บันเทิง

ลิเกทรงเครื่องคือเรื่องที่น่ารู้2

ลิเกทรงเครื่องคือเรื่องที่น่ารู้2

23 ต.ค. 2557

ลิเกทรงเครื่องคือเรื่องที่น่ารู้2 : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน

 
          สมัยผมยังเด็กมักจะได้ยินบุคคลทั่วๆ ไปเรียกศิลปินว่า "พวกเต้นกินรำกิน " แต่ในยุคปัจจุบันนี้แล้วนั้นคำว่าพวกเต้นกินรำกิน นั้นได้หายไปจากความคิดของคนสมัยนี้ไปอย่างหมดสิ้นแทบจะไม่มีใครรู้จักคำนี้อีกต่อไปแล้ว ซึ่งมีปัจจัยสำคัญต่างๆ นั้นช่วยกลบและสยบความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้ให้หมดไปได้ก็อย่างเช่นการศึกษาของเหล่านักดนตรีไทยและสากลมีหลักสูตรไปถึงระดับปริญญาเอกกันไปแล้ว ส่วนในบางสาขาอาชีพอย่างนักแสดงลิเกถึงยังไม่มีใบปริญญาบัตรมารับประกันในสาขาของตัวเอง แต่ว่าในอาชีพลิเกนี้ต้องบอกว่า เป็นอาชีพที่ทำให้ความรู้สึกว่าการเต้นกินรำกินนั้นมันช่างสวยงามเหลือเกิน เพราะมันสามารถที่จะสร้างชื่อเสียงเงินทองเป็นคนดังที่ร่ำรวยและเป็นอาชีพที่ว่าด้วยการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอีกต่างหาก
    
          อาชีพนักแสดงลิเกนั้นหลายๆ ท่านอาจจะมีชื่อเสียงโด่งดังกันยังตั้งแต่วัยเด็กไปจนโตก็เพราะความนิยมของผู้ชมในยุคปัจจุบันนี้โดยเฉพาะในแถบภาคกลางนั้นยังมีอยู่มาก ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ในการแสดงของลิเกนั้นถ้าเรามองย้อนขึ้นไปว่ายังมีลิเกที่ถูกว่าด้วยการเป็นต้นตำรับของการแสดงลิเกในยุคปัจจุบันแต่กลับไม่ได้รับความนิยมเหมือนกับลิเกในยุคนี้ก็คือ "ลิเกทรงเครื่อง"  แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีผู้คนจะนิยมหรืออาจจะไม่รู้จักกันก็ว่าได้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครแสดงเป็นกันนะครับ ยังมีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ยังพยายามที่จะอนุรักษ์ "ลิเกทรงเครื่อง" ให้คงอยู่กันต่อไปเนื่องด้วยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยเราที่กำลังสูญหายไปนั่นเอง ซึ่งในกลุ่มนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็คือบุคคลที่อยู่ในหน่วยงานของรัฐที่ต้องคอยสืบสานและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมโดยเฉพาะการแสดงซึ่งเราจะเรียกบุคคลที่อยู่ในหน่วยงานของรัฐนี้ว่ากรมศิลปากร
    
          คุณกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ  ซึ่งท่านนี้เป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในการแสดงต่างๆ ที่เป็นศิลปะของไทยเราโดยเฉพาะ "ลิเกทรงเครื่อง"  ซึ่งท่านได้เป็นผู้ที่ศึกษาลิเกทรงเครื่องมาหมดทุกท่ากระบวนความโดยลึกซึ้งกับครูวิโรจน์ วีรวัฒนานนท์หรือคุณวิโรจน์ หลานหอม ลิเกชื่อดังในยุค 40 ปีที่แล้วนั่นเอง ส่วนคุณกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ หรืออาจารย์แป๊ะ กรมศิลป์ ซึ่งใครๆ ที่รู้จักและคุ้นเคยกันกับท่านนี้อย่างตัวผมเองแล้วนั้นก็จะทราบกันดีว่าความจริงแล้วท่านนั้นเป็นนักร้องเพลงไทยเดิมเสียงดีคุณภาพสูงและจบการศึกษาเอกวิชาคีตศิลปไทยหรือขับร้องไทยเดิมมาจากวิทยาลัยนาฏศิลป ปัจจุบันนี้ท่านเป็นข้าราชการสังกัดสำนักการสังคีตหรือที่สมัยก่อนเราจะเรียกว่ากรมศิลปากร ในตำแหน่งคีตศิลปอาวุโส ง่ายๆ ว่า อาจารย์แป๊ะคือนักร้องเพลงไทยเดิมของกรมศิลปากรนั่นเองแหละครับ แต่บังเอิญว่าท่านนั้นเป็นผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในการแสดงลิเกเป็นพื้นฐานเคยได้ไปหัดแสดงลิเกกับบรมครูหลายท่านอย่างครูมานิตย์ ท้วมโสภา ครูสินพร ผ่องศรีและอีกหลายท่านโดยเฉพาะท่านหลังนี้รุ่นเก่าๆ อย่างผมจะรู้ว่าท่านนี้คือบรมครูทางลิเกรุ่นราวคราวเดียวกับพระพรภิรมย์ ที่ล่วงลับไปแล้ว และที่สำคัญไม่ยอมที่จะให้คำว่า "ใกล้เกลือกินด่าง" นั้นมาเยือนตัวเอง อาจารย์แป๊ะ นั้นได้รับการถ่ายทอดท่ารำต่างๆ จาก อาจารย์ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ซึ่งท่านนี้ใครๆ ก็จะทราบกันดีว่าคือพระเอกของกรมศิลปตลอดกาล และปัจจุบันนี้ท่านดำรงค์ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักการสังคีต ก็คือเป็นเจ้านายของคุณกัณจนปกรณ์ แสดงหาญโดยตรงนั่นเองแหละครับ และด้วยความที่เป็นนักร้องไทยเดิมรวมถึงต้องเป็นวิทยากรไปบรรยายในที่ต่างๆ ก็ต้องหนีไม่พ้นการศึกษาในเรื่องราวของศิลปะการแสดงต่างๆ ที่เก่าแก่อย่างเช่นลิเกทรงเครื่องนั่นเองแหละครับ อาจารย์แป๊ะก็เลยว่าจัดตั้งคณะลิเกทรงเครื่อง ขึ้นมาให้เป็นเรื่องเป็นราวโดยได้รับความสนับสนุนจากบุคคลในหน่วยงานเดียวกันก็คือ ท่านผู้อำนวยการปกรณ์ พรพิสุทธิ์นั่นเองแถมยังมาร่วมแสดงด้วยกันอีกในบางครั้ง เหมือนกับเป็นการส่งเสริมให้ลูกน้องตัวเองนั้นได้สืบสานศิลปะการแสดงที่เก่าแก่อย่างลิเกทรงเครื่องเอาไว้ให้อยู่กับชาวไทยเราตลอดไป ซึ่งตรงนี้ถือว่าสำคัญนะครับเพราะจะว่ากันไปแล้วนั้น กรมศิลปากรหรือสำนักการสังคีตก็ไม่ใช่หน่วยงานที่จะต้องมาอนุรักษ์การแสดงลิเกต่างๆ ทั้งสิ้นโดยตรงนะครับ  เอาล่ะครับกำลังจะเข้าเรื่องก็มาหมดเนื้อที่ซะอีกเอาไว้ฉบับหน้าค่อยมาว่ากันต่อนะครับ
    
          ในวันที่ 31-1พฤศจิกายน นี้ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะมีการจัดงานที่ชื่อว่า "มหกรามดนตรี วิถีไทย วิถีแห่งความสุข"  พบกับการแสดงดนตรีร่วมสมัยวงฟองน้ำ  อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี   โก้ แซ็กแมน   เก่ง เดอะว้อยซ์ รวมถึงตัวผมขุนอินด้วยนะครับ แล้วพบกันตอนพลบค่ำทั้ง 2 วันดังกล่าวนะครับ รับรองสนุกแน่นอนครับ

.......................................
(หมายเหตุ ลิเกทรงเครื่องคือเรื่องที่น่ารู้2 : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน)