บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'คู่มือโค้ชตัวเมีย 1'

เล่นหูเล่นตา:'คู่มือโค้ชตัวเมีย 1'

22 ก.ย. 2557

'คู่มือโค้ชตัวเมีย 1' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม


          ช่วงนี้…ขอสารภาพว่าเขียนอะไรไปไกลกว่านี้ไม่ได้เพราะวันๆ ก็ทำแต่งานนี้ทั้งเดือน รับงานอีเวนท์กะปริบกะปรอยยิ่งกว่าคนกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ยังดีที่ไม่มีลูกกวนตัวมีผัวกวนตรีน! เลยยังพอมีเวลาพักผ่อนนอนหลับกันบ้าง ไม่เช่นนั้นคงไม่เป็นอัน “หลับนอน” กันล่ะค่าคุณ! จากที่ชอบออกไปตระเวนกินตามที่ต่างๆ กับลูกน้องแล้วลงรูปอาหารในไอจี หรือกลับบ้านแม่ไปทำอาหารอร่อยๆ กินกันทั้งครอบครัว ตอนนี้จะนอนให้ครบ 6 ชั่วโมงยังยาก…การนอนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับคนใช้เสียงอย่างฉันเพราะถ้านอนไม่พอเสียงจะแหบและโรคภูมิแพ้ที่ฉันเป็นก็จะกำเริบ งานที่ทำต้องใช้สติและสมาธิสูง ทั้งฟังเสียง ทั้งคิดพิจารณาไตร่ตรองเพื่อเลือกเอาคนเข้าหรือออก ไม่มีวันไหนเลยที่ต้องตัดสินใจทำอะไรกับความฝันของคนคนหนึ่งแล้วกลับมาล้มตัวนอนโดยไม่รู้สึกอะไร…สิ่งที่ติดอยู่ในใจคือ…“ความรู้สึกผิด!” มันไม่ผิดในกฎกติกาแต่ที่รู้สึกผิดเพราะฉันยังคงเป็นคนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มีชีวิตและจิตใจ ฉันเกลียดความรู้สึกผิดหวังในชีวิตของตัวเองพอๆ กับที่ต้องทำให้ใครผิดหวัง และไม่ว่าจะหาเหตุผลหรือข้ออ้างใดๆ มาลบล้างก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกนั้นหายไป…ตราบเท่าที่มี “ความเสียใจ” เกิดขึ้น!

          ไม่มีใครรู้ว่าการตะกายขึ้นไปนั่งชูคออยู่บนเก้าอี้สีแดงเพลิงนั้น…น่ากลัวแค่ไหน? ทั้งตัวฉันและผู้เข้าแข่งขันทุกคนต่างถูกชะตากรรมเลือกให้มาเจอกัน ดูการเชือดเฉือนฟาดฟันกันในทีด้วยพรสวรรค์ที่ต้องมีคนอยู่และคนไป ไม่มีเลือดไหลนองอยู่ในสนามรบ มีเพียงน้ำตาและความเสียใจที่ต่างคนต่างต้องกล้ำกลืนไว้ เมื่อความฝันที่เคยมีมาเต็มเปี่ยมหดตัวลงชั่วขณะ ณ เวลาที่การตัดสินมาถึง ฉันอยากจะเดินเข้าไปกอดทุกๆ คน แล้วบอกว่า…มันคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันพิสูจน์ให้เรารู้ว่า “อะไรจริง อะไรไม่จริง” แม้มันจะเป็นสิ่งที่เราไม่อยากพบเจอ แต่เชื่อเถอะว่าวันหนึ่งมันจะนำมาซึ่งความเข้มแข็งในอนาคตของเราจนเราต้องกลับมาขอบคุณมัน… ขอบคุณความผิดพลาด! ขอแค่ ณ เวลานั้นจงยอมรับและโอบกอดมันไว้ด้วยความเต็มใจ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีวันก้าวต่อไปข้างหน้าได้! (ที่พูดได้เต็มปากเพราะฉันผ่านมันมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนทุกวันนี้ฉันก็ไม่อาจหลีกหนีมันได้)

          ในซีซั่น 3 นี้สิ่งที่ยากที่สุดคือ “การค้นหา” “เสียงจริง ตัวจริง” ที่ยังเป็น "ตัวอ่อน" อยู่ ในความคิดของฉัน 2 ปีที่ผ่านมาคือการที่ผู้เข้าแข่งขันทำให้ “โค้ช” เป็นแชมป์ เพราะผู้เข้าแข่งขันที่มาส่วนใหญ่คือ "ตัวแก่" ของแท้มาจากบ้าน เราจึงเห็นพรสวรรค์ที่เกลื่อนกลาดบนเวทีได้อย่างชัดเจน แต่มาปีนี้จะเป็นปีที่โค้ชทำให้ “ผู้เข้าแข่งขัน (ตัวอ่อน) กลายเป็นแชมป์อย่างแท้จริง! เพราะต้องขุดต้องเล็งเหลี่ยมมุมเหมือนกับการเจียระไนเพชร มีทั้งเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ มันไม่ได้มาแบบเจียระไนแล้วพร้อมขึ้นตัวเรือนแบบ 2 ปีที่แล้ว มันยากตรงนี้ล่ะค่าคุณผู้ชม! และเท่าที่ผ่านมานักร้องเสียงทรงพลังเต็มไปด้วยเทคนิคและประสบการณ์ระดับขึ้นหิ้งที่ใครๆ เขาทึ่งกัน ฉันมักไม่ค่อยได้เลือกก็เพราะว่า…โตมากับเสียงนักร้องระดับเทพ จึงขอสารภาพว่าฉันเกิดความเบื่อ ตั้งแต่ตัวฉันเองไปแล้ว! สมัยที่ร้องเพลงกลางคืนก็ไม่ได้อยากจะแหกปากพ่นไฟ อยากจะร้องเพลงฟังสบายหวานๆ เน้นอารมณ์อ่อนไหว แต่ดันไปทำมาหากินในยุคที่นักร้อง “พ่นไฟ” เฟื่องฟูตั้งแต่เซลีน ดิออน, วิทนีย์ ฮุสตัน, มารายห์ แครี่ ฯลฯ จะหนียังไงล่ะทีนี้ แต่ละคืนก็ต้องทั้งเห่าทั้งหอนจนคอแทบแตกทุกครั้งที่ลูกค้าเรียกร้องเพลงฮิตเหล่านั้น…พอผ่านมาถึงวันนี้เพลงไม่ต้องการเสียงเยอะขนาดนั้นแล้ว ฉันเป็นคนที่ดีใจที่สุดในโลกคนหนึ่ง! เพราะอยากจะบอกว่า “พอกันที ไม่รู้จะทรมานเสียงกรูไปถึงไหนกัน?” ฝรั่งเขาเกิดมาพร้อมเส้นเสียงแบบนั้น แต่เราคนเอเชียต้องตะบี้ตะบันไต่ไปใกล้ๆ เขา…กรูจะบ้าตายค่ะคุณตำรวจ! ฉันยังคงชื่นชมนักร้องที่พ่นไฟเก่งๆ ตราบเท่าที่ฉันไม่ต้องร้องเอง เพราะฉันทั้งแก่และไม่เก่งขนาดนั้น ไม่ไหวแล้วค่า…ขอทูลลา!… เสียงพ่นไฟที่โดนใจ มันต้องถึงทั้งเนื้อเสียงที่สูงและหนา และถ้าจะให้ดีเป็นที่ตื่นตะลึงตึงๆ ของคนดูคนฟัง พรสวรรค์นั้นต้องฝังตัวอยู่ในร่างเด็กที่อ่อนทั้งหน้าและประสบการณ์ ขั้นต่อไปยังต้องคิดต่ออีกว่า…พ่นไปเรื่อยๆ ทุกรอบคนฟังเขาจะรำคาญหรือเบื่อก่อนมั้ย? ถ้าคนคนนั้นทำได้มากกว่าพ่นไฟ คือ พ่นหมอก พ่นควันได้ด้วย เอ้อ! … อันนี้แหละที่อยากได้แต่ยังหาไม่เจอ (รออยู่นะ)

          ?กว่าคุณผู้อ่านจะได้อ่านต้นฉบับนี้ คงเป็นวันที่ 22 กันยายน 2557 ซึ่งเดอะวอยซ์ ซีซั่น 3 รอบปิดตาคัดตัวเทป 3 ออกไปแล้ว คงได้เห็นหน้าค่าตาและฟังเสียงผู้เข้ารอบหลายคนไปบ้างแล้ว จึงอยากจะเรียนให้ทราบว่า ความนิยมต่างๆ ในโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหลายไม่ส่งผลต่อรอบแบทเทิลและน็อกเอาท์ เสียใจด้วยนะคะคุณ เราบันทึกเทปรอบ “แบทเทิล” และรอบ “น็อกเอาท์” เสร็จไปเรียบร้อยแล้ว ขอบอกว่าพลิกล็อกกันน่าดูถล่มทลาย! พลิกล็อกกันมากมายแบบเทกระเป๋า! เพราะแต่ละยกแต่ละรอบ เด็กแต่ละคนก็มีพัฒนาการและการแสดงตัวตนที่แท้จริงทางเสียงออกมาอย่างน่าทึ่ง เวลาเลือกก็เลือกยาก ที่ว่ายากก็คืออาจจะไม่ถูกใจทุกคน! นานาจิตตังกันเหลือเกิน คงต้องเอาวิจารณญาณส่วนตัวของโค้ชเลือกไปก่อน คราวนี้โค้ชก็สวมหมวกกันน็อกกับเสื้อกันกระสุนรอไว้ตอนออกอากาศรอบแบทเทิลและน็อกเอาท์…เพราะต้องโดนคนที่เอาตัวเองเป็นใหญ่ เป็นเจ้าโลก เจ้าชีวิตที่ชอบตัดสินทุกสิ่งบนโลกด่าจนแหกกันไปครบทุกอวัยวะ แต่…มันก็เป็นของมันแบบนั้นแหละ! ถูกใจก็ชม ขัดใจก็ด่าสิคะ แต่… กลัวที่ไหน!!! ยิ่งเป็นโค้ชตัวเมียของเดอะวอยซ์ โดนด่าทั่วโลกโดยพร้อมเพรียง! กรูล่ะเบื่อคนลำเอียงพวกนี้เจงๆ ทำยังกับว่าโค้ชตัวเมียเป็นตัวอิจฉามีไว้ให้คนดูใจแคบตบตีเวลาไม่ได้ดั่งใจ รายการเขามีไว้เพื่อความสุขของทุกคน ถ้าไม่มีความสุขก็เปลี่ยนไปดู “สามเณรปลูกปัญญา” เถอะค่า จะได้ลดกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง ลงไปบ้าง…เอาเวลาที่จะด่าสาดเสียเทเสียไปทำอย่างอื่นให้แก่ชีวิตตัวเอง บางทีไอ้อะไรๆ ในชีวิตที่มันแย่ๆ อยู่จะได้ดีขึ้นบ้าง วันนี้เรามีวิธีพุทธมานำเสนอค่ะ ถ้าคราวหน้าเกลียดโค้ชตัวเมียก็ให้ไปทำสังฆทานหรือทำบังสุกุลเป็นบังสุกุลตายให้แก่มันเลยสิคะ มันจะได้ไปผุดไปเกิดเป็นอย่างอื่น ไม่งั้นมันก็คงยังสิงอยู่บนเก้าอี้สีแดงดูแล้วอารมณ์เสียผมชี้ฟูแตกปลายแบบนี้ระวังเป็นมะเร็งนะคะคุณ!…ดิฉันแหย่เล่นอย่าโมโหไปเลยค่ะคุณ โค้ชคิ้มไม่เคยไปยืนสอนลูกทีมบังตู้ยาเบาหวานหรือตู้กับข้าวบ้านใคร อย่าไปถือสามันเลย ปล่อยมันไปเถอะค่า รายการที่สนุกแต่ไม่แซบเพราะในรายการไม่มีตัวแสดงที่คนดูเกลียดมันจะไปมีสีสันอะไร ถ้าวันไหนขาดดิฉันไปแล้วคุณจะหาใครมาให้ด่าได้สะใจ “แบบไม่กลัวบาป ไม่กลัวฉี่เหนียว” อย่างดิฉันได้ล่ะคะ…ยอมรับเถอะว่า ด่าใครก็ไม่มันเท่าด่าดิฉัน!!

.......................................
(หมายเหตุ 'คู่มือโค้ชตัวเมีย 1' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)