บันเทิง

'มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯครั้งที่16'

'มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯครั้งที่16'

19 ก.ย. 2557

'มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 16' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

 
 
          เริ่มมาได้เกือบสัปดาห์แล้ว สำหรับ มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 16 ซึ่งปีนี้ก็ยังมีดนตรีและการแสดงดีๆ จากทั่วโลกมาให้คนไทยได้ชมกันชนิดที่เรียกว่า ‘ละลานหูละลานตา’ ไม่ด้อยไปกว่า 15 ครั้งที่ผ่านมา ที่สำคัญปีนี้เพื่อให้คนไทยได้รับชมการแสดงอย่างได้อรรถรสและเข้าถึงสุนทรียะทางศิลปะยิ่งขึ้น การแสดงหลายๆ ชุดได้มีการทำซับไตเติ้ล คำบรรยายทั้งภาษาไทยและอังกฤษประกอบการรับชมด้วย โดยเฉพาะมหาอุปรากร ที่แสดงเปิดงานในปีนี้สองเรื่องคือ ดอน โจวานนี (don giovanni) และ ลา โบแอม (la bohe`me) จากคณะ เตียโตร ลีริโค่ อิตาเลียโน่แห่งโรม(teatro lirico italino of rome) และ มาซีโดเนีย โอเปร่า (macedonia opera) ประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นชาติต้นแบบของงานศิลปะชั้นสูงแขนงนี้เลยทีเดียว เดิมทีการชมโอเปร่าอาจฟังดูเป็นเรื่องเข้าถึงยาก ต้องปีนกระไดฟัง แต่ปีนี้ทางผู้จัดงานเอาใจคนไทยให้มีโอกาสซึมซับคุณค่าของศิลปะการแสดงมากขึ้น ไม่เพียงนำโอเปร่าจากคณะที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดของโลก เป็นหนึ่งในอุปรากรที่ได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมที่สุด และทั้งสองเรื่องยังถือเป็นอุปรากรที่ถูกนำมาจัดแสดงบ่อยที่สุดเท่านั้น หากการทำซับไตเติ้ลภาษาไทยและอังกฤษระหว่างการแสดง โดยเฉพาะภาษาไทยนั้น ได้มีการเรียบเรียงเป็นบทร้อยกรองที่เต็มไปด้วยความงดงามทางวรรณศิลป์ ให้อรรถรสในการรับชมไม่ด้อยไปกว่าคำร้องจากต้นฉบับเจ้าของภาษาเลยทีเดียว
 
          และนับจากนี้ไปจนถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2557 ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยยังมีดนตรีและศิลปะการแสดงที่น่าสนใจอีกมากมายทั่วโลก ทะยอยเดินทางมาเปิดแสดงให้คนไทยได้ชมกันในงานนี้อีกหลายโชว์เริ่มจากสุดสัปดาห์นี้ พบกับการแสดงกายกรรมชุด “เซิร์ค อีคลิปส์”(cirque eclipse) โดย คณะกายกรรมแห่งชาติ ปักกิ่ง สาธารณะรัฐประชาชนจีน ที่สร้างสรรค์การแสดงขึ้นใหม่ในวาระครบรอบ 55 ปี ของการก่อตั้งคณะ โดยดัดแปลงเอาบัลเลต์คลาสสิกอย่างสวอน เลค (swan lake) มาผสมสานเข้ากับกายกรรม การเต้นรำ ละคร และศิลปะการต่อสู้ของจีนอย่างมวยกังฟูไว้ด้วยกันอย่างงดงามและน่าตื่นตาตื่นใจ เปิดแสดงให้ได้ชมกันในวันศุกร์ที่ 19, เสาร์ที่ 20 กันยายนนี้ เวลา 19.30 น. และวันที่อาทิตย์ที่ 21 กันยายน เวลา 14.30 น.
 
          ถัดมาในวันพุธที่ 24 กันยายน อย่าพลาดการแสดงบัลเลต์ร่วมสมัยเรื่อง “สโนว์ ไวท์” (snow white) จาก คณะบัลเลต์ เปรโจคาย (ballet preljocaj) ประเทศฝรั่งเศส ที่ว่ากันว่าเป็นคณะบัลเลต์ร่วมสมัยที่ดีที่สุดกับการออกแบบการแสดงที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งลีลาการเต้นที่พริ้วไหวของนักแสดง ฉากสวยงามอลังการ และโดยเฉพาะเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ทั้งหรูหราและงามสะดุดตาผ่านการออกแบบของดีไซเนอร์ระดับตำนานอย่าง ฌอง ปอล โกล์ติเยร์ ที่ทำให้เจ้าหญิงสโนว์ไวท์ในโชว์นี้ สวยและเซ็กซี่อย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในเทพนิยายกริมม์ ไม่ว่าจะเวอร์ชั่นไหนก็ตาม การแสดงมีเพียงรอบเดียวเท่านั้นในเวลา  19.30 น.
 
          ถัดมาอีกสองวันในเวลาเดียวกัน ชมการแสดงจากวงดนตรี the jive aces ที่แจ้งเกิดจากรายการทีวีชื่อดัง britain’s got talent เมื่อ 2 ปีก่อน สมาชิกทั้ง 6 หนุ่มก่อตั้งวงกันมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2532แต่ละคนมีความสามารถทางดนตรีแตกต่างกันไป แนวเพลงที่เล่นก็หลากหลาย ทั้งดนตรีสวิง แจ๊ส ร็อกแอนด์โรล และริธึ่มแอนด์บลูส์ ตระเวณแสดงตามเทศกาลดนตรีทั่วโลกมาแล้วมากกว่า 100 โชว์
 
          และในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน รอบทุ่มครึ่งเช่นเดียวกัน ก็มีการแสดง เต้นรำฟลามิงโก้ แนวใหม่ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใครโดย 7 หนุ่มพี่น้อง คณะ วิวานคอส (los vivancos) จากประเทศสเปนในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติปีนี้ พวกเขานำเอาการแสดงชุด “เอเทนัม”(aeternum) มาฝากผู้ชมชาวไทย เป็นการเต้นฟลามิงโก้ ร่วมสมัยที่มีทั้งลีลาเร่าร้อน แข็งแกร่ง ผสมผสานเอาการเต้นฟลามิงโก้เข้ากับบัลเลต์ เต้นแทป และการต่อสู้ป้องกันตัวเข้าไว้ด้วยกัน และยังเพิ่มสีสันของมายากลเข้าไป เป็นอีกหนึ่งสีสันของงานนี้ที่ไม่ควรพลาด
 
          จากนั้นในวันอังคารที่ 30 กันยายน และพุธที่ 1 ตุลาคม รอบ 19.30 น. สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับบทเพลงของ แอบบ้า (abba) วงระดับตำนาน โดยเป็นการก๊อปปี้โชว์จากวงดิ อาไรวัล (the arrival) ประเทศสวีเดน บ้านเกิดของ abba ที่ลอกเลียนวงในตำนานได้อย่างเหมือนจริง ทั้งจำนวนสมาชิก น้ำเสียงการร้อง ลีลาการแสดง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นแสดงเลียนแบบแอบบ้าที่ดีที่สุดในโลกเลยทีเดียว พวกเขาทั้ง 4 มาในชุดการแสดงที่ชื่อ “the world’s greatest abba show”
 
          อันที่จริงทุกๆ โชว์ในงานนี้ถือว่าน่าสนใจทั้งสิ้น แต่ขอเลือกที่เป็นไฮไลท์มาแนะนำกันในพื้นที่อันจำกัด ก็น่าจะเป็นการแสดงบัลเลต์เรื่อง “แบล็คไดมอนด์”(black diamond) จากคณะเดนิช แดนซ์ เธียเตอร์ (denish dance theatre) ของเดนมาร์ก ที่รวมเอานักเต้นเก่งๆจากนานาชาติมาร่ายลีลาให้ได้ชมกันในวันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม ส่วนในวันเสาร์-อาทิตย์ สุดสัปดาห์บอกได้ว่าห้ามพลาดสำหรับการแสดงบอลลีวู้ดมิวสิคัลชุด “taj express” ที่มาพร้อมกับฉาก เสื้อผ้าอลังการมากกว่า 2,000 ชุด เครื่องประดับอีกมากกว่า 2,500 ชิ้นเป็นโชว์ที่ดำเนินเรื่องเหมือนดูหนังบอลลีวู้ดสดๆ บนเวที ที่มีทั้งฉากแอ็คชั่น ร้องเพลง เต้นรำ และที่หลายคนรอคอยมากที่สุดก็คือ ซิมโฟนีคอนเสิร์ตโดยวาทยากรเอกของโลก สุบิน เมห์ธา และ วงอิสราเอล ฟิล ฮาร์โนมิก ออร์เคสตรา ที่ได้ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในวงออร์เคสตราที่ดีที่สุดในโลก คอนเสิร์ตครั้งนี้พวกเขาเลือกเอาบทเพลง คอนแชร์โต้สำหรับสี่ไวโอลินและออร์เคสตราของวิวาลดี มาบรรเลงให้ฟัง อีกทั้งยังนำเอา ซิมโฟนี หมายเลข 36 ของโมสาร์ท และซิมโฟนีหมายเลข 5 ของมาห์เลอร์ มาบรรเลงให้ฟังกันอย่างเต็มอิ่มในวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม เวลา 19.30 น. ก่อนจะปิดท้ายมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติครั้งนี้ด้วยบัลเลต์เรื่อง “ออนิจิน”(onegin) จากคณะชตุทท์การ์ท(stuttgart ballet) เยอรมันนี ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกในวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม รอบทุ่มครึ่งและอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคมในรอบบ่ายสองโมงครึ่ง
 
          ศิลปะการแสดงดีๆ และหาดูยากแบบนี้ ปีหนึ่งมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ลงมือกาปฏิทินตามวันและเวลาแล้วหาโอกาสไปชมการแสดงเหล่านั้นกันครับ
 
 
.......................................
(หมายเหตุ 'มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 16' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)