
(หมายเหตุ เดอะ วอยซ์3น่าขบคิด : คอลัมน์ มายาวิชั่น เทพิตา)



