
พีคน้ำตาคลอ!เปิดใจเลิกเต๋อ
01 พ.ย. 2557
พีค แถลงทั้งน้ำตารับเป็นฝ่ายตัดสินใจเลิก เต๋อ ทั้งที่ยังรัก ระบุอยู่ในสถานะเพื่อนมาเกือบเดือนแล้วชี้สาเหตุจากปัญหาสะสม ปัดมีมือที่3 ขอโทษแฟนคลับทำให้ผิดหวัง
1 พ.ย.57 หลังจากที่นายฉันทวิชช์ ธนะเสวี หรือ "เต๋อ" นักแสดงและนักเขียนบทชื่อดัง ออกมายอมรับว่า ได้ยุติความสัมพันธ์ในฐานะแฟน กับ น.ส.ภัทรศยา เครือสุวรรณ หรือ "พีค" นักแสดงสาวชื่อดัง ทั้งที่คบหาดูใจกันมากว่า 7 ปี ด้วยเหตุผลมีความเข้ากันในบางเรื่องไม่ได้ ซึ่งพยายามปรับเข้าหากันมาโดยตลอด แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจร่วมกันว่าควรจะหยุดความสัมพันธ์ไว้เท่านี้ ทั้งที่ยังรักกันมาก
ล่าสุด เมื่อเย็นวันนี้ 1 พ.ย.57 น.ส.ภัทรศยา แถลงข่าวเปิดใจเป็นครั้งแรก ถึงสาเหตุการเลิกราแฟนหนุ่มนักแสดง เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริษัทนาดาว ท่ามกลางความสนใจของกองทัพสื่อมวลชนมากมายที่มาทำข่าว
โดย น.ส.ภัทรศยา กล่าวทั้งน้ำตาตั้งแต่พูดประโยคแรกว่า รู้สึกว่าไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่สำหรับการแถลงข่าวครั้งนี้ เนื่องจากสภาพจิตใจยังไม่ดีขึ้น ยังคงเสียใจ และร้องไห้อยู่ ต้องมีเพื่อน พี่น้อง ให้กำลังใจ และต้องการคนอยู่รอบข้าง ส่วนสาเหตุที่เราต้องหยุดความสัมพันธ์ เหมือนที่พี่เต๋อเคยให้สัมภาษณ์ไว้ทั้งหมด มันเป็นปัญหาสะสม ที่เราทั้งคู่พยายามแก้ไขกันมาสักพัก ยอมรับว่าพีคเป็นคนตัดสินใจที่จะหยุดความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 7 ปี มันดีมากๆ เราเป็นแฟนที่รักกันมาก แต่การจะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกัน ซึ่งหมายรวมถึงการมองไปถึงเรื่องแต่งงาน ไม่ใช่แค่ความรักเพียงอย่างเดียว มันคือการใช้ชีวิตร่วมกัน ถามว่าอิ่มตัวมั้ยกับเรื่องความรัก ที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องของความอิ่มตัว พีครักพี่เต๋อมาก
"แต่มันเป็นเรื่องของปัญหาจากที่เคยเป็นปัญหาเล็กๆ ซึ่งสะสมมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีใครอยากให้ออกมาเป็นอย่างนี้ เราทั้งคู่เลยคุยกันว่า เราอยากให้ความรู้สึกทั้งหมดหยุดไว้ที่ตรงนี้ เราไม่อยากเกลียดกัน อยากให้มันเป็นอย่างนี้ คือให้เรายังมีความรักให้กันและกันต่อไป ที่ผ่านมาทุกคนคอยคาดหวังที่จะให้คู่ของเรามีวันนั้น คอยให้กำลังใจ คอยเชียร์ตลอด พีคต้องขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง" น.ส.ภัทรศยา กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากนิสัยส่วนตัว หรือมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนไปหรือไม่ น.ส.ภัทรศยา กล่าวยอมรับว่า ในเวลาที่ทั้งคู่เริ่มต้นคบหาดูใจกัน ตอนนั้นตนยังเด็ก แต่เมื่อโตขึ้นความคิด ประสบการณ์และวัยวุฒิมากขึ้น ก็มีความคิดอีกอย่างหนึ่ง
"พีคไม่อยากให้ชีวิตคู่จบลงด้วยการเลิกรา หากแต่งงานไปแล้ว เราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เราทั้งคู่พยายามกันมาจนถึงที่สุดแล้วจริงๆ ถามว่าเสียดายเวลาที่ผ่านมามั้ย พีคบอกเลยว่า ไม่เสียดาย เขาเป็นคนดีมาก เขาทำให้เรามีความสุข แต่ก็เสียใจและเสียดาย ที่มันไม่สามารถมีวันนั้นได้ ระยะเวลาที่เราไม่ได้ใช้คำว่าแฟน ประมาณ 1 เดือน แต่เราทั้งคู่ยังพูดคุยกันตลอด มีการโทรหากันบ้าง ส่งข้อความให้กันบ้าง ผลัดกันปลอบใจ ผลัดกันเสียใจ จนตอนนี้เลิกพูดถึงเรื่องนี้แล้ว เพราะเรายังทำใจไม่ได้"
น.ส.ภัทรศยา กล่าวถึงในส่วนเรื่องการทำงานว่า เรายังทำงานร่วมกันได้ อย่างธุรกิจร้านขนมที่ทำร่วมกันก็ยังคงเหมือนเดิม เราได้คุยกันแล้ว พี่เต๋อจะเป็นคนออกมาขายหน้าร้านบ้าง ส่วนพีคจะอยู่ในครัว ในส่วนของครอบครัวของเราทั้งสองคนเข้าใจ เพราะพวกท่านเห็นเรารักกันมานาน เห็นว่าเรามีความสุขแค่ไหน ทุกคนเข้าใจ แต่สุดท้ายก็ต้องจบ และแยกทางกัน ครอบครัวก็ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ส่วนประเด็นที่มีรูปปาปาราซซีของ น.ส.ภัทรศยา กับชายหนุ่มนิรนามหลุดออกมา ขณะไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง รวมถึงมีประเด็นที่ว่า บุคคลที่แทรกเข้ามาคือทายาทตึกใบหยก น.ส.ภัทรศยา ยืนยันว่า "เรื่องทายาทตึกใบหยก ตนไม่รู้จักอย่างแน่นอน ขอยืนยันตรงนี้เลยว่า เรื่องมือที่สามไม่มีแน่นอน และบุคคลในภาพที่เห็นเป็นเพื่อนของพี่ชาย ซึ่งเป็นรูปที่นานมาแล้ว ส่วนโอกาสที่จะกลับมาคืนดีกัน ตอนนี้พีคเป็นคนตัดสินใจที่จะอยู่กับปัจจุบัน เราต้องเดินหน้ากันต่อไป และต้องขอโทษที่ทำให้หลายคนผิดหวังทั้งที่มีหลายคนคอยเชียร์และให้กำลังใจคู่เรามาโดยตลอด" น.ส.ภัทรศยา กล่าว



