
มายาวิชั่น:'ละครเอ็กแซ็กท์-ทรูโฟร์ยู'
08 ต.ค. 2557
'ละครเอ็กแซ็กท์-ทรูโฟร์ยู' : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา
สืบเนื่องจากคราก่อนที่พูดถึงการแข่งขันในแวดวงละครไทยที่เข้มข้นและคึกคักขึ้นในยุคทีวีดิจิทัล สัปดาห์นี้จะขอสานต่อเรื่องราวของศึกละครจาก 2 สถานี
เริ่มที่ช่อง ONE (วัน) ในเครือ แกรมมี่ ที่จะลุยเต็มสูบ โดยหลักๆ แล้วใช้บริการบริษัทในเครือ เอ็กแซ็กท์ เป็นผู้ผลิตหลัก หลังจากจะหยุดผลิตละครป้อน ช่อง 5 หลังทำมานาน โดยโปรแกรมปิดท้ายให้วิกสนามเป้าน่าจะเป็นละคร ลิเก๊ลิเก เพื่อมาลุยให้ละครช่องวันติดตลาดในแบบที่เคยทำได้เป็นช่วงๆ เมื่อครั้งอยู่ช่อง 5
และการที่เอ็กแซ็กท์เปิดกล้องละครมากหมายอย่างต่อเนื่อง บ่งบอกถึงความเอาจริงในการทำให้ละครช่อง วัน ต้องฮิตและแย่งส่วนแบ่งคนดูละครมาเป็นของช่องตัวเองได้
ประเดิมความร้อนแรงในต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาด้วยละครตีแผ่แวดวงนางงามอย่างถึงกึ๋นใน สงครามนางงาม เรียกว่าขอประเดิมแบบเอาแรงๆ กันเลย เพราะได้เรต น18+ ซึ่งต้องออกอากาศหลัง 4 ทุ่ม แม้ดึกไปหน่อย ไม่ใช่ช่วงเวลาไพร์มไทม์ของละคร แต่ก็แลกด้วยเนื้อหาที่แรงถึงใจ ด้วยความหวังให้กระหึ่ม เป็นกระแสพูดถึงของคนดู และสังคม ถือเป็นโอกาสทำให้ละครติดตลาดได้ง่าย
แล้วไม่ใช่ว่าเอ็กแซ็กท์จะไม่ลุยละครไพร์มไทม์ให้ช่อง วัน เพราะโผละครที่เตรียมออกอากาศเวลาไพร์มไทม์ละครล้วนเป็นฟอร์มดีทั้งสิ้นทั้ง บัลลังก์เมฆ, เงาใจ, เสือ, ฝันเฟื่อง, หัวใจมีเงา, สองรัก สองวิญญาณ, เคหาสน์ดาว, เล่ห์รตี, ร้อยเล่ห์เสน่ห์ร้าย, จัดรัก, สัญญาแค้นแสนรัก, สลักจิต ที่นอกจากเนื้อเรื่องจะหลากรส หลายแนวแล้ว นักแสดงระดับแม่เหล็กที่อยู่ในสังกัดก็มาแบบครบครัน พร้อมเรียกแฟนคลับเต็มอัตรา
โจทย์การทำให้ละครช่องวันติดตลาด ขึ้นมาผงาดแถวหน้าของค่ายเอ็กแซ็กท์ ก็มีโอกาสด้วยมาตรฐานฝีมือที่มีอยู่ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฐานคนดูละครช่อง 7 และ 3 ค่อนข้างแน่น จะแบ่งเค้กมาก็ไม่ใช่ง่ายนัก แล้วในยุคทีวีดิจิทัลแบบนี้ มีช่องที่รุกผลิตละครเพิ่มมากขึ้นมากมาย นั่นทำให้การแข่งขันสูงขึ้นเป็นทวีคูณ ตรงนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ฝีมือค่ายละครเอ็กแซ็กท์ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนในยุคแข่งขันสูงของทีวีดิจิทัล
แล้วหนึ่งในคู่แข่งการทำละครของเอ็กแซ็กท์และช่อง วัน คือ ช่อง ทรู โฟร์ ยู ของ ทรู ที่ประมูลได้ช่องกับเขาด้วยในยุคทีวีดิจิทัล แล้วทางเลือกในการสร้างชื่อให้ช่องตัวเองพร้อมแข่งขันกับช่องอื่น คือ การผลิตละคร
ถ้าสำรวจตรวจสอบละครช่อง ทรู โฟร์ ยู ตั้งแต่เริ่มออกอากาศ ดูเหมือนจะเน้นที่ ละครตลาด ในแนวชีวิตเข้มข้น เชือดเฉือน อิจฉาริษยา แก้แค้น หรือที่หลายคนเรียกว่า ละครน้ำเน่า ไม่ว่าจะเป็น นางกลางไฟ, บ่วงมาร หรือล่าสุด คือ มายานางฟ้า (อาจมียกเว้นเรื่องเดียว คือ พล นิกร กิมหงวน ที่ดูเป็นละครทางเลือก)
ให้เดาใจผู้บริหารทรู โฟร์ ยู ในการเปิดตลาดโดยมุ่งเน้นที่ละครแนวตลาด เพราะคิดว่าน่าจะเป็นแนวที่อยู่ในความสนใจของคนดูกลุ่มกว้าง การจะดึงดูดใจแฟนละครจึงไม่ยาก แต่การเดินมาในเส้นทางนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะช่องหลักส่วนใหญ่ก็ทำละครแนวนี้ การสู้แบบซึ่งหน้าเช่นนี้ขณะที่ตัวเองไม่มีฐานคนดูแน่นหนาแบบช่องหลักจึงยากจะฝ่าด่านได้ ถ้ายังจะสู้ด้วยกลยุทธ์นี้อาจต้องกัดฟันลุยต่อถ้าไม่ยอมแพ้เสียก่อน
แล้วถ้าวัดที่ตัวงานละครที่ออกมาของช่อง ทู โฟร์ ยู จากละครแนวตลาด 3 เรื่องดังกล่าวข้างต้น ถ้าพูดถึงแนวเรื่องมีความน่าสนใจและความแซบในตัวเอง แต่บางครั้งการเลือกดาราที่ไม่ค่อยเหมาะสมกับบท รวมถึงฝีมือที่ยังไม่เข้าขั้น ก็ทำให้ความน่าสนใจของตัวละครหายไป เห็นชัดมากจากเรื่อง นางกลางไฟ
สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดของละครช่อง ทรู โฟร์ ยู คือ ในละครแต่ละเรื่องจะมีนักแสดงจากบ้านเอเอฟมาผสมผสาน ไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นสิ่งที่ต้องทำเมื่อมีเด็กในสังกัดก็ต้องต่อยอดเด็กเหล่านั้นด้วยการผลักดัน แต่เมื่ออยู่ไม่ถูกที่ถูกทาง ประสิทธิภาพในความพยายามผลักดันจึงยังไม่สัมฤทธิ์ผลนัก ลองคิดเล่นๆ ถ้าเขียนเรื่องขึ้นมาเฉพาะเพื่อให้นักล่าฝันจากบ้านเอเอฟมารวมตัวในละครเรื่องเดียว ในบทบาทที่เข้ากับแต่ละคน หรือที่แฟนคลับชอบในตัวตนนักล่าฝันนั้นๆ แค่นี้บางทีก็น่าจะดึงฐานแฟนคลับนักล่าฝันให้มาสนใจละครของช่องได้มากโขแล้ว
แต่อย่างว่าเมื่อกระโดดลงมาสู้ในสังเวียนการแข่งขันละครนี้แล้ว ก็ต้องเรียนรู้กันไป ท่ามกลางความยากลำบาก รวมถึงผลของการแพ้ชนะ แต่นั่นอาจทำให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์...
.......................................
(หมายเหตุ 'ละครเอ็กแซ็กท์-ทรูโฟร์ยู' : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา)



