
ทีวีสีรุ้ง:'ทรายทิ้งอะไรไว้ให้เรา?'
01 ต.ค. 2557
'ทรายทิ้งอะไรไว้ให้เรา?' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์
เอาจริงๆ นะคะ ต่อให้ทรายตระเวนวาดรูปไปทั่วทั้งอเมริกา จะเพื่อเอาเงินไปทำการกุศล หรือเพื่ออะไรก็ตาม อ้อมว่ามันก็คงไม่ทำให้เธอลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ ถึงแม้มันอาจจะช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นมามั่งก็เถอะ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันได้ติดอยู่ในใจของเธอ ในแบบที่ต่อให้คุณจะเป็นคนที่สวย รวย เก่งขนาดไหน หรือเป็นลูกเต้าเหล่าใคร คุณก็ยังหาวิธีลบมันออกจากใจไม่ได้ หรือถ้า ไอ้ความสวยรวยเก่ง มันมีพลังดลบันดาลทุกอย่างได้จริง ทรายคงเป็นคนที่สั่งให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ใจเธอต้องการได้เป็นแน่ ไม่ว่าจะให้อาเสาว์ยอมรับว่าผิด ที่แย่งพ่อไปจากแม่ของเธอ หรือให้ฌานไม่รักลูกศร เหล่านี้คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน ทรายสีเพลิง ทางช่อง3 ที่ใครๆ ก็พูดถึงค่ะ
เท่าที่เห็น อ้อมว่าทรายก็ได้เรียนรู้แล้วว่า สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าอำนาจ ความสำเร็จ กระทั่งคำว่าชนะ คือ "ใจ" ที่ผ่านมาทรายเล่นกับใจของคนที่เข้ามาข้องเกี่ยวกับเธออย่างไม่เคารพใจของใครเลย กระทั่งใจของเธอเอง ทรายอาจไม่เคยคิดมาก่อนว่า ใจของทุกคน คือสิ่งที่เราได้มาเป็นของขวัญคู่กับร่างกาย ซึ่งตอนที่เราได้มาใหม่ๆ ใจของเราดวงนี้มันเป็นใจที่ใสบริสุทธิ์ แต่เราก็หมั่นทำลายใจ ทำให้มันค่อยๆ กลายเป็นใจสีหม่นๆ หมองๆ โดยที่เราอาจไม่เคยรู้สึกตัวกันสักนิด ว่าท้ายสุดแล้วไอ้สิ่งที่เราเรียกว่าใจ หรือจิต ที่เราจับต้องไม่ได้เนี่ย มันจะมีผลต่อชีวิตได้ขนาดนี้
ทรายอาจจะลืมมองไปว่า การเล่นกับใจหรือความรู้สึกของคนนั้น มันเป็นสิ่งที่อันตราย แล้วเราไม่สามารถคาดเดาผลได้เลย เหมือนครั้งนี้ที่เธอแค่อยากเอาชนะ ลูกศร คนที่เธอคิดว่าตั้งแต่เกิด ก็แย่งทุกอย่างไปจากเธอ เธอต้องการทำร้ายใจของอีกฝ่ายให้เสียใจ สูญเสีย เจ็บปวดเหมือนเธอ แต่สิ่งเหล่านั้นกลับมาทำให้เธอ ต้องรู้สึกในแบบที่เธอวาดหวังให้คนอื่นเป็น เพียงเพราะมันย้อนกลับมาเล่นงานเธอหนักกว่าเท่านั้นเอง
ถ้ามองแบบผู้สังเกตการณ์ อ้อมรู้สึกดีที่อย่างน้อยทุกคนก็เปิดใจว่า เราจะพุ่งเป้าโทษทรายคนเดียวไม่ได้ ถึงแม้ว่าแทบทุกคนล้วนโทษเธอในแวบแรก ที่รู้ว่าลูกศรเสียชีวิต ถามว่าสิ่งที่คนเหล่านี้คิดมันผิดมั้ย คงต้องบอกว่าไม่แปลก เพราะทรายก็เป็นส่วนสำคัญจริงๆ แต่เมื่อเวลาผ่าน พอให้ทุกคนมีสติขึ้นมา ก็จะเห็นว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ซึ่งที่จริงหลายคนก็มีส่วนในโศกนาฏกรรมของลูกศร ถ้าจะไล่เรียงก็ตั้งแต่คุณย่าที่ใช้วิธีและคำพูดที่ไม่ค่อยดีตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ แล้วยังจะอาเสาว์ที่ไม่เคยลดลาวาศอก คอยแต่จะใส่ความร้อนและอารมณ์ หรือแม้กระทั่งพ่อของทราย ที่ก็ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น รวมไปถึงแม่ของทราย ที่เป็นคนใส่ข้อมูลทางอารมณ์ทั้งหมดให้ลูกสาวตัวน้อยๆของเธอเอง เค้าถึงบอกกันว่า การสอนลูกมันไม่ใช่สอนแค่ปาก มันต้องสอนด้วยการกระทำ อยากเห็นเขาเป็นยังไง ก็ต้องทำให้ดู ไม่อยากเห็นอะไร ก็อย่าทำ เพราะถ้าแม่ทำ แต่มาห้ามลูกทีหลัง เด็กจะฟังมั้ย??
กลับกัน ถ้าแม่สอนให้ลูกเอาชนะใจตัวเอง ไม่อยากเอาชนะคนอื่น ทรายคงเป็นเด็กที่น่ารักมาก แล้วเธอคงไม่ต้องมีรอยประทับในใจที่ลึกขนาดนี้ เหมือนชื่อของเธอคือ ทราย
อ้อมว่าธรรมชาติของทราย มันมีข้อดีที่ต่อให้เราไปขีดเขียนอะไรไว้ แต่เมื่อเจอกับน้ำ รอยก็จะจางหายไปจนทรายกลับมาเรียบได้อีก เหมือนทุกข์ที่มาแล้วไป เหมือนใจที่เศร้ากลับมาสดใสได้อีกครั้ง แต่น่าเสียดายทรายแบบศรุตา ที่เธอกลับเลือกก่อกำแพงทรายขึ้นมา จนลืมไปว่าถ้าไม่ปล่อยให้น้ำเข้ามาแล้วอีกนานแค่ไหนที่รอยในใจเธอจะจาง
.......................................
(หมายเหตุ 'ทรายทิ้งอะไรไว้ให้เรา?' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์)



