บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม:ต่อต้าน'เศียรสยอง'!

มองผ่านเลนส์คม:ต่อต้าน'เศียรสยอง'!

29 ก.ย. 2557

ต่อต้าน "เศียรสยอง" !? : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

 
 
 
          จะลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่อีกหรือไม่ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง "เศียรสยอง Under The Mask"!
 
          เพราะเมื่อ 2-3 วันก่อน "กลุ่มปกป้องนาฏดุริยางคศิลป์แห่งประเทศไทย" ได้อออกมาเคลื่อนไหว คัดค้านการนำศิลปกรรมนาฏดุริยางคศิลป์ไทย ไปใช้ในการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ ภาพยนตร์ หรือเผยแพร่ให้เกิดความเสียหาย ทำลายวัฒนธรรมและภาพลักษณ์อันดีของชาติ
 
          กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "รวมพลคนต้านผีเพี้ยน" ได้ยื่นหนังสือต่อกระทรวงวัฒนธรรม บอกว่า ขอให้ผู้เกี่ยวข้องยุติการสร้างภาพยนตร์ที่ส่อไปในแนวทางลบ ผิดเพี้ยนจากขนบและประเพณี ก่อให้เกิดการเรียนรู้และจดจำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
 
          นอกจากนี้ ยังขอให้ตั้งหน่วยงานเพื่อกลั่นกรอง และตรวจสอบสื่อต่างๆ เพื่อกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นอีก 
 
          นี่คือเรื่องราวที่ดิฉันได้ยินได้ฟังมา แม้จะไม่ได้เป็นข่าวใหญ่โต แต่ก็น่าติดตามไม่น้อย...   
 
          สำหรับตัวเอง ตั้งแต่รู้ว่า “บอย" สิทธิชัย ผาบชมภู อดีตสมาชิกนักล่าฝันแห่งบ้าน "เอเอฟ" ซีซั่น 3 ลุกขึ้นมาตั้งคายหนัง "อนันตชัยฟิล์ม" และเปิดตัวด้วยแนวหลอน สยองขวัญ โดยใช้ศิลปะนาฏศิลป์ชั้นครูอย่าง "โขน" มาเดินเรื่อง ก็ให้น่าจับตาไม่น้อย 
 
          หนังเรื่องนี้บอย เลือก “ภาม รังสี” ผู้กำกับที่มีสไตล์เฉพาะตัว ได้รับรางวัลจากต่างประเทศมาหลายเวที มีผลงานที่ผ่านตา อย่าง โลงจำนำ, The End และ ฟ้าแก้มโต มาแล้ว  
 
          หนัง "เศียรสยอง" เขาทั้งเขียนบทและกำกับการแสดงด้วย  
 
          ตอนแถลงข่าว ดิฉันก็คิดว่าจะได้ดูตัวอย่างบางตอน แต่ปรากฏว่าไม่มี ที่เห็นมีแต่คนใส่ชุดโขน (วิทย์ เอเอฟ 1) แต่งหน้าเหมือนผีให้ดูน่ากลัว ร้องและร่ายรำเปิดงาน จากนั้นก็เปิดตัวทีมนักแสดง อาทิ "ขนมจีน" กุลมาศ ลิมปวุฒิรานนท์ จากค่ายกามิกาเซ่ "บอย เอเอฟ 3 " เน วัดดาว, "เอ" วิทิต แลต ฯลฯ     
 
          ส่วนพล็อตเรื่องก็มีประมาณว่า เป็นเรื่องราวของวิญญาณที่เต็มไปด้วยพลังของคนรักนาฏศิลป์ หลังจากถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของคนที่ลบหลู่นาฏศิลป์ไทย วิญญาณแค้นของเขาจึงสิงสถิตอยู่ในดินแดนรกร้างชื่อ "ดงฟ้อน" ที่ที่ไม่มีใครกล้ารุกล้ำเข้าไป เพราะความอาถรรพณ์ 
 
          แต่เมื่อมีกลุ่มโจรวัยรุ่นหลบหนีเข้าไปในดงฟ้อน พร้อมด้วยกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ถูกจับมาเป็นตัวประกัน พวกเขาทั้งหมดต้องเผชิญหน้ากับความน่าสะพรึงกลัวของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ที่ปกป้องสถานที่และนาฏศิลป์ไม่ให้ใครรุกล้ำและหมิ่นหยาม พวกเขามีเวลาถึงแค่พระอาทิตย์ตกดินที่จะหาทางฝ่าออกไปจากดงฟ้อน
 
          หนัง "เศียรสยอง" มีกำหนดฉายต้นปีหน้า และมีแผนเข้าฉายในประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียในเวลาใกล้เคียงกันอีกด้วย... 
 
          แม้นาทีนี้จะยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ตามมา (รวมทั้งยังไม่เห็นว่าหนังจะทำออกมาอย่างไรด้วย) แต่ดิฉันคิดว่าการ "รับฟัง" ซึ่งกันและกัน จากผู้รู้ในแต่ละ "ศาสตร์" ที่รักและหวังดีในศิลปวัฒนธรรมชั้นครูของเรา ให้เข้าใจตรงกัน... 
 
          น่าจะเป็นการสร้างสรรค์ "ศิลปะ" ให้ต่อยอดไปในทางที่ถูกที่ควรมิใช่หรือ
 
          แล้วจะรอฟังข่าวจากทั้ง 2 ฝ่ายอีกครั้งค่ะ 
 
.......................................
(หมายเหตุ  ต่อต้าน "เศียรสยอง" !? : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์)