
เล่นหูเล่นตา:เดินทาง(3)
27 ต.ค. 2557
เดินทาง(3) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
การเดินทาง คือ การเปิดโลกเพื่อการเรียนรู้และปรับตัวให้อยู่อย่างมีความสุขในโลกอันแสนวุ่นวายและสับสนใบนี้ …
จุดประสงค์ของการไปต่างประเทศของบางคน คือ หนทางหลบลี้ผู้คนและสังคมที่เป็นอยู่อย่างซ้ำซากและน่าเบื่อ ไปในที่ๆ ไม่มีใครรู้จักเรา ได้เป็นตัวของตัวเองได้ ไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำเพื่อรักษาภาพลักษณ์ใดๆ …
ในช่วงเวลาที่เดินปะปนท่ามกลางผู้คนที่ไม่รู้จัก ไม่เข้าใจในภาษาและวัฒนธรรม ไม่มีใครสนใจใคร ฉันได้รับรู้ถึง “ความโดดเดี่ยว อ้างว้าง” ฝูงชนเป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวไปมาตามวิถีของแต่ละคน ฉันไม่สามารถสัมผัสความรัก ความเกลียดชัง ความผูกพัน หรือความลุ่มหลงใดๆ ในนั้นได้แม้แต่นิดเดียว ต่างคนต่างไม่สนใจกัน ความรู้สึกแบบนั้นถ้ามันเกิดขึ้นตรงกับจังหวะที่เราต้องการปลีกตัวหรือกบดาน มันก็คงเหมาะ แต่ในระยะยาวฉันว่าเราจะรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง ถูกผลักออกจากวัฏจักรของสายสัมพันธ์ เอาเป็นว่า … มันโคตรเหงาก็แล้วกันนะคะคุณ!
หลายครั้งที่ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจ “กรูมาที่นี่ทำไม? … กรูคิดถึงบ้าน คิดถึงคนชาติเดียวกัน จะดีเลวอย่างไร เราก็อยู่ด้วยกันมาได้จนถึงวันนี้ ท้ายที่สุดก็แยกย้ายกันตายด้วยหนทางที่แตกต่างตามบุญกรรมที่ได้สร้างมา ...” ในห้วงคำนึงนั้นฉันแหงนหน้ามองตึกโบราณที่ตั้งตระหง่านท้ากาลเวลามาเป็นร้อยๆ ปี มันเป็นแค่วัตถุ ความสำคัญของมันไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามหรือตั้งอยู่มานาน แต่อยู่ที่เหตุการณ์และผู้คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับตึกนั้น ตึกมันไม่มีความรู้สึก ไม่มีชีวิต มันเป็นแค่เครื่องเตือนความทรงจำ …
ที่อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ อากาศเย็น 10 กว่าองศา บางวันดูครึ้มๆ ตึกสีทึมๆ แม่เจ้า! … ถ้ามาคนเดียวคงเหงาตาย! นี่ดีที่ยังมีสีเกด คุณผู้จัดการคอยอยู่เคียงข้าง เป็นเพื่อนแท้ นางสนองพระโอษฐ์ และเครื่องบอกทิศทางในเวลาเดียวกัน นางรู้ใจและตามใจฉันแม้ว่าสิ่งนั้นจะขัดใจนางแค่ไหนก็ตาม นางเป็นคนคนเดียวที่ฉันเอาเปรียบความรู้สึกแล้วไม่ค่อยรู้สึกผิด ด้วยรู้ว่านางนั้นเป็นคนที่มี “ความจงรักภักดีสูง!” ผิดกับนังนุชนาฎ ถ้าเอามันมาด้วยอีกคน คราวนี้แหละกลายเป็นทริปทัศนศึกษาของเด็กพิเศษที่ต้องเอาอกเอาใจและระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือนความรู้สึก เพราะอินุชจะกำมือแน่น กระทืบเท้าและเถียงคำไม่ตกฟาก! บางครั้งฉันก็ไม่รู้ว่า มันเป็น “ลูกน้อง” หรือ “ลูกน้อย” กันแน่!
กรุงอัมสเตอร์ดัม นอกจากเป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว ยังเป็นเมืองหลวงของ “จักรยาน” อีกด้วย เพราะมีจักรยานถึงล้านกว่าคัน มีเลนพิเศษไว้เฉพาะจักรยาน มีกฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อผู้ขี่จักรยาน หากเกิดอุบัติเหตุกับจักรยานให้ถือว่าจักรยานเป็นฝ่ายถูกและถึงตรวจสอบพบว่าจักรยานเป็นฝ่ายผิดเต็มๆ รถยนต์ก็เป็นฝ่ายรับผิดชอบความเสียหายครึ่งหนึ่งอยู่ดี (ไม่ต้องจ่ายทั้งหมด) ฝูงจักรยานแล่นไปมาบนถนนตลอดทั้งวันในช่วงเช้าและเย็น ตอนเลิกงานจะแน่นขนัดจนแทบจะไม่มีที่เดิน แต่คนที่นี่เขาก็ไม่ปั่นจักรยานเปะปะบนทางเท้า เขาจะปั่นเฉพาะในเลนของเขาเท่านั้น ยกเว้นเข้าออกซอกซอย อันนั้นก็ตามสบาย
คนที่นี่ใช้จักรยานกันถึง 60% อีก 40% ใช้รถยนต์ เพราะรถยนต์ที่นี่ถึงแม้จะราคาถูกกว่าบ้านเรา แต่หาที่จอดรถยากมาก ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ มีบ้านหลังเล็กๆ อยู่ในซอยข้างคูคลอง ออกรถยนต์มาใหม่ๆ ก็ต้องมีใบขอจองพื้นที่จอดรถ กว่าจะได้ใบอนุญาตจอดรถแบบถูกกฎหมายก็ต้องรอถึง 5 ปี (รถเก่าพอดี) อย่ากระนั้นเลยใช้จักรยานนี่แหละประหยัดสุด บางคนใส่สูทปั่นจักรยานไปทำงานเท่มาก! บางคนมีตระกร้าเสริมให้ลูกนั่งปั่นไปไหนก็ได้ …
ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ “หน้าตาของคนที่นี่ ชาวดัตช์” ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายหน้าตาดี 90% ขอบอก (หน้าตาแตกต่างกัน ดูมีเอกลักษณ์ คนที่นี่ไม่บ้าทำศัลยกรรม) ผู้หญิงสูงเฉลี่ย 170 ซม. ผู้ชายสูงเฉลี่ย 180 ซม. คุณสีเกดสังเกตเห็นว่า ผู้ชายที่นี่ไว้ผม 3 แบบ แบบที่ 1 ผมหยิกเป็นลอนตามธรรมชาติ แบบที่ 2 ผมตรง และแบบที่ 3 ไม่มีผมเลย (หัวล้าน) แต่ถึงจะไม่มีผมก็ยังดูดี เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้ากับกางเกงยีนก็หล่อแล้ว คนที่นี่ชอบใส่สีฟ้ากับสีน้ำเงิน แสงแดดที่นี่สวยมาก สะท้อนสีได้สวยกว่าบ้านเรา …
ระหว่างที่เดินเล่นไป ชมผู้ชายไป กลิ่น “ กัญชา ” ตามร้านก็ลอยออกมาปะทะจมูกเป็นระยะ เดินดมจนมึน … จะอ้วกแตกอยู่แล้ว! ทำอย่างไรได้ ที่นี่มี 2 สิ่งที่ค้าขายกันอย่างเสรี “กะหรี่” กับ “กัญชา” (ขออภัยที่ต้องใช้รากศัพท์เดิมเพื่อจะได้เห็นภาพและได้กลิ่น) ลูกค้าที่มีอายุเกิน 18 สามารถเดินเข้าไปในร้านขายกัญชาซื้อได้ไม่เกินคนละ 5 กรัม นั่งสูบกันอย่างเมามัน สั่งอาหารและขนมหวานมากินแบบชิลๆ ร้านเปิดตั้งแต่เช้า เมากันเต็มที่ … ท้างวัน! ส่วนคนที่เดินไปมาบนท้องถนนก็สูบบุหรี่ปุ๋ยๆ ควันลอยมาสุมหัวคนที่เดินตามแล้วแต่ทิศทางลม เขาให้สูบบุหรี่ในที่สาธารณะได้ตามสบาย … แต่กรูจะตายเพราะแพ้ควันนี่แหละค่ะคุณ!
ที่นี่เป็นเมืองที่ให้อิสระอย่างมากมาย ใครอยากทำอะไรก็ทำไป … แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็อยู่ในกฎระเบียบของประเทศ จุดขายที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้สถาปัตยกรรม ตึกรามบ้านช่อง คูคลอง พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะห์ (Van Gogh Museum แสดงผลงานของ วินเซนต์ แวนโก๊ะห์, ปอล โกแกง, เลอมิตเต้ ชอง ฟรานซัว มิลเล่ และโมเนต์ มาเนต์) คือ “เรดไลท์ซีเครท” (Red light secret) ย่านโคมแดงที่ค้าประเวณีกันอย่างถูกกฎหมายมาตั้งแต่พ.ศ.2543 ฉันเดินชมสถานที่ย่านโคมแดงที่ตั้งประจัญหน้ากับโบสถ์แห่งหนึ่งเป็นแนวยาว ไม่ว่าจะเป็นความบังเอิญหรือความตั้งใจก็แล้วแต่ มันคือภาพสะท้อนความจริงของชีวิตมนุษย์ เราดำรงอยู่ระหว่างความดีกับความชั่วเสมอ ขึ้นอยู่กับจะเลือกไปทางใด
“เออ … ดีเนอะคุณพี่ … เที่ยวผู้หญิงเสร็จก็แวะมาสารภาพบาปฝั่งตรงข้ามเลย” สีเกดว่า
ที่ตั้งชื่อว่าโคมแดง เพราะนางจะเปิดไฟนีออนสีแดงไว้หน้าบ้าน (ร้าน) เป็นตึกหน้าแคบเรียงกันเป็นแนวยาว หน้าร้านเป็นห้องกระจกใส คุณเธออยู่กันคนละห้อง ใส่ชุดชั้นในตัวจิ๋วปิดแบบปริ่มๆ โชว์สินค้าให้เห็นกันทุกคนอณูรูขุมขน มีตั้งแต่รุ่นสาวยันรุ่นดึก ผอมเพรียว อวบ ถึงขั้นหลวม (ตัวกลมยังกะอนาคอนด้า) บางนางโพสต์เคาะกระจกเรียกแขก บางนางก็นั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ สูบบุหรี่ปุ๋ยๆ ลูกค้าบางคนเดินผ่านหยุดยืนชี้ชวนกันดูนางแล้วหัวเราะ นางคว้าเก้าอี้ฟาดกระจกเลยค่า … เสียงดังตึงๆ “ ไม่ซื้ออย่ามาดู กรูไม่ใช่ตัวตลก ” (นางคงว่างั้น!) พวกนางเสียภาษีแพงกว่าอาชีพอื่น เพราะค่าตัวนางแพง ชั่วโมงละ 6,000 - 14,000 บาท แล้วแต่วันและเวลา อย่ามาดูถูก! ฉันอยากจะยกมือไหว้พวกนางงามๆ สักที เพราะนางเสียตัวยังได้ตังค์ ส่วนฉันที่ผ่านมาเสียแต่ตังค์แล้วก็ยังไม่ได้เสียตัว!
ลองนึกภาพตัวเองเข้าไปยืนอยู่ในห้องกระจกแทนนาง คงต้องเอามือปิดหน้า ไม่ใช่อายแต่ถ้าเปิดหน้าคงเน่าคาตู้! ขายไม่ออก ลูกค้ากลัว! ลูกค้าผู้ชายเดินเข้าไปติดต่อเจรจาแล้วหายแว้บเข้าไปในห้องกระจก ซึ่งด้านหลังเป็นห้องนอน มีห้องน้ำในตัว ที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะตอนกลับมานอนที่โรงแรมเปิดทีวีไปเจอช่องโปรโมทการค้าประเวณีของที่นี่ นางเชื้อเชิญขายของเต็มเหนี่ยว … ตรงไปตรงมา ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ พูดอย่างทำอย่างแบบบางประเทศมั้ยคุณ มันคืออาชีพที่เก่าแก่ที่สุดอาชีพหนึ่งซึ่งมีมาตั้งแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบัน ทำเงินมหาศาล แต่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ คนดัตช์เขาหันซ่องเข้าโบสถ์เลยค่าคุณ … คนหัวโบราณคงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
ฉันเดินเข้าซอยนั้นเดินออกซอยนี้ ใกล้ๆ กันมีพิพิธภัณฑ์โคมแดง (Red light secret Museum) มีร้านขายเครื่องมือเครื่องใช้บำรุงบำเรอกามารมณ์กันสุดเหวี่ยง! ช่างเป็นเมืองที่เปิดเผยเสียจริงๆ ถ้าคนที่นี่ไม่เครียดจัดก็คงหมกหมุ่นกับเรื่องนี้จัด เพราะในย่านอื่นๆ มีร้านขายชุดชั้นในเซ็กซี่อยู่มากมาย ที่เมืองไทยเราจะมีเฉพาะในห้าง ไม่ค่อยแยกตัวออกมาขายเดี่ยวๆ แบบนี้ พวกฝรั่งนักท่องเที่ยวก็เดินเข้าไปในร้านเลือกซื้อกันอย่างมีความสุข เหมือนซื้อกระเป๋า หรือ รองเท้า บางร้านจัดหน้าร้านสวยไฮโซมาก ชุดละเป็นหมื่น แค่ยกทรงกับกุงเกงลิงตัวกระจิ๊ด เอิ่ม … ในภาวะเศรษฐกิจโลกรัดรึง เอ๊ย รัดตึงแบบนี้ จะมีอะไรกันทีใส่ชุดชั้นในตัวละเป็นหมื่น งั้นถอดให้หมดเลยดีมั้ยจะได้ไม่เปลือง แต่ก็อย่างว่าล่ะ เรื่องแบบนี้มันคือส่วนหนึ่งของอารมณ์มนุษย์ จะดิบหรือประณีตแค่ไหนขึ้นอยู่กับใจของคนคนๆ นั้น อาหารการกินยังประณีตได้ เซ็กส์ก็คงไม่ต่างกันใช่มั้ยคะคุณ … ยิ่งเขียนยิ่งโป๊! แต่พอก้มดูตัวเอง เอ่อ … พุงปิดหมดแล้วค่ะคุณ!
โปรดติดตามตอนต่อไป
.......................................
(หมายเหตุ เดินทาง(3) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



