
เอกเขนกดูหนัง:'ปู่สมบูรณ์'
10 ต.ค. 2557
'ปู่สมบูรณ์' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 12 หรือ World Film Festival of Bangkok ปีนี้ เป็นอีกปีหนึ่งที่มีหนังร่วมฉายในเทศกาลน่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือหนังเปิดเทศกาลเรื่อง “ปู่สมบูรณ์” ซึ่งน่าจะเป็นหนังสารคดีไทยเรื่องแรกของเทศกาลตั้งแต่เริ่มจัดมา 11ปี ที่ได้รับเกียรติให้ฉายเปิดงาน ดังนั้นหนังเรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
อันดับแรก “ปู่สมบูรณ์” เป็นหนังสารคดีที่เร้าอารมณ์ผู้ชมสูงมากโดยที่ไม่จำเป็นต้องบีบเค้นหรือมีการจัดวางฉากแบบละคร (Dramatize) กระทั่งโมเม้นต์ฟูมฟายใดใดในหนังทั้งสิ้น ลำดับต่อมา วิธีการลำดับภาพและถ่ายภาพในหนัง ถือเป็นการใช้ไวยากรณ์ทางภาพยนตร์เพื่อสื่อความหมายและนัยต่างๆ ได้อย่างแยบยลและเชี่ยวชาญเป็นเลิศ สุดท้ายเรื่องราวหรือ Subject เองนั่นแหละ ที่ผูกรัดยึดโยงความรู้สึกต่างๆ เอาไว้ จนสุดท้าย “ปู่สมบูรณ์” ก็ทำหน้าที่หนังสารคดีที่ดีเรื่องหนึ่งได้อย่างภาคภูมิ สมบูรณ์สมชื่อ เมื่อทั้งสามารถส่งผ่านความคิด นำเสนอความจริงและปล่อยให้ผู้ชมได้จมจ่อมอยู่กับหนังเพียงลำพังโดยไม่ชี้นำหรือโน้มน้าวให้รู้สึกรัก หลง ชิงชัง ตัวละครหรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นตรงหน้าเกินกว่าภาพที่ปรากฏจะเล่าเรื่องอย่างจริงใจและซื่อตรงเท่าที่จะทำได้
“ปู่สมบูรณ์” บอกเล่าเรื่องราวกิจวัตรประจำวันของ คุณปู่สมบูรณ์ ฤกษ์คำยี ที่เฝ้าดูแลประคบประหงม คุณย่าละเมียด ฤกษ์คำยี หลังเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคไต จนต้องตัดไตทิ้งไปหนึ่งข้างอีกทั้งยังมีโรคแทรกซ้อนมากมาย ทำให้ย่าละเมียดไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทุกวันปู่สมบูรณ์ทำหน้าที่ดูแลศรีภรรยาตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า ทั้งอาบน้ำ ล้างหน้า ป้อนน้ำป้อนข้าว และโดยเฉพาะภารกิจสำคัญคือการล้างไต ที่ต้องมีขั้นตอนยุ่งยากมากมายโดยเฉพาะการรักษาความสะอาดอย่างยิ่งยวด แม้ว่าบ้านของปู่กับย่าจะเป็นเพียงเรือนริมน้ำหลังเล็กจ้อยจวนผุพังเต็มที หากจะถามเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกสบายยิ่งไม่ต้องถามถึงเพราะปู่กับย่ามีเพียงเครื่องรับโทรทัศน์ไว้คลายเหงาและพัดลมเก่าๆ เพื่อบรรเทาอากาศร้อนอบอ้าวเท่านั้น แต่คุณปู่ก็ยังดูแลย่าอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ความโดดเด่นของสารคดีปู่สมบูรณ์ คือการเล่าเรื่องด้วยภาพล้วนๆ ทั้งงานถ่ายภาพที่จัดวางองค์ประกอบอย่างสวยงามและสื่อความหมาย ทั้งมุมกล้องที่ดูเหมือนผ่านการประดิษฐ์จัดวางหรือกระทั่งบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นจริงตามธรรมชาติส่วนเสียงประกอบก็เป็นเพียงบรรยากาศหรีดหริ่งเรไร และฝูงนกกากลางทุ่งนาในอ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะฉายภาพของปู่สมบูรณ์และย่าละเมียด ภาพแรกของหนังคือรังนกน้อยๆ บนยอดไม้ที่ปลิวลิ่วตามกระแสลม ประหนึ่งดังอารัมภบทให้รับรู้ว่า เรื่องราวต่อไปนี้คือเรื่องของคู่ผัวตัวเมียที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกระแสลมแห่งโชคชะตาบนโลกและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทุกขณะจิต
ไม่เพียงถ่ายทอดภารกิจประจำวันในการประคบประหงมย่าละเมียดเท่านั้น หนังยังอธิบายปูมหลังของทั้งคู่ผ่านการบอกเล่าของปู่สมบูรณ์ ซึ่งทำให้เรารู้ว่าอันที่จริงแล้ว ปู่กับย่าไม่ได้รักกันตั้งแต่อ้อนแต่ออก หากแต่พบเจอชั่วประเดี๋ยวประด๋าวสมัยเรียนหนังสือชั้นประถม ก่อนจะแยกย้ายไปมีชีวิตของตนก่อนจะกลับมาพบเจอกันอีกครั้งเมื่อปู่ย้ายบ้านมาอยู่ใกล้ๆ กับย่า และด้วยความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ทั้งคู่จึงได้ร่วมหอลงโรงเคียงคู่กันหลังปู่สมบูรณ์ปลดประจำการทหารประจำหน่วยกองทัพอากาศได้ไม่นาน (ปู่ยังเล่าให้ฟังว่ามีเพื่อนร่วมรุ่นเป็นนักร้องดังชื่อทูล ทองใจ และเคยร้องเพลงให้ฟังด้วย)
เหมือนชีวิตและความรักเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เพราะสามีภรรยาที่แต่งงานอยู่กินกัน คู่นี้หาได้เป็นรักแรกพบไม่จะด้วยโชคชะตาหรือพรหมลิขิตก็สุดแท้แต่ เพราะสุดท้ายชีวิตคู่ก็ลงเอยจากการเห็นดีเห็นงามของผู้ใหญ่ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า ปู่ย่าจะสามารถร่วมทุกข์สุขกันมาจนถึงบั้นปลายชีวิตได้ขนาดนี้
เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ในหมู่คอหนังว่า "เวิลด์ฟิล์ม" เหมือนแปลงต้นกล้าที่บ่มเพาะคนทำหนังรุ่นใหม่ให้งอกเงยเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาแห่งปัญญาผ่านสื่อภาพยนตร์เหมือนเช่นโลโก้ของงาน ปีนี้สารคดี “ปู่สมบูรณ์” ของคนทำหนังรุ่นใหม่ กฤษดา ทิพย์ชัยเมธา ผู้กำกับและศฐานพงษ์ ลิ้มวงศ์ทอง โปรดิวเซอร์ ได้มีโอกาสหอบหิ้วหนังที่พวกเขาอุตส่าห์ฟูมฟัก ลงทุนถ่ายทำยาวนานกว่า 4 ปี ออกฉายให้ผู้คนได้รับรู้ว่า ความรักบริสุทธิ์ของคนธรรมดาสามัญตัวเล็กๆ อย่างปู่สมบูรณ์นั้นมีอยู่จริงและยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชายใดในโลกหล้า ไม่เพียงหนังจะฉายให้เห็นภาพการต่อสู้กับโชคชะตาของชีวิตเล็กๆ เท่านั้น หากแต่ยังบันทึกความเป็นไปของสังคมไทยในช่วงปี 2552-2555 โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศปลายปี 2554 ที่สะท้อนภาพชีวิตผู้คนในช่วงเวลานั้นได้อย่างสมบูรณ์และซื่อตรงที่สุดเรื่องหนึ่งของวงการหนังไทยเลยทีเดียว และแน่นอนเหตุการณ์นี้ส่งผลสะเทือนถึงชีวิตของปู่สมบูรณ์และย่าละเมียดด้วยเช่นกัน
ผมเชื่อเหลือเกินว่าหนังสารคดีเล็กๆ เรื่องนี้ จะส่งผลสะท้านสะเทือนต่อห้วงอารมณ์และจิตใจของคนที่ได้ชมอย่างแน่นอน ผมเองปาดน้ำตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วง 20 นาทีสุดท้ายของหนังที่กระชากหัวใจไปจนหมดสิ้น เพลงฉันจะฝันถึงเธอของอาจารย์ดนู ฮันตระกูล ผ่านเสียงร้องของคุณสุภัทรา อินทรภักดีโกราษฎร์ เสียงแปลกปลอมเพียงหนึ่งเดียวที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทแม้หนังจบลงไปนานหลายนาทีก็ตาม ผมสัญญากับตัวเองไว้ว่า ถ้าคุณปู่สมบูรณ์มาร่วมงานเปิดเทศกาลครั้งนี้ ถ้ามีโอกาสจะตรงเข้าไปสวมกอดและก้มกราบ ด้วยความศรัทธาในชีวิตและความรักของแก... ผู้ชายตัวเล็กๆ คนนี้ หัวจิตหัวใจช่างยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน...
.......................................
เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 12 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-26 ตุลาคม 2557 ณ โรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิลด์ซีเนม่า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์
ภาพยนตร์ปู่สมบูรณ์ ฉายวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2557 เวลา 18.00 น. โรงที่ 5
.......................................
(หมายเหตุ 'ปู่สมบูรณ์' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)



