
Eat play life:'Blockbusters เคยสร้างอะไร'
07 ต.ค. 2557
'Blockbusters เคยสร้างอะไร' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
บรรดาหนังฮิตบน Box Office ในยุค 70 ของผู้กำกับดังของ Hollywood อย่าง Coppola, Lucas และ Spielberg ได้(เคย)วางแนวทางธุรกิจ “หนังฟอร์มยักษ์” จนถึงทุกวันนี้
ในความสำเร็จครั้งแรกของหนังเหล่านี้ มุมหนึ่งได้แสดงถึงความเป็น New Hollywood อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น The Godfather, Jaws และ Star Wars เป็นงานที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่เทคโนโลยีการสร้าง animation และคุณภาพของบททั้ง 3 เรื่องนี้ประสบความสำเร็จด้านรายได้ ซึ่งคืนทุนการสร้างภายใน 2-3 สัปดาห์เท่านั้น
ตัวอย่างง่ายๆ คือ Star Wars ที่นำ “อุตสาหกรรมภาพยนตร์” ไปสู่มิติใหม่ทางเศรษฐกิจ ตลาดหนัง Boxbuster จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงรายได้ใน Box Office อีกต่อไป
นั่นจึงไม่น่าแปลกใจที่อุตสาหกรรมหนัง จะคาดหวังผลประโยชน์จากการสร้างภาคต่อที่ 2 และ 3 จริงอยู่ที่ภาคต่อเหล่านี้ไม่มีคุณภาพเทียบเท่ากับภาคแรก แต่ความสำเร็จด้านรายได้ก็ยังงดงามอยู่ดี
กำไรจากภาคต่อของ The Godfather, Jaws และ Star Wars พิสูจน์ให้เห็นว่ามีการวางแผนสร้างภาคต่อตั้งแต่กำลังสร้างภาคแรก ดังนั้นใน Halloween (1978) Carpenter ปูเรื่องให้ศพของฆาตกรโรคจิตหายสาบสูญเพื่อเปิดโอกาสให้สามารถสร้างภาคต่อได้ ก่อนปี 1990 Michael Myers ได้กลับมาฆ่าคนในจอภาพยนตร์อีกถึง 5 ครั้ง
เช่นเดียวกับหนังเกี่ยวกับนักมวยเรื่อง Rocky ของ Sylvester Stallone ที่มีการสร้างภาคต่อถึง 5 ครั้ง ในขณะที่ Superman กลับมาต่อกรกับวายร้าย Lex Luther เพียง 4 ครั้ง
อีกเรื่องที่ควรพูดถึงคือ ภาคต่อของการฟื้นคืนชีพของ Alien (1979) ที่นำกลับมาสร้างใหม่เป็นครั้งที่ 4 ในปี 1997 พิสูจน์ว่าประเด็นของภาพยนตร์ยังเป็นที่นิยมในภาคต่อ แม้ว่าจะสร้างหลังจากภาคแรกนานหลายสิบปีก็ตาม
George Lucas เล็งเห็นจุดนี้ตั้งแต่ปี 1977 จึงได้เซ็นสัญญากับ Twentieth Century Fox ให้ตนเองถือสิทธิ์เป็นผู้สร้างภาคต่อของ Star Wars แต่เพียงผู้เดียว ด้วยความสำเร็จของไตรภาคเรื่องนี้ เขากำลังสร้าง prequel โดยกลับไปเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนภาคแรก
Steven Spielberg พยายามพัฒนาอาชีพการสร้างภาพยนตร์ของเขาเสมอ หลังจากบริษัทสร้างภาพยนตร์แห่งแรกของเขา Amblin เขาได้ตั้งสตูดิโอแห่งที่สอง DreamWorks ขึ้นในปี 1994 ซึ่งไม่ได้มุ่งสร้างภาพยนตร์สำหรับคนกลุ่มใหญ่ แต่มุ่งสร้างภาพยนตร์ที่จริงจังและเพื่อสังคม
ตั้งแต่ยุค 70 การใช้ special effect เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ กับการทำรายได้ของภาพยนตร์ การสร้างและบังคับสัตว์ประหลาดที่ทำจากฟองน้ำฉนวนไฟฟ้าใน Jaws นั้นใช้เงินมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของทุนการสร้างทั้งหมด
สรุปคือ หนังจะไปกี่ภาคต่อกี่ภาคนั้น เงินคือตัวกำหนด ตัวอย่างง่ายๆ ที่ชัดเจนคือ ในรายการพิเศษวันคริสต์มาสปี 1991 นั้น ผู้จัดรายการอย่าง Bob Hope ถาม Macaulay Culkin วัย 11 ปี เกี่ยวกับภาคต่อของ Home Alone (1990) ที่กำลังจะมาถึงว่า
“พ่อแม่ของคุณทิ้งคุณไว้ตามลำพังในบ้านเป็นครั้งที่สองได้ยังไง” ดาราเด็กที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสุดตอบว่า
“เพราะสตูดิโอฟัน 500 ล้านดอลลาร์ในครั้งแรกน่ะสิครับ” (อ้างจาก The New Guiness Book)
.......................................
(หมายเหตุ 'Blockbusters เคยสร้างอะไร' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



