
เป็นคุ้งเป็นแคว:'พุ่มพวง ณ พาเลซ'
'พุ่มพวง ณ พาเลซ' : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว
วันอาทิตย์ 21 ที่ผ่านมา แฟนเพลงวัย 40 ขึ้นไป มีความสุขกันมากที่ได้แห่แหนไปรำลึกความสุข ความหลังกันในคอนเสิร์ต "เดอะพาเลซ แอนด์ เฟรนด์ส" ที่เมืองทองธานี ทำเอาขายบัตรหมดเกลี้ยงทุกที่นั่ง มีคนตามหาซื้อบัตรกันขวักไขว่หน้างาน
คอนเสิร์ตในครั้งนี้จังหวะสอดคล้องกับภาพยนตร์ "ตุ๊กแก รักแป้งมาก" ที่กำลังเข้าฉาย ซึ่งในภาพยนตร์มีฉากย้อนยุคดิสโก้เธค เดอะ พาเลซ ถ. วิภาวดีรังสิต อยู่ในด้วย และวงดนตรีเดอะพาเลซก็ได้ขับร้องเพลงประกอบเรื่องนี้
วงเดอะพาเลซ ประกอบด้วย จี๊ด รอยัลสไปรท์ส อ๊อด คีรีบูน จี๊ป วสุ วง พลอย ต้น แม็คอินทอช จืด ฟอร์เอฟเวอร์ สายชล กับพีรสันต์ จากวงดิ อินโนเซ้นท์ และ เต้ย วงอินคา รายละเอียดเรื่องราวความสนุกสนานหรือซาบซึ้งในคอนเสิร์ตคงจะได้รับทราบหรือหาอ่านจากคอลัมน์อื่นๆกันแล้ว ยกหน้าที่ความถนัดให้กูรูทางด้านเพลงสตริงวันวานเขาว่ากันไป
แต่สิ่งที่อยากจะกล่าวเสริม ถึงจุดเด่นในคอนเสิร์ต "เดอะพาเลซ แอนด์ เฟรนด์ส" ในครั้งนี้ นอกจากวงที่ฝีไม้ลายมือที่แข็งแกร่งแล้ว ยังมีแขกรับเชิญที่หายหน้าไปนาน ขึ้นเวทีครั้งทำเอาคนกรี๊ดกันไม่หยุด คือ ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจมกับ ดำ ฟอร์เอฟเวอร์ ซึ่งหลายคนกล่าวว่าทั้งคู่ เป็นจุดสุดยอดของคอนเสิร์ตครั้งนี้เลยทีเดียว เพราะห่างหายจากเวทีมานาน
โชว์ส่งท้ายก่อนจะจบก็ทำเอาลืมไม่ลงกันเลยทีเดียวเพราะวงจำลองบรรยากาศ "ลูกทุ่งดิสโก้" มาได้อย่างสุดโก้เก๋ เชื่อว่า แฟนเพลงในยุคเดอะพาเลซนี้หลายคนผูกพันและฟังเพลงลูกทุ่งควบคู่กันไปด้วย ซึ่งเพลงลูกทุ่งสตริงในขณะนั้นก็ยังมีความคาบเกี่ยวกัน และความนิยมเรื่องเพลงก็ผลัดกันขึ้นลง ชาวสตริงก็หยิบยืมเพลงลูกทุ่งไปใช้กันเนืองๆ
เมื่อ35 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จในวงการเพลงอย่างท่วมท้นที่ต้องบันทึกไว้ในแง่การผสมข้ามสายพันธุ์เพลง คือ อัลบั้มชุด "ลูกทุ่งดิสโก้" ชุดที่ 1ของวงแกรนด์เอ๊กซ์ เมื่อปี 2522 ที่มีอินโทรฯ เป็นเพลงสากล "อะบานิบี" แล้วก็หักมุม เข้าเนื้อเพลง "สาวอิสานรอรัก" ซึ่งมีเพลงลูกทุ่งดังอื่นๆ มาเรียงร้อยต่อกันยาวเป็นเมดเลย์ อาทิ หลังคาแดง ฉันทนาที่รัก หิ้วกระเป๋า ปูไข่ไก่หลง สาวผักไห่ เป็นต้น และยังมีชุดที่ 2 ในช่วงต้นปี 2523 อันมีเพลง จำอ้ายได้บ่นาง เทพธิดาเทวี รักข้ามคลอง คุณนายโรงแรม ไก่นาตาฟาง ใครลืมใครก่อน เป็นต้น แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าชุดแรก
ในฟากเพลงลูกทุ่งยุคนั้น ในขณะนั้นก็มีนักแต่งเพลงชื่อ อ.ดอย อินทนนท์ แปลงเพลง "อะบานิบี" ไปเป็นเพลง "เพลงฮ่วยอะบานิบี" ให้ หงษ์ทอง ดาวอุดร ขับร้อง เป็นที่รู้จักกันพอสมควร ฟังแล้วอดจิ้มไม่ได้ ชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ของครู
ช่วงท้ายๆ ของการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่ย้อนยุคลูกทุ่งดิสโก้ นำเพลงลูกทุ่งในลีลาบวกดนตรีทันสมัยมาเรียงร้อยกัน โดยใช้อินโทรจากเพลง "วายเอ็มซีเอ" แล้วต่อด้วยเพลงลูกทุ่งดังๆ ย้อนยุคอย่าง ฮักสาวขอนแก่น ขี่เก๋งอย่าลืมเกวียน ชวนน้องแต่งงาน เมียไม่มาเมียไม่มีขาดคนหุงข้าว สามสิบยังแจ๋ว จ้ำม่ำ รักจางที่บางปะกง ทำเอาคนดูเต้นกันกระจายแบบลืมวัยไปเลย ซึ่งช่วงนี้ ถือเป็นอีกช่วงที่สนุกสนานที่ทำเอาคนดูทั้งหมดแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้
พูดถึงชื่อ เดอะ พาเลส ดิสโก้เธคชื่อดังของเมืองหลวงในช่วงนั้น มีเรื่องหนึ่งที่อยากบันทึกเอาไว้ คือ ราชินีเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ เป็นนักร้องลูกทุ่งคนแรกและเป็นคนเดียวที่เคยไปเปิดคอนเสิร์ตที่เดอะ พาเลซด้วยในราวๆ ปี 2539 -2530
ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่พุ่มพวงออกจากค่ายเพลงอโซน่าที่ทำให้เธอดังจากเพลง "กระแซะเข้ามาซิ" "ห่างหน่อยถอยนิด" ฯลฯ ได้ย้ายมาอยู่กับค่ายเพลงซีบีเอส เร็คคอร์ด (ประเทศไทย) โดยมีอ.ไพจิตร ศุภวารี แห่งพีดี โปรโมชั่น อยู่เบื้องหลัง อ.ไพจิตร พยายามเปลี่ยนภาพพุ่มพวงให้เข้ากับความนิยมของเพลงสตริงในขณะนั้น โดยใช้วงฮอตทูทรอต มาเล่นเป็นแบคอัพให้พุ่มพวงในดิสโก้เธคดังกล่าว ซึ่งผมเองก็เข้ากรุงมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาชมคอนเสิร์ตนี้โดยเฉพาะด้วย โดยที่ขณะนั้นผมยังไม่ทราบเส้นทางไปเดอะพาเลสด้วยซ้ำไป ต้องให้เพื่อนที่อยู่ในกรุงเทพฯพามาส่งหน้าเดอะ พาเลส
แม้ว่า พุ่มพวงในแบบฉบับเพลงกึ่งสตริงจะไม่ได้รับการยอมรับของนักฟังเพลงลูกทุ่งมากนักเท่ากับชุดก่อนหน้า ซึ่งภายหลังพุ่มพวงได้ย้ายไปทำงานร่วมกับค่ายท็อปไลน์มิวสิค ฯมีเพลงโด่งดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ต้องบันทึกเอาไว้ว่า เธอคือนักร้องลูกทุ่งคนแรกที่ทลายกำแพงเข้าไปแสดงในดิสโก้เธคซึ่งไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้ในช่วงเวลานั้น
........................................
(หมายเหตุ 'พุ่มพวง ณ พาเลซ' : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว)



