บันเทิง

ปลายทางหนังไทย‘ปีม้า’หลายคำถามที่ต้องระดมสมอง !

ปลายทางหนังไทย‘ปีม้า’หลายคำถามที่ต้องระดมสมอง !

20 ต.ค. 2557

ปลายทางหนังไทย "ปีม้า”หลายคำถามที่ต้องระดมสมอง ! : สกู๊ปบันเทิง

 
          เสียงถกเถียงของคณะกรรมการ “คมชัดลึก อวอร์ด 2557” ที่เต็มไปด้วยทัศนะน่าสนใจ ในคืนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ถ้าลองเงี่ยหูฟังดีๆ น่าจะมีหลายมุมมองที่นำมาขบคิดต่อ
 
          ขบคิดต่อเพราะ มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ บอกว่าปีนี้หนังไทยมีคุณภาพต่ำกว่าหลายๆ ปี คิดกันต่อเพราะ นันทขว้าง สิรสุนทร มองว่าหนังไทยปีม้า มีต้นทุนมาจากนายทุนนอกวงการ อย่างน่าประหลาดใจ และ สกุล บุณยทัต มองว่า ผลงานเกือบๆ 50 เรื่องจนถึงขณะนี้ กลับมีอยู่น้อยมากๆ ที่เป็นหนังไทยที่ดี
 
          ศิวาภรณ์ พงษ์สุวรรณ หลุดวาจาในช่วงหนึ่งว่า “หนังไทยมาถึงจุดที่ต้องคิดกันใหม่ในบริบทสังคมที่เปลี่ยนไปแล้ว” นั่น คือทัศนะส่วนหนึ่งจากวงถกเถียงการลงคะแนน ที่มีการประชุม “ทุกเดือน” มาตลอดเวลา 11 ปีที่รางวัลชื่อนี้ ได้ก่อร่างสร้างตัวมากว่าทศวรรษ
 
          นันทขว้าง สิรสุนทร กับ อลงกรณ์ คล้ายสีแก้ว บรรณาธิการ Filmax มองคล้ายๆ กันว่า การที่หนังไทยขาดทุนหลายเรื่องแบบต่อเนื่อง น่าจะเป็นภาวะที่ทำให้คนทำหนังอยู่นิ่งไม่ได้ !
 
          “ไม่ใช่หนังฝรั่งจะสบายตัว นั่งเอกเขนกนะ เพราะในแง่ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ถ้าหนังไทยฟุบ หนังจากชาติไหน ก็ต้องซีเรียสไปด้วย เพราะพวกเขาอาจจะโดนเข้าสักวัน คือธุรกิจหนังมันต้องไปด้วยกัน หนังไทยหนังเทศก็ต้องทำให้คนดูรู้สึกอยากดู ออกจากบ้านมาเข้าโรงหนัง” นันทขว้างบอก
 
          จะ 50 หรือ 60 เรื่องก็ตาม เป็นที่แน่นอนแล้วว่า โดยคุณภาพหนังไทยปีนี้ อยู่ในช่วงขาลงสุดขีด ความเห็นนี้ ประวิทย์ แต่งอักษร พูดไว้กว้างๆ
 
          แต่จากการเกาะติดการประชุมกรรมการสายหนังมาตลอด จนถึงปลายทางของปีม้านั้น ผู้สื่อข่าวของ “คมชัดลึก” มองว่าหนังไทยปี 2557 นั้น มีการแตกตัวมากมายท่ามกลางพฤติกรรมการดูที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง รวมทั้งมีปรากฏการณ์ที่น่าจับตาบวกเข้าไป พอจะสรุปได้ 5 ข้อ ดังนี้
 ...........................
 
1.ทุนนอกวงการมาเพียบ
          ปี 2557 เกิดการเปิดค่ายหนังชื่อแปลกๆ เยอะหลายบริษัท บางบริษัทมาเรื่องเดียวเลิก บางบริษัทเป็นทุนนอกวงการที่เข้ามาลองตลาด นี่ยังไม่นับคนกลุ่มหนึ่งที่เข้าไปร่วมลงขันกับนายทุนในวงการ 
 
          ในภาพรวม ต้องเป็นสิ่งที่ดีแน่นอน เพราะมีผู้เล่นใหม่ มีตัวละครหน้าใหม่ แต่ในด้านตรงข้าม ต้องไม่ลืมว่าหนังคือ “สินค้าใหญ่” ที่ต้องใช้เงินหลายล้าน สิ่งที่บางท่านเป็นห่วงคือ นายทุนหลายคนอาจจะไม่รู้จักวงการหนังไทยจริงๆ ในเรื่องของธรรมชาติ ยิ่งเมื่อดูจากอาการสาหัสของการขาดทุนที่เกิดขึ้น น่าจะส่งสารบอกกันว่า เข้ามาทำเถอะ หนังไทยจะได้มีตัวเลือกเยอะ แต่ก็ต้องบอกว่า ตัวเลือกนั้นหลายครั้งก็อาจไม่น่าเลือก ถ้ามาแบบฉาบฉวย ตีหัวเข้าบ้าน  
 
 
2.ส่วนแบ่ง 35% แต่เจ๊งเยอะมั้ย ?
          วิชา พูลวรลักษณ์ ให้สัมภาษณ์นิตยสารฟอร์บสเล่มล่าสุด เขาบอกว่าทุกๆ ปีหนังไทยจะทำเงินราวๆ 30-40% ของรายได้ทั้งหมด สมมุติว่าทั้งอุตสาหกรรมได้ 1,000 ล้านบาท หนังไทยก็ทำตัวเลขแถวๆ 350 ล้านบาท
 
          ถ้ามองในแง่ของ “โรงหนัง” ตัวเลข 30-40% ถือว่าน่าพอใจมาก เพราะเกือบครึ่งหนึ่งของภาพรวม แต่ถ้าคิดจากคนลงทุนหรือค่ายหนัง มันน่าพอใจแล้วหรือไม่ เนื่องจากเมื่อชายตามองย้อนหลังไปในปีนี้ เกือบ 10 เดือนที่ผ่านมา หนังไทยเจ๊งระเนระนาด ล้มตายกันไปหลายศพ ช่วงสิงหาคม-กันยายน หนังไทย 7 เรื่อง มีเพียง “ฝากไว้ในกายเธอ” เพียงเรื่องเดียวที่ไม่บาดเจ็บ แม้ว่ากันตามความจริง หนังก็ไปไม่ถึงตัวเลขที่จีทีเอชตั้งไว้ 
 
          ซึ่งรายได้ของฝากไว้ฯ อาจจะมาจากฐานแฟนคลับของจีทีเอชเอง ???
 
3.เจ้ายุทธจักรยังชะลอตัว
          แม้จะเอาใจช่วยหนังไทยให้มีกำไรมากๆ แต่ก็น่าสังเกตว่า ทำไมปีนี้หนังไทยหลายค่ายชะลอตัวอย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่ปีก่อน พี่มากพระโขนง ฟาดไป 700 ล้านบาท (วิชา พูลวรลักษณ์ บอกเองว่าไม่ถึงพันล้าน) กำไรมากขนาดนั้น น่าจะทำให้จีทีเอชเพิ่มการผลิตมากขึ้น แต่กลายเป็นว่าเจ้ายุทธจักรอย่างค่ายนี้ กลับทำหนังแค่ 3 เรื่องเท่านั้น ขณะที่สหมงคลฟิล์ม ที่เป็นอีกค่ายใหญ่ก็ไม่ได้ออกหนังไทยมากเท่าแต่ก่อน แต่การที่หนังไทยมีมากขึ้น กลับมาจากทุนนอกวงการและการเปิดบริษัทใหม่
 
          หนังไทยเกือบ 60 เรื่องปี 2557 แต่มีหนังของจีทีเอชแค่ 3 เรื่องเท่านั้น เกิดอะไรขึ้น (แม้ว่าในทางหนึ่งจีทีเอชจะไปทำตัวเลขจากทีวีกับอีเวนท์และงานดูแลศิลปินก็ตาม)
 
 
4."นักแสดงหญิง” เด่นกว่าฝ่ายชาย
          ไสยศาสตร์หรืออาถรรพณ์อะไรคงไม่เกี่ยวกับหนังไทย แต่เมื่อมองย้อนกลับไปดูสถิติ 11 ปีที่ผ่านมา สาขาที่โดดเด่นและแย่งชิงคะแนนเบียดกันแทบตบตี หรือไม่เคยมีใครชนะแบบแบเบอร์ ก็คือ สาขานักแสดงฝ่ายหญิงทั้งนำและสมทบ
 
          มีการตั้งข้อสังเกตเล่นๆ จากนักวิจารณ์ว่า หนังไทยมักสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อเซิร์ฟนักแสดงฝ่ายหญิงหรือไม่ เมื่อดูจากรายชื่อแล้ว ปรากฏชัดเจนว่า “ไม่” หนังไทยหลายเรื่องก็ส่งบทให้ผู้ชาย และปี 2557 คำตอบและน้ำหนัก ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายหญิงโดดเด่นกว่าอีกครั้ง
5.วัยรุ่นหรือ 18-30 ปี ??
 
          ท่ามกลางอาการตุปัดตุเป๋ของหนังไทยปีม้านั้น นายทุนโรงหนังมองว่า ตลาดการดูหนังและพฤติกรรมการดูหนังนั้น เปลี่ยนไปมาก ไม่สามารถใช้ขนบเดิมคือการวัดรายได้หนังแค่ 4 วันแรกของการเข้าฉาย เพราะคำตอบคือ “วันแรก” เท่านั้น (อย่าอ้างปรากฏการณ์โหมโรง เพราะ 20 ปีอาจมี 2 เรื่อง)
 
          จากรายได้ของหนังและจากคะแนนของหนังไทยที่เข้ารอบคมชัดลึก อวอร์ด นั้น ชัดเจนว่า หนังไทยมีกลุ่มคนดูหลักๆ คือ วัยรุ่นกับคนอายุ 18-30 ปีเท่านั้น
 
          คำตอบข้อที่ 5 ที่ตั้งไว้ในวงถกเถียง จึงทำให้เห็นว่า หนังไทยปีต่อไป จึงยังไม่สามารถกระจายเนื้อหา พ้นไปจากกลุ่มนี้ได้
 
          ไม่ว่าจะมองเห็นปัญหา หรือเจอกำแพงแค่ไหน “คมชัดลึก อวอร์ด” ขอเป็นกำลังใจให้ทุกค่ายและผู้กำกับที่ตั้งใจทำงานดีๆ ออกมา
 
.......................................
(หมายเหตุ ปลายทางหนังไทย "ปีม้า”หลายคำถามที่ต้องระดมสมอง ! : สกู๊ปบันเทิง)