เมืองศูนย์กลางอารยสถาปัตย์แห่งประชาคมอาเซียน(1)
13 ต.ค. 2557
เมืองศูนย์กลางอารยสถาปัตย์แห่งประชาคมอาเซียน(1) : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล
เป้าหมายสูงสุดในการรณรงค์อารยสถาปัตย์ของผม คือ อยากเห็นประเทศไทยเป็น “เมืองศูนย์กลางอารยสถาปัตย์แห่งประชาคมอาเซียน” ครับ
ผมฝันอยากเห็นเมืองไทยเป็นเมืองที่ถูกออกแบบสร้างทำ โดยคำนึงถึงทุกมิติของชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น นอกเหนือจากความจำเป็นเรื่อง “ศิลปะสถาปัตย์” หรือการออกแบบบ้านเมือง ตึกอาคาร สถานที่ต่างๆ ที่ต้องมีศิลปะสวยงามมีเอกลักษณ์ เพื่อประโยชน์สุขทางด้านสุนทรียภาพ และธุรกิจการท่องเที่ยว
ที่สำคัญ คือ จะต้องมีการออกแบบที่เป็น “อารยสถาปัตย์” เพื่อจะทำให้ทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย สามารถ “เข้าถึงได้” และ “ใช้ประโยชน์ได้” โดยสะดวก ปลอดภัย เป็นธรรม ทั่วถึง และเท่าเทียม
จากการได้ไปสำรวจอารยสถาปัตย์หลายประเทศในกลุ่มอาเซียน ผมเห็นว่า ประเทศที่ให้ความสำคัญ และนำเสนอเรื่องอารยสถาปัตย์ หรือการออกแบบบ้านเมืองให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และใช้ประโยชน์ได้ดีที่สุด ณ ขณะนี้ คือ ประเทศสิงคโปร์ ครับ
เมื่อได้ไปเห็นการบริหารจัดการบ้านเมืองของสิงคโปร์แล้ว ทำให้เรารู้สึกได้เองโดยไม่ต้องมีใครมาพูดให้ฟังล่ะครับว่า ผู้มีอำนาจของสิงคโปร์คำนึงถึงประโยชน์สุขของ "ส่วนรวม” มากกว่า “ส่วนตัว” เรื่องนี้คล้ายๆ กับคนญี่ปุ่นครับ
ผมก็สังเกตดูจากการสร้างทำบ้านเมืองของเขานั่นล่ะครับ ทุกพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบาททางเท้า ระบบขนส่งมวลชน สวนสาธารณะ แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ รวมไปถึงตึกอาคารทั้งหลายทั้งของรัฐ และเอกชน เขาจะให้ความสำคัญในเรื่องอารยสถาปัตย์เป็นอย่างมาก
ที่ไหนมีบันได เขาไม่ลืมที่จะต้องมีทางลาดควบคู่กันไป สำหรับผู้สูงอายุ หรือใครก็ตามที่ต้องใช้รถเข็นวีลแชร์เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ใช้ประโยชน์ได้โดยสะดวก ปลอดภัยเสมอเหมือนกัน
หรือบางพื้นที่ มีแต่ทางลาดอย่างเดียว ไม่ต้องมีบันไดแม้แต่ขั้นเดียว เพราะยังไงคนปกติก็เดินได้อยู่แล้ว อีกทั้ง ยังมีการสำรวจทดลองให้คนปกติเลือกเดินระหว่างบันได กับทางลาด ปรากฏว่า คนปกติยังเลือกเดินทางลาดมากกว่าบันไดซะด้วยซ้ำไป เนื่องจากมีความสะดวก และปลอดภัยมากกว่านั่นเอง
ปัญหาเรื่องที่จอดรถสำหรับมนุษย์ล้อ (ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้มีสุขภาพไม่แข็งแรง ต้องใช้รถเข็น-วีลแชร์) เมื่อก่อน ที่สิงคโปร์ก็มีปัญหาเหมือนบ้านเราครับ คือ มักจะมีคนปกติที่มักง่าย และเห็นแก่ตัวมาแย่งจอดแทน แต่ของเขาใช้วิธีลงโทษปรับสูงถึง 2,000-5,000 บาท เพื่อแก้นิสัยที่ไม่ดีของประชาชนบางส่วนของเขา
ช่วงที่ผมอยู่ที่สิงคโปร์ ผมพยายามปั่นล้อรถเข็นของผมไปในหลายๆ ที่ และพยายามจะใช้วิธีการเดินทางเหมือนคนปกติทั่วไป เริ่มจากโรงแรมที่พัก ขึ้นรถแท็กซี่ไปสถานีรถไฟฟ้า แล้วใช้บริการรถไฟฟ้าเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เช่น ศูนย์การค้า ตลาด วัด แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ ผมรู้สึกว่าผมสามารถเดินทางไปได้ด้วยตัวเอง อย่างสะดวก และมั่นใจ ถึงขั้นที่ว่า..คราวหน้าอาจฉายเดี่ยวได้ตลอดทริปครับ
.......................................
(หมายเหตุ เมืองศูนย์กลางอารยสถาปัตย์แห่งประชาคมอาเซียน(1) : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)



