
'คนอนาล็อก กับเพลงดิจิทัล'
"คนอนาล็อก กับเพลงดิจิทัล" : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย โดย... โชคชั่ย เจี่ยเจริญ
วงการเพลงทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคสู่ยุค ในสภาพการณ์ที่ทุกอย่างรวดเร็ว เท่าทันถึงกัน ส่งผลให้แนวทาง วิธีการ ใหม่ ถูกคิด และทดลองใช้ อย่างต่อเนื่อง เวิร์กบ้าง ไม่เวิร์กบ้าง ก็ต้องลองกันไป ใครมีไอเดียใหม่ๆ ทำก่อนได้ก่อน ก็มีให้เห็นอยู่พอสมควร อุตสาหกรรมเพลงในบ้านเราก็เหมือนกัน อาจแตกต่างกันบ้าง ในเรื่อง วัฒนธรรมการเสพ
การกระโจนเข้ายุคดิจิทัลอย่างรวดเร็วทำให้วงการเพลงทั้งระบบ เกิดการตั้งรับ ปรับตัวกันแทบไม่ทัน ต้องทำไปคิดไป ไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้นานอย่างเคย ทำให้ต้องรีบตัดสินใจ เสนอ และรับ อย่างทันควัน ทฤษฎีใหม่ๆ เกิดขึ้นและถูกนำมาใช้ไม่เว้นแต่ละวัน เพราะทุกอย่างเกิดเร็ว ไปเร็ว และรู้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว
คนทำงานดนตรียุคใหม่ต้องหาแนวทางในการทำงานของตัวเองที่แตกต่าง ไม่อาจพึ่งพาการทำงานในแบบเดิมที่เคยสำเร็จมาก่อนหน้านั้นได้ วิธีการใหม่จึงต้องทำให้คนเดินเข้ามาหาเพลงของตนเองมากขึ้น ไม่ใช้สื่อเดิมๆ ที่คนรุ่นก่อนเคยใช้ แม้หลักการจะไม่เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่วิธีการนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
การเข้าใจวัฒนธรรมดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ไม่ได้แปลว่าคนที่อยู่ในยุคดิจิทัลจะเข้าใจโดยอัตโนมัติ แต่ต้องเกิดจากการเรียนรู้ ศึกษาพฤติกรรมใหม่ในระดับกว้างแล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมมากกว่าที่จะทำให้เดินหน้าและอยู่รอดปลอดภัยได้ ตัวอย่างเช่น การทำธุรกิจในยุคดิจิทัลออนไลน์ การหยิบยื่นให้คนฟังทาง หรือวิธีการที่ Sound cloud, FaceBook, YouTube แม้กระทั่งวิธีการทดลองเปิดให้ดาวน์โหลดเพลงโดยให้คนฟังเป็นผู้กำหนดราคา โดยตัวยึดหลักคือการรับข้อมูลข่าวสารจากศิลปินและค่ายเพลงโดยตรง และจากกลุ่มสังคมเดียวกัน
ต้องยอมรับว่า ธรรมชาติในการฟังดนตรีของแต่ละคนต่างกันทั้งในแง่วัตถุประสงค์ของการฟัง และการนำไปใช้ซึ่งความต่างทั้งหลาย มาจาก ประสบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจ และ ทักษะ หลอมรวมจนหลายคนสรุปว่ามันเป็นรสนิยม คำถามคือ เราฟังดนตรีเพื่ออะไร
เสียงดนตรี คือศิลปะอันสวยงามที่ถูกมนุษย์ สร้างขึ้นจากธรรมชาติ ฟังเพื่อความเพลิดเพลิน ความอิ่มเอม จรรโลงใจ และสร้างแรงบันดาลใจ ให้มนุษย์มาเป็นเวลานาน หลายชั่วอายุคน ความงดงามของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นที่บรรเลง ถ่ายทอดผ่านตัวโน๊ตจากเครื่องดนตรี ผสมผสานเสียงร้องของมนุษย์ ได้ส่งผ่านอากาศกระทบหูของเราผ่านไปที่การตีความของสมองและส่งผลถึงร่างกายและจิตใจ
บางคนคิดว่าดนตรี เป็นเพียงความเพลิดเพลิน และความบันเทิงเท่านั้น จึงรับรู้ได้เท่ากับความเข้าใจของตัวเอง แต่หากศึกษาให้ลึกลงไป ดนตรีมีคุณค่ามากกว่านั้นมหาศาล เคยสังเกตหรือไม่ว่า ดนตรีมีอิทธิพลกับคนเรามากขนาดไหน เริ่มตั้งแต่ที่เราอยู่ในครรภ์ ของแม่ เสียงเพลงเสียงดนตรี ทำให้เราได้รับรู้สัมผัสกับความไพเราะ และความรู้สึกซาบซึ้ง ทั้งๆ ที่เรายังไม่รู้จักอาการที่ว่าเลยด้วยซ้ำ เข้าโรงเรียนเราร้องเพลงหลายเพลงก่อนจะเรียนรู้ความหมายของบทเรียนหรือบางที่รับรู้ไปพร้อมๆ กับบทเรียนก็มี โตขึ้นมาหน่อยเรารับรู้เพลงจากสื่อต่างๆ ทั้งวิทยุ ทีวี คอมพิวเตอร์ และสื่อใหม่ๆ อีกหลายสื่อ เราร้องเพลงประจำโรงเรียนได้ กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีเพลงเข้ามาเป็นส่วนประกอบของกิจกรรมนั้นๆ มากมายเต็มไปหมด เรามีเพลงในยุคของตัวเอง เมื่อเราโตในยุคใด เพลงยุคนั้นย่อมมีความผูกพันกับชีวิตเราอย่างเหนียวแน่น และไม่ว่าเราจะผ่านประสบการณ์ การฟังเพลงมามากมายเท่าไหร่ เราจะมีเพลงที่เป็นประจำตัว หรือเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจให้เราอย่างน้อยก็เพลงสองเพลง หรืออาจมากมายเสียจนเลือกไม่ถูก
การฟังดนตรีให้เกิดความซาบซึ้งนั้น อาจไม่ได้เกิดจากธรรมชาติของการฟังเพลงของเราเพียงอย่างเดียว แต่ต้องศึกษา ประวัติ การตีความหมายของเพลง การฟังเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น การดูการแสดงดนตรี เพื่อความเข้าใจถึงธรรมชาติของเสียง การเล่นของนักดนตรี การฟังอย่างตั้งใจ และ ความรู้ความเข้าใจในสไตล์ดนตรีแต่ละประเภทเพื่อพัฒนาทักษะของเรา อันจะนำไปสู่การฟังเพลงอย่างเข้าถึงจิตใจ ส่งผลให้เกิดการรับรู้ที่สวยงาม ถ่องแท้ เพราะเราจะเข้าใจลึกซึ้งกับเพลงเหล่านั้น เพลงไม่ได้เดินเข้าหาเราแต่เพียงอย่างเดียว เราต่างหากที่ต้องเดินเข้าหาเพลง เพื่อให้ตัวเรารับรู้และสัมผัสกับสุนทรียะศาสตร์ที่อบอวลไปด้วยความสุขและแรงบันดาลใจ
ดนตรีนั้นอยู่รอบๆ ตัวเราตลอดเวลา เป็นเหมือนฉากหลังของกิจวัตรประจำวันของเรา แต่โดยทั่วไปเราไม่ค่อยให้ความสนใจกับมันศิลปะในการฟังดนตรีทุกประเภทอย่างลึกซึ้งนั้นเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วน ใหญ่ไม่ให้ความสนใจ ผู้คนส่วนใหญ่ดูเหมือนไม่คิดว่าการฟังดนตรีอย่างตั้งใจนั้นเป็นทักษะที่สามารถพัฒนาได้
วันนี้หากมีใครสักคนตั้งคำถามว่า เราฟังเพลงแล้วมีความสุขมั้ย คำตอบที่ได้อาจเหมือนกับ แต่หากถามว่า เราฟังเพลงแล้วเข้าใจมั้ย คำตอบที่ได้อาจแตกต่างกัน เหตุผลคือ ความเข้าใจที่กล่าวมาแล้วข้างต้น และแน่นอนที่สุดผลลัพธ์จากการฟัง การเสพ ย่อมแตกต่างกัน อยู่ที่ว่าเราจะให้เพลงเข้าหาเรา หรือเราเข้าไปหาความหมายที่แท้จริงของเพลง หากจะเริ่มต้นการฟังเพลงอย่างตั้งใจ และพยายามหาความสุนทรีย์กับเพลง เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในการฟังเพลง และรู้จักเลือก เราจะได้มีความสุขจากการฟังเพลงที่แท้จริง และการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้มากขึ้นนั่นเอง
.......................................
(หมายเหตุ "คนอนาล็อก กับเพลงดิจิทัล" : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย โดย... โชคชั่ย เจี่ยเจริญ)



