บันเทิง

‘หญิงลี’น้ำตาคลอไม่คิดลาวงการ

‘หญิงลี’น้ำตาคลอไม่คิดลาวงการ

15 ต.ค. 2557

"หญิงลี"รับเสียใจโดนแดนเซอร์จวกเรื่องค่าจ้างโต้ดังแล้วหยิ่งเผยโพสต์ข้อความลาออกจากวงการเพราะคิดน้อยไปด้าน"กริช"ผู้บริหารชื่อดังเรียกเตือนชี้

 
          หลังจากเกิดดราม่าผ่านอินสตาแกรม ระหว่างนักร้องลูกทุ่งสาวซูเปอร์สตาร์ "หญิงลี ศรีจุมพล" กับแดนเซอร์ทีม "ไทแดนซ์" ที่มีการเลิกว่าจ้าง และเนื่องจาก นักร้องลูกทุ่งสาวได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมประมาณว่าตัดพ้อ กับปัญหาและอยากลาออกจากวงการ ล่าสุดเจอตัวในงานบวงสรวงเปิดตัว "เมืองไทย GMM LIVE HOUSE" ณ ชั้น 8 ศูนย์การคาเซ็นทรัลเวิลด์ ได้รับคำชี้แจงดังนี้
 
          "มันเป็นความเครียดของหญิงลี หญิงไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต เหมือนเราแสดงจุดยืนซึ่งกันและกัน และเราได้รับข่าวสารผ่านทางเฟซบุ๊กแสดงจุดยืนซึ่งกันและกัน ตอบโต้กัน จนมีเรื่องราวออกมา ส่วนที่มีกระแสเม้าท์ว่าหญิงลี มีเรื่องกับคนในวง เรื่องในวงหญิงลีไม่มีปัญหาอะไร ทุกคนพอใจในสวัสดิการของแต่ละคน หญิงเปิดบริษัทเพราะเจ้านายให้เปิดบริษัท "ลั้นลา กรุ๊ป" ซึ่งบริษัทต้องมีพนักงาน และต้องจ่ายค่าจ้าง เป็นเงินเดือน และมีโบนัสเหมือนพนักงานทั่วไป หลายคนจะมองว่าหญิงเป็นอะไรถึงขนาดจะออกจากวงการ  หญิงขอบอกว่าต้องขออภัย ขอโทษ ที่อาจจะคิดไม่เยอะ หลายๆ คนให้กำลังใจ ผู้ใหญ่มีเตือน มีตำหนิอยู่บ้าง แต่ท่านให้กำลังใจว่า ต้องพักบ้าง 
 
          หลังจากที่มีกระแสข่าว ว่าหญิงจะออกจากวงการ แฟนๆ เขากลัวว่าหญิงจะออกจากวงการจริงๆ ส่วนแดนเซอร์กลุ่มนั้น ตอนนี้ไม่ได้ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปีใหม่แล้ว แต่ก็ยังมีเจอกันอยู่เรื่อยๆ (เสียใจมั้ย) เสียใจจนเครียด จนร้องไห้ (น้ำตาคลอ) แม่ก็เครียด แม่บอกให้หญิงมีสติ คนมองว่าเราดังแล้วหยิ่ง บางครั้งไม่ได้คิดว่าเราดัง ยิ่งคนที่เคยร่วมงานกัน หญิงจะใส่ใจความรู้สึก คือคำว่าเอาเปรียบคืออะไร ต้องบอกว่าการจ้างกันลงตัวกันอยู่แล้ว เราจ้างวงเขา เราจ้างเป็นครั้งคราว พอเราทำบริษัท เราก็อยากจะมี พนักงานที่ลงตัว เราเลยเลิกจ้าง ก็ไม่มีอะไร หญิงลี มีโบนัสมีสวัสดิการให้ทุกอย่าง พร้อมเงินเดือน 3 หมื่น เป็นมาตรฐาน หญิงยอมรับ ว่าตอนที่โพสต์ข้อความ หญิงคิดน้อยเกินไป และคงไม่มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว" หญิงลีกล่าว
 
          ด้าน "ตี่-กริช ทอมมัส" ผู้บริหาร กล่าวถึงสาเหตุที่ปัญหาระหว่างหญิงลี กับแดนเซอร์ทีม "ไทแดนซ์" ว่าเกิดจากค่าตอบแทนหรือไม่ ผู้บริหาชื่อดังกล่าวว่า เกิดความไม่เข้าใจ ระหว่างผู้ได้ประโยชน์กับผู้เสียประโยชน์
 
          "ทุกอย่างเป็นธุรกิจ สิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจากการเสียผลประโยชน์  คือเป็นความสำเร็จร่วมกันที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ทุกคนมีส่วนร่วมกันทั้งหมด เพียงแต่ว่าความสำเร็จนี้ มันเร็วจนเกือบตั้งรับไม่ทัน ทุกคนก็กะรวยกันเต็มที่ แต่ไม่ได้มองหลักการ เพราะอาชีพนี้ทุกคนจะงงเสมอ ทุกคนจะคิดรายได้เป็นครั้ง แต่ความจริงควรคิดกันเป็นปี เดือนละ 3 หมื่น ปีหนึ่งก็ 3 แสน 6 หมื่นบาท นี่ได้มากกว่าพวกจบปริญญาตรี ปริญญาโทเยอะเลย ถ้าบอกว่าฉันเอาครั้งละ 3 พัน 10 งานก็ได้ 3 หมื่น โทษนะ ปีหนึ่งคุณต้องมีกี่ร้อยงาน ถ้ามี 100 งานคุณได้แค่ 3 แสน 6 หมื่น เองนะ อันนี้มันต่างกันที่การจบวิชาเลข ตั้งใจเรียนหนังสือวิชาเลขมาหรือเปล่า คนหนึ่งคิดหลักเป็นแต่ละครั้ง แต่คนหนึ่งคิดหลักรายปี มันคุยกันไม่รู้เรื่องหรอก" ตี่กล่าวสรุป