บันเทิง

'A Walk Among the Tombstones'

'A Walk Among the Tombstones'

26 ก.ย. 2557

'A Walk Among the Tombstones' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

 
          จากพล็อตเฝือๆ ที่ว่าด้วยอดีตตำรวจหนุ่มใหญ่มีแผลในใจจากการไล่จับผู้ร้าย ก่อนจะผันตัวเองไปเป็นนักสืบอิสระ และได้รับการว่าจ้างจากมหาเศรษฐีให้ออกตามล่าโจรที่จับภรรยาเรียกค่าไถ่ แต่ A Walk Among the Tombstones เพิ่มรายละเอียดมากกว่าหนังสืบสวนสอบสวนทั่วไป (อันที่จริงหนังสร้างมาจากนวนิยายชุดนักสืบแมทธิวสคัดเดอร์ของลอว์เรนซ์บล็อกที่มีทั้งหมด 17 ตอนด้วยกัน โดย A Walk Among the Tombstones เป็นตอนที่ 10 ออกตีพิมพ์เมื่อปี 2004) โดยเฉพาะการให้มิติของตัวละครทั้งฝ่ายดีและตัวร้าย ไม่ว่าจะเป็นตัวนักสืบสคัดเคอร์ที่อยู่ในระหว่างบำบัดอาการติดเหล้า ส่วนมหาเศรษฐีหนุ่มรูปงามผู้ว่าจ้างก็เป็นพ่อค้ายาเสพติด แต่ไม่เคยเสพยาที่ตัวเองขายเลยแม้สักครั้งเดียว (อีกทั้งยังขี้เหหนียว) จึงทำให้ร่ำรวยมหาศาล หนังขยับไปสู่เนื้อหาใหม่ๆ ที่น่าสนใจในแนวทางนี้มากขึ้น เมื่อไม่ใช่แค่การตามหาว่าผู้ร้ายคือใคร แต่ยังสืบสาวราวเรื่องย้อนกลับไปถึงแรงจูงใจให้กระทำ เหยื่อที่พวกมันเลือก เป้าหมายที่มันต้องการ ฉากหน้าที่มันใช้แอบซ่อนตัวเองจากผู้คน
 
          การให้รายละเอียดกับตัวละครแวดล้อมแทบทุกตัวของ A Walk Among the Tombstones ได้ กลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หนัง (รวมถึงนวนิยายชุดนี้) น่าสนใจชวนให้ติดตาม เมื่อสร้างคาแรกเตอร์หลักของสคัดเดอร์ด้วการเป็นตำรวจเก่า เมื่อถึงคราวที่ตัวละครนักสืบออกเสาะหาหลักฐาน วิธีการที่สคัดเดอร์ใช้จึงคล้ายกับงานตำรวจสายสืบ (แถมยังแอบอ้างเป็นตำรวจซะเอง) คือออกตามย้อนรอยประวัติการลักพาและฆาตกรรมในลักษณะเดียวกัน เพื่อนำไปสู่เบาะแสคนร้ายโดยมีเงื่อนไขนอกจากเวลาอันจำกัดแล้ว การทำงานให้กับพวกนอกกฎหมายที่ต้องสุ่มเสี่ยงถูกจับซะเอง ความเกี่ยวพันกับยาเสพติดและอาการติดเหล้าที่อยู่ในระหว่างบำบัด รวมทั้งการได้เพื่อนร่วมงาน (โดยไม่ตั้งใจ) เป็นพวกขี้ยาและเด็กเร่ร่อน ก็ทำให้สถานการณ์ของนักสืบสคัดเดอร์ ตกอยู่ในความยุ่งยาก ดังนั้นเหตุการณ์ระหว่างที่นักสืบออกตามหาวัตถุพยาน จึงเป็น วิธีเล่าเรื่องที่ใช้การปะติดปะต่อเหตุการณ์ทั้งเก่า และใหม่เข้าด้วยกัน ทำให้หนังดูสนุกน่าติดตาม มากกว่าการเน้นที่ฉากแอ็คชั่นต่อสู้ ไล่ล่ายิงกันหูดับตับไหม้เป็นไหนๆ กลเม็ดเด็ดพรายของหนัง จึงเป็นการเดินหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไปในการไขปมออกสืบหาคนร้าย คล้ายหนังสืบสวนสอบสวนคลาสสิคปลายยุค90’s ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาฉากแอ็กชั่นโฉ่งฉ่าง ท้าทายตีต่อยกันโขมงโฉงเฉงให้น่ารำคาญแต่อย่างใด หากเป็นการคลี่ปม สืบหาฆาตกรแบบหักเล่ห์เฉือนคมชิงไหวชิงพริบระหว่างคนร้ายและฝ่ายนักสืบโดยตัวหนังเองก็เซตบรรยากาศย้อนกลับไปในปีค.ศ. 1991 และ 1999 ปีแรกเพื่อแสดงปูมหลังการทำงานบ้าดีเดือดของสคัดเดอร์อันนำมาซึ่งความผิดบาปในใจ ส่วนปีหลังคือการกลับมาไขคดีสำคัญโดยมีฉากหลังเป็นบริบทของยุคสมัยในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปี 2000 ที่ผู้คนหวาดกลัวกับภัย Y2K ที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างรีเซตตัวเองใหม่กลับไปเป็นศูนย์อีกครั้ง
 
          A Walk Among the Tombstones มีลักษณะของหนังฟิล์มนัวร์สมัยใหม่ ที่สไตล์ด้านภาพอาจไม่จำเป็นต้องหม่นมัวอับทึมแบบโลว์คีย์ สีเข้มขรึม แต่ตัวละครยังเกี่ยวข้องกับโลกอาชญากรรมที่อาจไม่จำแนกได้ถึงความดีชั่ว ตั้งแต่นักสืบสคัดเดอร์ ตำรวจที่ลาออกจากราชการเพราะความผิดบาปในใจ ทั้งยังมาทำงานให้กับแก๊งค้ายา, เคนนี่ คริสโต้ พ่อค้ายาหนุ่มหล่อที่ภรรยาถูกจับเรียกค่าไถ่ ก็ดูสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะมาทำงานสกปรก เพราะนอกจากไม่เสพยาเองแล้ว ไลฟ์สไตล์ยังเป็นคนสนใจงานศิลปะ ส่วนตัวบ้านของเขายังตกแต่งอย่างมีรสนิยมซึ่งรวมไปถึงการแต่งตัวด้วย หนังเน้นความสมจริงของตัวละครมากกว่าจะออกแบบในสไตล์ฟิล์มนัวร์ดั้งเดิม นอกจากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของสคัดเดอร์เพียงคนเดียวที่ใช้สีทึมขรึม ที่เหลือก็เป็นไปตามบุคลิกผู้คนตามยุคสมัยในโลกของอาชญากรที่พ่อค้ายาในอเมริกายุคนั้นเต็มไปด้วยคนหลายสัญชาติ ทั้งเปอร์โตริโกที่มักสวมเสื้อทีเชิ้ตแขนยาวหรือไม่ก็แจ็กเก็ตยีนส่วนคนรัสเชียก็มักมาในชุดสปอร์ตแวร์สบายๆ 
 
          นอกเหนือไปจากนี้คือการสร้างบรรยากาศที่ไม่จำเป็นต้องตกอยู่ในสภาพแสงอึมครึมขมุกขมัวยามราตรีเท่านั้น เวลาส่วนใหญ่ในหนังเกิดขึ้นกลางวันที่อากาศอบอวลครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอดวัน การออกตามหาหลักฐานตามตึกเก่าคร่ำคร่าของมหานครนิวยอร์กในมุมเสื่อมโทรมท่ามกลางฝนตกพรำ อาคารทรงโบราณ หรือตามสถานที่อย่างสุสานสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ล้วนโน้มนำไปสู่ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ ความคลางแคลงต่อสิ่งรอบตัว รวมถึงความเสื่อมโทรมโสมมในจิตใจมนุษย์ ที่ฆาตกรกระทำต่อเหยื่อ (ซึ่งเหยื่อแต่ละราย ต่างก็เป็นเหยื่อในวงจรอุบาทว์อาชญากรค้ายาอีกทีหนึ่ง)
 
          ลักษณะของตัวละครการออกตามหาเงื่อนงำเพื่อคลี่ปมต่างๆ ถือเป็นจุดเด่นในนวนิยายซีรีส์นักสืบ แมทธิว สคัดเดอร์ ที่ตีพิมพ์ออกมาแล้วถึง 17 ตอน เริ่มตั้งแต่ปี 2000- 2011 ไม่นับตอนย่อยอีกหลายตอน  และโดยเฉพาะตอน A Walk Among Tombstones ได้รับการดัดแปลงพัฒนาเป็นบทหนังมาหลายปีแล้วโดยสก็อตแฟรงค์ (ซึ่งเวลานั้นทำงานเขียนบทเป็นหลัก) มีการวางตัวโจคาร์นาฮานเป็นผู้กำกับ (ที่แจ้งเกิดจากหนังอินดี้เล็กๆ เรื่อง Narc ก่อนจะมือขึ้นจากSmokin’ Aces และ The A Team ในเวลาต่อมา) ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ดีเจ คารูโซ่ (เจ้าของหนังไอเดียกระฉูดอย่าง Eagle Eye และ I am Number Four) อีกทั้งยังวางตัว แฮริสัน ฟอร์ด มารับบทนำ ซึ่งก่อนหน้านี้ เจฟ บริดเจส ก็ถูกทาบทามให้มารับสคัดเดอร์มาแล้ว ก่อนที่สุดท้าย เลียม นีสัน จะตัดสินใจเซ็นสัญญารับบทนี้ ซึ่งชื่อเสียงจากการรับบทในหนังแอ็กชั่นเรื่องผ่านๆ ของเขา ทำให้สตูดิโอไฟเขียว อนุมัติโปรเจกท์หนังเรื่องนี้ โดยที่สก็อต แฟรงค?์ ก็ตัดสินใจกระโจนลงมากำกับเอง ในระหว่างเริ่มต้นถ่ายทำเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วในนิวยอร์กซิตี้ ทางผู้สร้างได้เชิญเจ้าของนวนิยายต้นฉบับ ลอว์เรนซ์ บล็อค มาเยี่ยมชมการถ่ายทำด้วย โดยเจ้าตัวก็ถึงกับออกปากว่า เขาจะไม่มีความสุขเลยถ้าได้นักแสดงหรือผู้กำกับคนอื่นมาทำงานชิ้นนี้ ทั้งคู่ (เลียม นีสัน และสก็อต แฟรงค์) เป็นศิลปินตัวจริงและมีความเป็นมืออาชีพเลอเลิศ หนังสือของเขาอยู่ในมือคนเก่งๆ แล้ว และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หนังก็เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาด้วยการทำรายได้เป็นอันดับสองของตารางหนังทำเงินบ็อกซ์ออฟฟิศ
 
.......................................
(หมายเหตุ 'A Walk Among the Tombstones' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)