
Eat play life:'Into The Wild หลงใหลความดิบเถื่อน'
30 ก.ย. 2557
'Into The Wild หลงใหลความดิบเถื่อน' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
หนัง Into the Wild ในรูปของ dvd กลับมาขายดีอีกครั้งหนึ่ง หลายคนเลยสงสัยว่า มันเกี่ยวกับอะไร งานนี้สร้างมาจากวรรณกรรมของ จอน คราคัว เนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตจริงของคริส แมคเคนเลส เด็กหนุ่มนิสัยดีมาจากครอบครัวที่มั่งคั่งด้วยทรัพย์สิน แต่ขาดแคลนความสุข จึงตัดสินใจออกจากบ้านมาผลาญเงิน แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น อเล็กซานเดอร์ ซุเปอร์แทรมป์
ในปีค.ศ.1992 เขาเดินทางเข้าไปในส่วนของอลาสก้า และจบชีวิตลงด้วยความหิวโหย ณ ที่รกร้างและกว้างใหญ่แห่งนั้น 16 สัปดาห์จากที่เขาเหยียบเท้าบนแผ่นดินนั้นเป็นครั้งแรก เพนน์และเวนเดอร์ (ซึ่งทั้งคู่มีอารมณ์ขันมากกว่าเครดิตที่ได้รับ) เคยให้สัมภาษณ์กับลีฟ กรอสแมน เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
1.อะไรดลใจให้คุณเลือกหนังสือของคราคัว?
เพนน์: เพราะปกหนังสือที่มีภาพรถเมล์กับชี่อเรื่องInto the Wild ที่แปะอยู่บนนั้นติดตาผม หลายๆ ครั้งการตัดสินใจในชีวิตของผมเรียกได้ว่าเป็นการตัดสินจากสิ่งที่เห็นภายนอก ซึ่งทำให้ผมกลายเป็นคนที่สนับสนุนเรื่องอย่างนั้นไปเสียแล้ว ผมจึงตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนั้น แล้วอ่านตั้งแต่ปกหน้าถึงปกหลัง 2 ครั้งรวดแล้วเข้านอน ทันทีที่ตื่นตอนเช้า ผมก็เห็นภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่ตอนนี้
เพนน์: ผมคิดว่าคนเราไม่ควรรีบฉวยเส้นทางที่เป็นแบบเป็นแผนเมื่อโอกาสมาถึง เพราะสิ่งที่จะพบไม่ใช่สิ่งที่เข้ากับปัจจุบันอีกต่อไป เราไม่ควรมองว่าโอกาสนั้นเป็นสิ่งที่หรูหราหรือเหมือนฝันที่เป็นจริง แต่ต้องมองว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิต แมคเคนเลส ยกคำพูดของตัวละครตัวอื่นว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิต เพียงคุณปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสภาวะแวดล้อมดั้งเดิม…” นี่คือจุดที่ธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง (This is where the nature comes into it) ซึ่งผมคิดว่าเอ็ดดี้รู้สึกเหมือนกับผมและมนุษย์ที่มีสติว่าประเด็นที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต ก็คือ คุณค่าของชีวิต
คุณจะต้องรู้สึกถึงชีวิตที่แท้จริง เพื่อบรรลุถึงคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต ความไม่แท้จริงและความหลงชั่วเป็นอุปสรรค์ชิ้นโต ป่ารกชัฏจึงเป็นของแท้ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
3.คุณเคยผ่านเส้นทางเช่นนั้นรึเปล่า?
เพนน์: จุดเริ่มต้นคงมาจากประสบการณ์ที่ผมได้จากการเล่นโต้คลื่นตอนเด็กๆ มันเป็นประสบการณ์ที่เสี่ยง เป็นการเอาชนะความกลัว เอาชนะมหาสมุทร
4.การอยู่อย่างโดดเดี่ยวเช่นนั้นอาจจะทำให้เขาค้นพบตัวเอง แต่ก็สามารถทำให้เขาจบลงด้วยความล้มเหลวก็เป็นได้
เวนเดอร์: ใช่ นั่นคือสิ่งที่ผมเป็นคนที่ดีกว่าเดิม ผมรู้สึกถึงความสุขมากๆ เมื่อมีโอกาสที่จะติดเกาะหรืออะไรสักอย่างที่ไม่ต้องพบเจอใครเลยเป็นอาทิตย์ มันทำให้ผมกลายเป็นคนที่คนอื่นสามารถพึ่งพาได้ และเมื่อเราพูดถึงธรรมชาติ ความล้ำค่าของสิ่งที่เกิดจากผืนดิน มันทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น
5.คุณเข้ามาทำเพลงประกอบภาพยนตร์ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เป็นร็อกสตาร์ชื่อดัง งานนี้ต่างจากการทำงานของวง Pearl Jam มากไหม?
เวนเดอร์: ไม่ๆ มันเป็นอะไรที่ลื่นไหลมาก เหมือนกับผมก้าวเข้าไปอยู่ในพื้นที่ว่างๆ สักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ จากนั้นก็ตื่นขึ้นมามีเพลงประกอบเสร็จเรียบร้อย โดยที่ผมจำอะไรไม่ได้เลย
.......................................
(หมายเหตุ 'Into The Wild หลงใหลความดิบเถื่อน' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



