บันเทิง

หยุดเรื่องรักพักหัวใจคุยกับสาววัยใส‘โฟกัส จีระกุล’

หยุดเรื่องรักพักหัวใจคุยกับสาววัยใส‘โฟกัส จีระกุล’

25 ต.ค. 2557

หยุดเรื่องรักพักหัวใจ คุยกับสาววัยใส‘โฟกัส จีระกุล’ : เรื่อง : เสาวลักษณ์ ปึงทมวัฒนากูล ภาพ : วริศรา วุฒิกุล

             ก้าวสู่วงการบันเทิงตั้งแต่ยังเด็ก ล่าสุดนางเอกสาว โฟกัส จีระกุล  กำลังมีผลงานการแสดงกับค่ายใบโพธิ์ในภาพยนตร์เรื่อง "ดิอายส์ ไดอารี่ คนเห็นผี" ที่ร่วมแสดงกับ "ปั้นจั่น" ปรมะ อิ่มอโนทัย อีกทั้งยังเป็นการแสดงภาพยนตร์ผีครั้งแรกอีกด้วย งานนี้ "คมชัดลึก" เลยไม่พลาดที่จะขอคิวสาวโฟกัสมาร่วมพูดคุย เพื่อให้แฟนๆ ได้รู้จักสาวคนนี้มากขึ้น

*** ว่าด้วยผลงานปัจจุบัน ***

@ กับภาพยนตร์เรื่อง ดิอายส์ ไดอารี่ คนเห็นผี ที่กำลังจะเข้าโรงภาพยนตร์ในเร็วๆ นี้

             ในเรื่องนี้รับบทเป็นปลา เป็นวิญญาณสาวที่ยังวนเวียนอยู่รอบๆ คนรัก ที่จริงในตัวบทด้วยความที่เราต้องเล่นเป็นผี เราไม่เคยรู้สึกมาก่อนว่าคนที่ตายแล้วนั้นมีความรู้สึกอย่างไร เลยรู้สึกว่ามันอยากกว่าการแสดงทั่วไป เพราะไม่รู้ว่าจะต้องแสดงอย่างไร ต้องแสดงออกขนาดไหน และในเรื่องต้องเล่นเป็นผีที่กลัวผี เพราะเพิ่งตายก็เลยยังไม่ชิน (หัวเราะ) ซึ่งการที่ต้องแสดงอาการกลัวผีนั้นยากมาก เพราะโดยส่วนตัวไม่เคยเจอผีมาก่อน เป็นคนไม่มีเซ้นส์ ไม่เคยเจอก็เลยไม่กลัวผี แต่ไม่เคยลบหลู่นะ ถามว่าอยากเล่นเป็นผีไหม จริงๆ ก็รับเล่นได้ทุกบทนะ อยากลองเล่นทุกบทที่เขาเสนอมา ไม่ว่าจะเป็นหนังหรือละครเราต้องอ่านบทก่อนทุกครั้ง ถ้าบทถูกใจก็ไม่มีปัญหาแถมเรื่องนี้มีพี่มะเดี่ยว (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล) มาเป็นผู้กำกับด้วย หนังเรื่องนี้ก็เลยยิ่งน่าสนใจ

@ ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว และ "ปั้นจั่น" ปรมะ อิ่มอโนทัย เป็นอย่างไรบ้าง

             หนูไม่เคยร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวมาก่อน คือทุกคนจะรู้ว่าในกองกับนอกกองเขาจะเป็นคนละคนกัน อย่างเวลาอยู่ในกองหนังเขาจะเป็นคนที่ทุ่มเท จริงจังกับงานมากๆ ขนาดไม่สบายยังลุกมาทำงานได้ แต่ถ้าอยู่นอกกองเมื่อไหร่เขาจะเป็นคนเฮฮาสนุกสนานทันที กับพี่ปั้นจั่น เราเคยร่วมงานกันครั้งหนึ่ง ตอนที่เจอเขาครั้งแรก คิดว่าเขาจะเป็นคนขรึมๆ แต่พอได้ร่วมงานจะทราบว่าเขาเป็นคนสนุกสนาน เข้ากับคนอื่นๆ ได้ง่าย และจะชวนเราเล่นโน่นเล่นนี่ตลอดเวลา ในกองเขาจะโดนเราแกล้งบ่อยๆ เวลาแกล้งพี่ปั้นจั่นจะสนุกมาก เพราะเขาจะมีความเป็นเด็กสูง แต่เวลาทำงานเขาจะกลายเป็นคนจริงจัง และตั้งใจทำงาน  ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเนื้อเรื่องภาพยนตร์กึ่งๆ ดราม่ามันจะทะมึนทั้งเรื่อง

*** งานและการเรียน ***

@ ที่ผ่านมาต้องไปถ่ายทำที่เชียงใหม่ กระทบการเรียนไหม เพราะได้ยินว่าเรียนค่อนข้างหนัก

             ตอนที่ไปถ่ายเป็นช่วงปิดเทอมยาว  6 เดือน  เลยไม่กระทบกับการเรียนเลย ยอมรับว่าเรียนหนักเพราะตอนนี้หนูอยู่ปี 4 แล้ว กำลังจะทำทีสิสอยู่ ซึ่งต้องทำหนังสั้นส่ง คือเรียนไม่เยอะแต่งานที่จะต้องส่งเยอะ ซึ่งงานพวกนี้เราต้องลงมือทำเอง ส่วนใหญ่จะเป็นงานกลุ่ม คือที่คณะจะมี 3 สาขา ออกแบบ แสดง และผลิต ซึ่งทั้ง 3 สาขา จะเรียนกันคนละด้าน ซึ่งต้องเอามารวมกันเพื่อที่จะทำหนังขึ้นมาเรื่องหนึ่งทุกคนก็ต้องช่วยๆ กัน 

@ เรียนหนักกระทบกับการทำงานไหม

             จริงๆ หนูไม่ค่อยรับงานอยู่แล้ว ถ้าเป็นช่วงเปิดเทอม ส่วนใหญ่จะเลือกรับงานเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ หรือเป็นช่วงเวลาหลังเลิกเรียน ถ้ารับได้ก็จะรับ แต่หลังจากนี้คงจะไม่ค่อยเห็นหน้าสักเท่าไหร่ คือหนูไม่ใช่คนที่เรียนเก่งนะ แต่เราอยากเรียนให้จบไปก่อน ถ้าเรียนจบจะได้มีเวลาทำอย่างอื่นที่เราอยากทำ

@ อยากทำเบื้องหลังบ้างไหม

             ไม่เลย เรื่องงานเบื้องหลังหนูรู้สึกว่ามันยากมาก เราไม่ถนัดด้านนี้สักเท่าไหร่  เรียนมาเรารู้สึกได้เลยว่าไม่ได้เก่งด้านนี้ มีเพื่อนๆ หลายคนที่เรียนมาด้วยกันเก่งกว่าเรามาก ถ้าจะทำงานเบื้องหลังก็น่าจะเป็นงานเขียนบทมากกว่า จะให้ไปกำกับหรือทำงานเบื้องหลังอย่างอื่นบอกได้เลยว่าลำบาก เพราะทุกวันนี้เวลาทำงานกับเพื่อนก็ชอบทะเลาะชอบเถียงกับเพื่อน ขอทำงานคนเดียวสบายๆ ดีกว่า จริงๆ แล้วเป็นคนที่ไม่ค่อยวางแผนเรื่องอนาคตของตัวเองสักเท่าไหร่ ถ้าอยากทำจะทำเลย ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออกขอเรียนจบก่อนแล้วค่อยว่ากัน

*** คิดอย่างโฟกัส ***

@ เข้าวงการมานาน ก่อนเข้าและหลังเข้าวงการเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

             ถ้านับกันจริงๆ หนูเข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ แต่ตอนนั้นจะเป็นงานโฆษณามากกว่า พอได้เล่นหนังเรื่องแรกก็เริ่มมีคนรู้จักเรามากขึ้น ตอนแรกที่เข้าวงการมันจะสนุกกับมันมาก เพราะเป็นของแปลกใหม่สำหรับเรา แล้วตอนนั้นเราก็เด็ก มีคนมาทักเราก็ดีใจว่ามีคนรู้จัก แต่พอเริ่มโตขึ้นความคิดเริ่มเปลี่ยน อาจเป็นเพราะว่าช่วงนั้นมันเป็นวัยที่เริ่มมีโลกส่วนตัวมากขึ้น ก็เริ่มรู้สึกว่าการทำงานไม่ใช่ความสนุกมันกลายเป็นหน้าที่ ต้องพยายามยอมรับว่าเราต้องเป็นคนของสังคม ต้องวางตัวดีๆ

@ รู้สึกไหมว่าช่วงวัยรุ่นของเรามันหายไป

             หายไปเยอะเลย แต่ช่วงวัยรุ่นที่เราหายไปนั้น กลายเป็นว่าเราก้าวนำเพื่อนๆ ที่อยู่ในวัยเดียวกัน 2 ก้าวเสมอ เพราะในขณะที่เพื่อนๆ กำลังเรียน แต่เราหาเงินให้แม่ได้แล้ว มันเป็นสิ่งที่ต้องแลกกัน ยอมรับว่าเสียดายเวลาช่วงนั้นมาก เพราะเป็นช่วงชีวิตที่เราไม่สามารถย้อนกลับไปได้ เรามีโอกาสอายุ 15 ปีแค่ครั้งเดียวในชีวิต ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปใช้ชีวิตช่วงนั้นได้ ก็ได้แต่ยอมรับมัน เพราะมันเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำ

@ อยู่วงการมานาน คิดอย่างไรกับวงการบันเทิง

             วงการบันเทิงมันไม่ได้เปลี่ยนไปมากกว่าแต่ก่อนนะ ถ้าจะถามว่าเปลี่ยนตรงไหน น่าจะเป็นเรื่องข่าวมากกว่า มันมีความแรงมากขึ้นทั้งตัวดาราเอง และตัวข่าวด้วย เมื่อก่อนนักข่าวจะไม่อะไรสักเท่าไหร่ ซึ่งเราต้องเรียนรู้และยอมรับกันไปว่าเดี๋ยวนี้กับแต่ก่อนมันไม่เหมือนกัน

*** โฟกัสและแม่ ***

@ กับคุณแม่สนิทมากไหม

             สนิทมาก... เรานอนด้วยกันทุกวัน เวลาไปไหนท่านก็ตามรับตามส่งตลอด ดีเหมือนกันนะ คุณแม่ของเพื่อนๆ ไม่ตามรับตามส่งแล้ว แต่แม่ของเรายังตามรับตามส่งอยู่ ถามว่าอึดอัดไหมก็นิดหนึ่ง แต่ชินแล้วนะ แต่เพื่อนของเราไม่ค่อยชิน เพื่อนๆ จะกลัวคุณแม่มาก เพราะท่านจะเป็นคนที่ดุ ท่านจะมีเบอร์โทรศัพท์เพื่อนของหนูทุกคน มีเบอร์เพื่อนทั้งคณะแล้วมั้ง (หัวเราะ) เวลาเขาโทรหาเราไม่ติดเขาจะโทรไปหาเพื่อนของเราทุกคน ที่ผ่านมาท่านเป็นห่วงเรามาก ด้วยความที่เป็นลูกสาว ยิ่งเราทำงานในวงการบันเทิงท่านก็ยิ่งหวง แต่ในความหวงคือความเป็นห่วง คุณแม่จะบอกตลอดว่าท่านห่วงเรา หนูคิดว่าเป็นเพราะแม่จะเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายมาก ส่วนหนูจะเป็นคนที่มองในแง่ดีมาก แม่จะสอนหนูเสมอว่าให้มองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อน เพราะมันจะเหมือนการป้องกันตัวเอง แต่เราจะชอบเถียงกับแม่ว่าการคิดแบบนั้น มันจะทำให้ไม่มีความสุข แต่สุดท้ายเราก็ฟังแม่อยู่ดี

@ กับการใช้ชีวิตในวงการบันเทิงคุณแม่สอนอะไรเราบ้าง

             แม้คุณแม่จะไม่ได้เป็นดารา แต่ท่านจะสอนเราเสมอเรื่องการวางตัว การรักษาเวลาและมารยาท ท่านจะบอกเสมอว่าการรักษาเวลาเป็นสิ่งสำคัญ เวลาทำงานต้องไหว้ทุกคนในกอง ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร จะเป็นผู้กำกับหรือแม้แต่คนเสิร์ฟน้ำก็ต้องไหว้ เพราะทุกคนมีส่วนสำคัญเท่าๆ กัน ส่วนเรื่องเรียนท่านก็ไม่ได้บังคับอะไร เราอยากจะเรียนอะไร คณะไหนท่านก็จะตามใจ อยากเรียนได้เกรดอะไรท่านก็ไม่เคยบังคับ

***เรื่องข่าวและความรัก ***

@ ชีวิตรักตอนนี้เป็นอย่างไร

             ชีวิตตอนนี้ก็ดี ไม่มีอะไร สถานะภาพก็โสดสนิท กับข่าวเรื่องความรักครั้งเก่าก็ปล่อยให้มันผ่านไป ปล่อยให้เป็นบทเรียนที่ทำให้เราได้โตขึ้น กับเรื่องความรักที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูดถึงนะ แต่เป็นเพราะเราพูดมาเยอะแล้ว ซึ่งมันจะเป็นการตอบคำถามแบบเดิมๆ ทุกครั้ง ถามว่าเบื่อไหมที่ต้องตอบคำถามซ้ำๆ จริงๆ ก็เบื่อเหมือนกัน แต่เป็นหน้าที่ที่เราต้องตอบ เราอยู่ตรงนี้เราเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องตอบคำถามเหล่านี้ (ยิ้ม)

@ ตอนนี้มีใครเข้ามาดามใจไหม

             ตั้งแต่มีข่าวก็ไม่มีใครเข้ามาเลย (ทำหน้าเซ็งๆ) ซึ่งจริงๆ ไม่ค่อยมีคนเข้ามาอยู่แล้ว ส่วนคนที่เป็นข่าวด้วยเขาก็คงจะหลงเข้ามา เรื่องความรักเราไม่ได้เข็ดนะแต่ตอนนี้ขอหยุดไว้ก่อน ตอนแรกๆ อาจจะมีอารมณ์โกรธบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกอะไรอาจเป็นเพราะเราไม่คิดถึงเขาแล้ว เวลามันช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นจริงๆ และกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมาก ช่วงนั้นได้กำลังใจจากทั้งที่บ้านและคนรอบข้างเยอะมาก ตอนนั้นแม่ไม่ถึงกับให้กำลังใจ แต่ท่านคอยอยู่ข้างๆ เรามาตลอดชีวิต แม้ท่านจะไม่พูดอะไร แค่ท่านอยู่ข้างๆ เราก็สบายใจแล้ว

@ ความรักที่ผ่านมา ทำให้สเปกหนุ่มๆ ของเราเปลี่ยนไหม

             ไม่เปลี่ยนนะเพราะเราเป็นคนไม่มีสเปกอะไรเลย ขอแค่คุยกันรู้เรื่องก็พอแล้ว ถามว่าชอบคนหล่อไหม แหม...ใครๆ ก็ชอบ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว แต่ถามว่าจะเอามาเป็นแฟนไหม นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าหล่อแล้วคุยไม่รู้เรื่องก็บาย ถ้ามีใครเข้ามาก็เปิดนะ เพียงแต่มันไม่มีมาเท่านั้นเอง (ยิ้ม) ถามว่าถ้ามีใครเข้ามาแม่ก็คงช่วยสกรีนแน่นอน ไม่ได้สกรีนแค่หนุ่มๆ เท่านั้นนะ ท่านคอยสกรีนทุกคนที่เข้ามาหาเราอยู่แล้ว แต่จะว่าไปแล้ว ท่านสกรีนไม่หมดหรอก เพราะเวลาคนจะเข้าหาเราเขาก็ต้องเอาด้านดีๆ เข้าหาอยู่แล้ว เรื่องแบบนี้มันต้องใช้ระยะเวลา

@ มองอนาคตของตัวเองหลังจากนี้ไว้อย่างไร

             ที่จริงไม่ได้คิดจะอยู่ในวงการนี้ตลอดไป ณ ตอนนี้เราต้องทำงานในวงการ เพราะยังไม่มีอาชีพอื่นที่จะมาเลี้ยงครอบครัวได้ แต่ถ้าสักวันหนึ่งที่เราเจออาชีพที่มั่นคง ก็อาจจะไม่รับงานแสดงแล้ว ตอนนี้รับงานเรื่อยๆ แต่ไม่เยอะ ต้องดูว่างานอะไร แล้วเราอยากทำหรือเปล่าด้วย

             นี่แหละตัวตนของสาวโฟกัส 

ชื่อ โฟกัส จีระกุล

วันเกิด 14 กุมภาพันธ์ 2536

การศึกษา ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ผลงานที่ผ่านมา แฟนฉัน ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น เวียงร้อยดาว ฯลฯ

ผลงานปัจจุบัน "Love Blood จัดรักให้ตรงกรุ๊ป" (ออกอากาศทางช่องเวิร์คพ้อยท์) ดิอายส์ ไดอารี่ คนเห็นผี (ภาพยนตร์ ค่าย สหมงคลฟิล์ม)

..................................

(หมายเหตุ : หยุดเรื่องรักพักหัวใจ คุยกับสาววัยใส‘โฟกัส จีระกุล’  : เรื่อง : เสาวลักษณ์ ปึงทมวัฒนากูล ภาพ : วริศรา วุฒิกุล)