บันเทิง

Eat play life:'ไข่น้อยคอยรัก'

Eat play life:'ไข่น้อยคอยรัก'

21 ต.ค. 2557

'ไข่น้อยคอยรัก' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
          เมื่อไม่กี่วันมานี้ เว็บผู้จัดการอย่าง manager.co.th มีข่าวชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจมาก นั่นคือเรื่องที่เดอะเทเลกราฟ สื่ออังกฤษ รายงานว่า บริษัทเฟซบุ๊กได้เริ่มออกนโยบายเสนอเงินจำนวนถึง 20,000 ดอลลาร์ ให้พนักงานหญิงของบริษัทรับบริการ “ฝากไข่แช่แข็ง” 
กระบวนการนี้เรียกว่า “ocyte-cryopreservation” เพื่อให้พนักงานหญิงของบริษัทสามารถเลื่อนกำหนดการมีบุตรออกไปจนกระทั่งช่วงหลังของชีวิตการทำงาน ซึ่งกระบวนการฝากไข่แช่แข็งนี้มีสนนราคาระหว่าง 10,000 - 15,000 ดอลลาร์ รวมถึงค่าเก็บรักษาไข่แช่แข็งต่อปีอีก 1,000 ดอลลาร์
 
          ตามเนื้อข่าวเว็บผู้จัดการยังรายงานต่อว่าบริษัทเฟซบุ๊กยังเสนอเงินช่วยเหลือให้พนักงานชายของบริษัทที่ต้องการมีบุตรเพื่อให้สามารถใช้บริการ “การวางแผนครอบครัว” ที่คล้ายกับพนักงานหญิง แถมสื่ออังกฤษยังรายงานเพิ่มเติมว่า บริษัทแอปเปิลประกาศที่จะเริ่มเสนอเงินช่วยเหลือในการ “ฝากไข่แช่แข็ง” ให้กับพนักงานหญิงของบริษัทในเดือนมกราคม 2015
         
          ทั้งนี้บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีระดับโลกทั้งสองหวังว่า โครงการจ้างฝากไข่แช่แข็งจะช่วยดึงดูดให้มีพนักงานหญิงเพิ่มจำนวนมากขึ้น และรั้งให้พนักงานหญิงเหล่านั้นยังทำงานอยู่กับบริษัทต่อไปโดยการลดความเครียดกับการที่ต้องเร่งมีบุตรในช่วงอายุที่เหมาะสม
         
          ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าวัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิงที่สามารถมีบุตรได้สมบูรณ์และปลอดภัยนั้นไม่ควรเกิน 35 ปี และความสามารถนั้นจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อผู้หญิงเข้าสู่ช่วงอายุ 40 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงคนทำงานกำลังเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน และแทนที่เธอเหล่านั้นจะมุ่งมั่นปีนขึ้นสู่ระดับผู้บริหาร บรรดาพนักงานหญิงที่มีบุตรจำนวนมากเลือกที่จะลาออก และทำให้องค์กรขาดบุคลากรที่มีความสามารถไป
         
          ดังนั้นการเสนอให้ผู้บริหารหญิงของบริษัทสามารถเลือกที่จะแช่แข็งไข่ของตนเองจะทำให้ทั้งแอปเปิลและเฟซบุ๊กโดดเด่นออกมาจากบริษัทชั้นนำอื่นๆที่ล้วนแล้วแต่มีผู้บริหารเป็นชายทั้งสิ้น
        
          โครงการ “ฝากไข่แช่แข็ง” ของเฟซบุ๊กมีขึ้นเพื่อลบล้างความคิดที่เชื่อว่า “ผู้หญิงควรมีบุตรเมื่อมีอายุน้อย” มากกว่าที่จะมีบุตรเมื่อมีความพร้อมด้านหน้าที่การงาน ซึ่งเชอริล แซนด์เบิร์ก (Sheryl Sandberg) ผู้บริหารด้านปฏิบัติการของเฟซบุ๊กได้กล่าวในหนังสือของเธอ “Lean In” ว่า “ผู้หญิงควรจะมีอิสรภาพในการเลือกโดยมีศูนย์กลางจากหน้าที่การงานมากกว่าข้อจำกัดเงื่อนไขของการมีบุตร” 
 
          และเชื่อว่าโครงการนี้จะให้อิสรภาพกับผู้หญิงวัยทำงานของบริษัทมากขึ้นซึ่งถือเป็นหนึ่งในการผลักดันความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงาน เพราะไม่น่าเชื่อว่าสหรัฐฯที่เป็นหนึ่งในประเทศชาติอุตสาหกรรม
        
          แต่กลับมีปัญหาด้านความเท่าเทียมทางเพศเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆในยุโรป อาทิ นักการเมืองสหรัฐฯไม่ต้องการให้บริษัทประกันสุขภาพ หรือนายจ้างซึ่งเป็นผู้จ่ายประกันสุขภาพต้องรับภาระ “ค่าใช้จ่ายการคุมกำเนิดให้กับผู้หญิงอเมริกัน” หรือปัญหาการเท่าเทียมด้านอัตราเงินเดือน
        
          อย่างไรก็ตามโครงการของเฟซบุ๊กนี้ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เห็นตรงกันข้าม และตั้งข้อสงสัยถึงผลกระทบข้างเคียงจากโครงการนี้ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันให้กับผู้บริหารหญิงให้ต้องเลื่อนกำหนดการมีบุตรออกไปจนกระทั่งเกือบเกษียณ
         
          NBC News สื่อสหรัฐฯรายงานเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางบริษัทชั้นนำอื่นๆในซิลิคอนแวลเลย์ เฟซบุ๊กและแอปเปิลต่างแข่งขันเพื่อดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถให้ยังคงทำงานกับบริษัทต่อไป ซึ่งเฟซบุ๊กจะมอบเงินสด “4,000 ดอลลาร์” ที่เรียกว่า “baby cash” เพื่อให้พ่อแม่มือใหม่เหล่านั้นสามารถใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องการได้
         
          สื่อสหรัฐฯ ยังรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันนี้บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯมีแนวโน้มที่ต้องการเสนอสวัสดิการพนักงานที่น่าดึงดูดใจมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกจ้าง อาทิ มีการเสนอสวัสดิการเฉพาะให้กับพนักงานเพศที่ 3 และหากโครงการ “ฝากไข่แช่แข็ง” ประสบความสำเร็จอาจทำให้มีบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ เข้าร่วมเสนอสวัสดิการนี้ให้พนักงานหญิงของบริษัทเหล่านั้นเช่นกันในอนาคต
        
          ผมชอบข่าวที่ผู้จัดการเอามาลงข่าวนี้ เพราะมันสะท้อนอะไรหลายอย่างทั้งด้านดี และมุมที่ยังต้องต่อสู้อีกมาของเพศหญิง
       
          นับตั้งแต่อสุจิตัวที่แข็งแรงที่สุดพบรักกับรังไข่
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ไข่น้อยคอยรัก' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)