บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'มองโลก'

เล่นหูเล่นตา:'มองโลก'

29 ก.ย. 2557

'มองโลก' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
          มนุษย์เรามองโลกในแบบที่เราอยากเห็นหรือในแบบที่มันเป็น??
 
          คำถามคาใจที่สามารถเชื่อมโยงกับเรื่องทุกเรื่องบนโลกนี้ได้ … แต่ไม่มีใครไปตัดสินว่ามันถูกหรือผิดขึ้นอยู่กับมุมมองและความใจกว้างของคนคนนั้น …
 
          ศูนย์กลางของระบบสุริยะ คือ ดวงอาทิตย์ ซึ่งมีวัตถุอื่นๆ โคจรอยู่รอบด้วยแรงโน้มถ่วงได้แก่ ดาวเคราะห์ 8 ดวง (เรียงลำดับจากใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดออกไปคือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน) ดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้ว 166 ดวง ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระ 5 ดวง กับดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้ว 4 ดวง กับวัตถุขนาดเล็กอื่นๆ อีกนับล้านชิ้น รวมถึง ดาวเคราะห์น้อย วัตถุในแถบไคเปอร์ ดาวหาง สะเก็ดดาว และฝุ่นระหว่างดาวเคราะห์ (ข้อมูลจากวิกิพิเดีย) ที่เขียนมาเสียยืดยาวชักแม่น้ำทั้ง 5 มาให้ดูก็เป็นเพียงความรู้ในตำราทางวิทยาศาสตร์ดวงดาวต่างๆ 
 
          แต่ในความเป็นจริง “ศูนย์กลางของระบบสุริยะ” และทุกระบบอันยิ่งใหญ่กว่าที่มนุษย์จะสามารถค้นพบและยังไม่ค้นพบได้นั้น อยู่ในจุดเล็กๆ ในร่างเล็กๆ ในความคิดเล็กๆ ของ “มนุษย์” นั่นเอง … “มนุษย์จำพวกที่เอาตนเองเป็นที่ตั้งในทุกเรื่อง” สามารถสร้างปรัชญา ตรรกะ หรือแม้แต่ความคิดที่คิดเอาเองว่า “ตกตะกอน” แล้ว มาเป็นเหตุผลสังเคราะห์ในการสนับสนุนเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัวให้เป็นไปในทิศทางที่ …  อยากให้เป็น! … ในยุคปัจจุบันที่โลกของโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์ มนุษย์หลายคนตั้งตนเป็นใหญ่โดยการตั้งกระทู้ หรือ ชี้นำเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น แล้วรอให้แนวร่วมเข้ามารวมกลุ่มแสดงความคิดเห็นในแนวทางเดียวกันในระบบพวกมากลากไป จนบางครั้งไกลไปจนถึงอุปทานหมู่! หากเป็นเรื่องราวที่ดีก็เป็นเรื่องที่ควรดำรงไว้ แต่ส่วนใหญ่เปิดประเด็นเล่นกลกับด้านมืดของคุณ จนกลายเป็นนิสัยทำให้คนไทยในปัจจุบันรักการแสดงออกเชิงลบมากกว่าเชิงบวก เหยียบย่ำมากกว่าให้กำลังใจ ความใจดี ใจกว้าง ความเมตตาที่เคยมีมาจากปู่ย่าตายายที่ตั้งใจถ่ายทอดไว้ใน DNA คนไทย เข้าไปหลบอยู่ในซอกหลืบของจิตใจร้ายๆ เมื่อความเลวร้ายประกาศตัวเป็นใหญ่ในโลกของสังคมสังเคราะห์เมื่อไหร่ก็แล้วแต่เมื่อมีการชื่นชมสิ่งใด คนส่วนหนึ่งก็จะลุกขึ้นมาตั้งข้อสงสัย จนเรื่องมันบานปลายเลวร้ายกว่าที่ควรจะเป็น! 
 
          แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการเปิดแผลที่เกิดจากความผิดพลาดของใครสักคนขึ้นมาจะมีแนวร่วมเข้ามากัดกินราวกับฮายีน่าหรือแร้งทึ้งซากศพอย่างไม่สำนึกในความรู้สึกของคนดีหรือคนที่เอาใจเขามาใส่ใจเรา สุดท้ายแต่ละคนแต่ละเรื่องราวก็กลายเป็นซากเน่าเปื่อยจับมือใครดม หาคนรับผิดชอบไม่ได้ เพราะต่างทิ้งปมด้อยและความชั่วร้ายไว้กับเหยื่อนั้นๆ จนหนำใจแล้วสะบัดตูดไปหาเหยื่อรายใหม่ต่อไปรายแล้วรายเล่า อย่างไม่รู้สึกรู้สาถึงสิ่งที่ได้ทำมา เสริมสร้างความเลวร้ายในใจกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น …    จะมีสักคนไหมที่ฉุกคิดขึ้นมาว่า … ถ้า “ เหยื่อ ” รายนั้นที่กำลังถูกตัดสินโดย “ ผู้คนที่ไม่เคยรู้จักคำว่าถูก-ผิด หรือ      แม้กระทั่งรู้จักตัวเอง ” เกิดเป็นญาติพี่น้องคนใกล้ชิดอันเป็นที่รักของเรา เราจะยังทำอย่างนั้นกับเขาไหม? ไม่มีใครคิดแทนใครในแง่ดี ความเห็นที่ 1 ผ่านไปถึงความเห็นที่ร้อย ก็ยังเห็นในด้านลบอยู่ส่วนใหญ่  จะมีเพียง 2 - 3%    ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นกลาง   อย่างไม่ลำเอียง  ไม่อคติ  และนี่คือ “ คนดี ” ที่เหลือน้อยในสังคมไทย แต่ก็ยังดีใจที่ยังมีเหลือและยังคงแสดงตัวให้เห็นอยู่ตลอดเวลา
 
          ไม่เพียงแต่ความคิดเชิงลบในสังคมสังเคราะห์ที่จับต้องไม่ได้ มันยังเป็นเพียงภาพลวงตาของคนชอบจับผิดแบบลวงๆ ในสมองกลวงๆ ที่ไม่กล้าแม้แต่จะแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา มีเพียงความคิดด้านลบที่มักใช้ศัพท์สูงอย่างฟุ่มเฟือย  ดูมีการศึกษาจนน่าปวดหัว … คนมีการศึกษาฉลาดๆ ที่ไหนคะคุณจะมานั่งเสียเวลาวุ่นวายกับเรื่องชาวบ้านที่มันไม่สร้างสรร โดยเฉพาะเรื่องผิดพลาดของดารา เอาเวลาไปทำความเจริญให้กับบริษัทตัวเองจะดีกว่ามั้ยคะคุณ ไม่เฉพาะโลกในแง่ลบของสังคมสังเคราะห์ ในโลกปกติก็เช่นกันตราบเท่าที่มนุษย์เป็นตัวขับเคลื่อนความวุ่นวาย เรื่องน่าปวดหัวก็เกิดขึ้นทุกวัน และมันก็มีสาเหตุมาจากแค่ … “เอาตัวเองเป็นใหญ่” ใครๆ ที่เหลือผิดหมด!
 
          “พี่ดูสิ น้องขับรถของน้องดีๆ ถนนว่างด้วย น้องก็เหยียบมา พอดีข้างหน้าอีรถจักรยานลงจากฟุตบาทขี่ตัดข้ามไปเกาะกลาง น้องก็เบรคจนตัวงอ บีบแตรเสียงดังไปตลอดทาง มันควรมั้ยจะขี่ตัดไปอย่างนี้อ่ะ! … น้องจอดชิดเกาะกลางลดกระจกลงกะจะด่ามัน มันดันด่าน้องเสียงดังลั่นก่อนเลย คนหันมามองทั้งถนน มันด่าว่า “คุณขับรถแย่มากนะค๊าบ … ไม่มีน้ำใจ! …”
 
          อือ … อีน้องคนขับรถก็ไม่ยอมจักรยาน ส่วนอีจักรยานก็โลกสวยอยู่นั่นแล้ว คิดว่าไปไหนๆ ก็จะเจอแต่คนโลกสวยมีน้ำใจเหมือนกัน    เฮ้อ … ต่างคนต่างคิดเข้าข้างตัวเอง ถ้าต่างคนต่างคิดแทนอีกฝ่าย เอาใจเขามาใส่ใจเรา เรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิด คนขับรถควรคิดเสียว่านั่นเป็นญาติเราให้เขาขี่ผ่านไปก่อน หรือคนขี่จักรยานคิดว่ารอให้รถติดไฟแดงก่อนแล้วค่อยเลาะไปจะอันตรายน้อยกว่าหรือข้ามตรงทางม้าลายถัดไป เพราะเอาเข้าจริงๆ ถ้ารถพุ่งชนจักรยานมีหวังนอนตายกลางถนนไม่ทันได้แสดงความคิดโลกสวยมารยาทดีตรงนี้แน่ๆ 
 
          ฉันโพสต์โปรโมทรายการ VVIP ใน ig ตอน “เจ้าหญิงศัลยกรรม” จากเด็กอ้วนกลายเป็นสาวงาม แค่นั้นแหละ ก็มีคนเข้ามาแสดงความไม่เห็นด้วย   ว่าน่ากลัวบ้างล่ะ ว่าไม่น่าสนับสนุนบ้างล่ะทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ดูรายการก็จับมากระเดียดเสียก่อน   เอิ่ม … พวกคุณคะ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคืออะไรรู้มั้ยคะ? คือ “ความคิดในแง่ลบแง่ร้ายในใจเรานั่นแหละที่น่ากลัว”    การไม่ยอมรับในความแตกต่างเลือกมองเลือกเสพแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ นอกขอบนอกกรอบกลายเป็นของไม่ดี น่ากลัว น่าตำหนิติเตียน ที่นี่โลกมนุษย์นะคะคุณ มันต้องมีสิ่งที่สวยงามและไม่สวยงามปะปนกันไปเพราะนั่นคือธรรมชาติของโลกที่ดำเนินไป คุณไม่ต้องยอมรับในสิ่งที่ไม่ชอบก็ได้ แต่ “อย่าตัดสิน” สิ่งนั้นๆ แล้วสร้างความจ็บปวดให้เกิดขึ้นในใจคนที่เราไม่รู้จักที่มาที่ไปของเขา ไม่รู้ว่าเขาต้องผ่านพบเจอสิ่งร้ายๆ อะไรมาบ้าง ธรรมชาติสร้างโลกมาให้เป็นในแบบที่ไม่สมบูรณ์แบบก็เพื่อให้มนุษย์รู้จักยอมรับในสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบนั้นว่ามันมีความงดงามซ่อนอยู่ให้เรา “เปิดใจ”  เพื่อค้นหาคำตอบในสิ่งที่ไม่รู้        ให้ผู้ที่แข็งแรงกว่า หรือ มีต้นทุนที่ดีกว่าได้ “เกื้อกูล”      สิ่งที่ด้อยกว่าเพื่อ “สมดุลของโลกและความสุขของมนุษย์บนโลก” … ฉันนั่งดูรายการ VVIP จนจบ ฉันเห็นใจในเรื่องราวที่เด็กคนหนึ่ง อ้วน-ดำ ลูกชายคนจีนที่ๆ บ้านไม่ยอมรับ ต้องต่อสู้ชีวิตด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 16 วันนี้ได้ทำให้ตัวเองใกล้เคียงกับที่หวังไว้ (โดยไม่เดือดร้อนใคร) เกิดความมั่นใจ มีคนยอมรับ มีการมีงานทำ มีเงินเลี้ยงและปรนเปรอแม่ให้มีความสุข … คนหน้าตาดีๆ อีกเป็นล้านยังดีไม่ได้ครึ่งของน้องคนนี้ ฉันมองเห็นแต่ความตั้งใจที่งดงามในตัวนาง คำว่า “น่ากลัว” มันอยู่ตรงไหน? น้องอาจจะร่างใหญ่ โครงกระดูกใหญ่ สวยงามได้แค่นี้ในวันนี้เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนตอนอ้วน-ดำ ฉันให้ไปเทียบกับอั้ม พัชราภา หรือ ชมพู่ อารยา รึยังหะ! เดี๋ยวด่า! …
 
          เขียนมาจนเมื่อยมือ เมื่อยสมอง แต่ไม่มีวันเมื่อยใจเพราะตราบเท่าที่ฉันยังไม่เอาตัวเองเป็นใหญ่ ไปตัดสินชีวิตของใครๆ จนเกิดเป็นแผลในใจ ตราบที่ฉันยังคงมองเห็นด้านดีของคน เอาใจเขามาใส่ใจเรา มองโลกในแบบที่มันเป็น … ฉันว่าฉันเป็นคนเต็มตัวนะ! 
 
.......................................
(หมายเหตุ 'มองโลก' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)