
กรณีช่อง3งัดข้อกสทช.แต่ละฝ่ายควรทำอะไรต่อ?2
10 ก.ย. 2557
กรณีช่อง3งัดข้อกสทช.สรุปย่อและแนะนำว่าแต่ละฝ่ายควรทำอะไรต่อ?2 : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
มาเริ่มว่ากันต่อเลยนะครับ
10.กสทช.เริ่มสังเกตแล้วว่าถ้าปล่อยให้ Must Carry เป็นแบบนี้ต่อไป “ช่อง3 Analog” ก็จะไม่มีทางย้ายฐานมาออกคู่ขนานกับช่อง 33 ทางดิจิทัลได้ และฐานคนดูจำนวนมหาศาลก็จะไม่เข้าสู่ดิจิทัลทีวี “จึงออกประกาศใหม่" ให้ผู้ผลิตกล่องดาวเทียมและเคเบิลจัดช่อง 1-36 ดิจิทัลไว้ในชุดแรก โดยยกเลิก 10 ช่องแรกที่เคยใจดีให้จัดกันเอง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ผลิตกล่องรายใดปฏิบัติตาม เบะปากร้องว่า “มาบอกอะไรเอาป่านนี้!?” คนเขารับทรัพย์กันอยู่เดือนละหลายล้านแล้ว
11.กสทช.แสดงท่าทีชัดเจนให้ช่อง 3 Original ออกอากาศคู่ขนานกับ 3HD แบบที่ช่องอื่นๆ เขาทำกันเพื่อโยกฐานผู้ชมมาชมดิจิทัลทีวีมากขึ้น คุณสุภิญญา หนึ่งในคณะกรรมการ กสทช. ถึงกับลงทุนทำ Ice Bucket Challenge ถึงคุณประวิทย์ มาลีนนท์ให้รับคำท้า “ทั้งราดน้ำแข็งและออกอากาศคู่ขนาน” ..ปรากฏคุณประวิทย์ไม่รับคำท้า
12.ช่อง 3 อ้างว่าบริษัทที่ประมูลช่องดิจิทัลเป็นคนละชื่อบริษัทกับช่อง 3 Analog ซึ่งติดสัญญาผูกพันอยู่กับ อสมท. (สัญญาสัมปทาน) จึงไม่สามารถออกคู่ขนานได้ แต่ทั้ง อสมท.และกสทช.บอก “ยินดีแก้ไขสัญญาให้” ..ช่อง 3 กลับไปคิด
13.ช่อง 3 ออกมาชี้แจงสังคมว่าเขามีสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจในคลื่น Analog เดิมเพราะเหลืออีกตั้ง 5 ปี และเขาก็ทำช่องดิจิทัลทีวีใหม่นี้ด้วยอีก 3 ช่องซึ่งเป็นจำนวนช่องที่มากกว่าทุกบริษัทที่กำลังทำอยู่ (อยากมี 4 ช่องน่ะจะทำไม?)
14.คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดาแสดงทัศนะในงานครบรอบ 10 ปีครอบครัวข่าว ว่า “ผมเชื่อมั่นใน Analog” เพื่อให้ผู้ฟังคือมีเดียเอเจนซี่และผู้ลงโฆษณาทราบเจตนารมณ์ว่ารายการเรื่องเล่าเช้านี้ไม่ย้ายแน่ๆ
15. สถานการณ์ขณะนี้ราคาโฆษณาในดิจิทัลทีวียังไม่สูงเท่าช่อง Analog เดิม เพราะฐานคนดูยังไม่มาก และผู้เล่นมีมาก การแข่งขันมันสูง ลดแลกแจกแถมกันสะบั้นหั่นแหลก แต่ช่อง 7 เขาก็ยังขายได้ราคาดีดังเดิมเหตุเพราะเขา Simulcast คือ “มีให้ชมทั้งคู่” ไม่ว่าจะชมด้วยทีวีแบบใด
16. ช่อง 3 Original มีสิทธิ์ 100% ที่จะไม่ออกอากาศคู่ขนาน เพราะเขายังมีสัญญากับอสมท. และกสทช.ก็บอกไว้แต่ต้นว่า “ให้ออกอากาศต่อไปได้อีก 5 ปีสำหรับทีวี Analog” แต่ทั้งนี้ “ช่อง 3 ไม่มีสิทธิ์ออกอากาศด้วยกระบวนการ ”ผ่านดาวเทียม” และ "เคเบิลท้องถิ่น” เนื่องจากไม่อยู่ในสถานะทีวีดาวเทียมหรือทีวีบอกรับสมาชิก ซึ่งหากต้องการจะอยู่ก็ต้องยอม “ลดนาทีโฆษณาลงเหลือ ชม.ละ 6 นาที” ตามกติกาของทีวีประเภทนี้
17. เวลานี้พ้นกรอบการผ่อนผัน 100 วันแล้ว (หลัง 1 ก.ย.) ช่อง 3 ยังออกอากาศและโฆษณาชม.ละ 10 นาทีได้อย่างปกติสุขบนดาวเทียมและเคเบิล (ทั้งนี้ผู้ผลิตกล่องไปสอยสัญญาณเขาไปให้บริการเอง ช่อง3 บอกเขาอยู่ของเขาเฉยๆ) ไม่มีใครกล้านำช่อง 3 ออก เว้นแต่ PSI ที่ดีดช่อง 3 กระเด็นออกไปเป็นเลข 330 ตั้งแต่เริ่มทำ Must Carry เดือนเมษายน (คนดูลำบากกดรีโมทย้อนกลับจากช่อง 0 มาดูได้)
18. ต้นตอที่แท้จริงคือ “บริษัทไทยคม” ยังรับยิงสัญญาณภาพขึ้นสู่ดาวเทียมให้ช่อง 3 อยู่ ต้นตอนี้ยังไม่มีใครไปไล่บี้ แต่กำลังงัดกันเองอยู่เพื่อเตะถ่วงให้เกิดความงงงวยกันทั้งผอง
19. บริษัทไทยคมไม่มีสิทธิ์รับยิงสัญญาณให้สถานีใดๆ ที่กสทช.ไม่อนุญาต (สมัยก่อนที่ยังไม่มีองค์กรกสทช. สถานีทีวีดาวเทียมต่างๆ ต้องไป “ผ่านหน้าบิล” บริษัทในเขมร, ลาว เพื่อเช่าไทยคมเลยนะคิดดู) เรื่องนี้ยังไม่มีใครเอ๊ะ แต่ผมจะเอ๊ะให้ก่อน
20. กสทช.ยังไม่แจกคูปองให้ประชาชนแลกซื้อกล่องรับสัญญาณดิจิทัลทีวีเพื่อเพิ่มจำนวนผู้ชมตามที่สัญญา (นึกถึงเพลงคสช.จัง) สัญญากันตั้งแต่ “พฤษภาคม” เพื่อเร่งให้ทุกช่องเปิดสถานีออกอากาศไปก่อนในเดือนเมษายน แต่สุดท้ายก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก โดยอ้างว่า “รอสรุปราคาคูปอง” พอสรุปได้แล้วว่า 690.- แน่ก็อ้างต่อ “พิมพ์คูปองไม่ทัน” ถามจริงๆ “พิมพ์หรือยัง???”
21. การผัดผ่อนเหมือนผัดก๋วยเตี๋ยวนี้ส่งผลเสียอย่างมาก สถานีใช้เงินผลิตรายการดีๆ กันวันละเป็นล้านๆ แต่กลับไปไม่ถึงผู้ชมทั่วทั้งประเทศ (ไปได้ด้วยดาวเทียม แต่เลขช่องมันไกลเหลือเกิน) "เรตติ้งไม่มา โฆษณาก็ไม่เข้า” ผู้ชมตอนนี้คือกลุ่มเมืองที่มีความสนใจและกำลังซื้อด้วยตัวเองแต่ไม่ใช่ “คนไทยทั้งประเทศ”
22. เดือนที่เคยกำหนดว่าจะแจกคูปองคือ “พฤษภาคม” “มิถุนายน” “สิงหาคม" หรือแม้กระทั่งกำหนดวันแล้วอย่าง “15กันยายน" ยังถูก “เลื่อนล่าสุด” มาเป็น “15 ตุลาคม" และระบุว่ากว่าประชาชนจะนำคูปองไปแลกได้คือวันที่ 25 ตุลาคม เป็นต้นไปและจัดส่งได้ก่อนเพียง 11ล้านหลังคาเรือน ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งจะดำเนินการให้ได้ภายใน 2 ปี (เฮือกกกก) เงินจากการแจกคูปองหาใช่เงินภาษีที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นเงินจากผู้ประกอบการที่จ่ายผ่านการประมูลกันมาอย่างห้ำหั่น
23. ทุกฝ่ายกำลังเรียกร้องให้ช่อง 3 Original เสียสละออกอากาศคู่ขนานกับ 3HD เพื่อหวังว่าฐานคนดูช่อง 3 จะกระโจนลงมาสู่ดิจิทัลทีวี ..แต่ช่อง 3 บอก ”ไม่" เขามีสิทธิ์ดำเนินธุรกิจแยกกัน เขามั่นใจดีว่าฐานคนดูส่วนใหญ่อยู่กับตัวก็เกิดความรู้สึก “ไม่อยากแชร์” เป็นธรรมดามนุษย์ เขาเป็นหนึ่งในตองอู (6ช่อง) เขาก็ย่อมกลัวบ้างว่าจะเป็นหนึ่งในกรุงศรี (24ช่อง) ได้ด้วยไหม? ในเมื่อสถานีอื่นๆ ก็กำลัง “จัดเต็ม” รายการคุณภาพแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์รายการทีวีเมืองไทย
24. ลองคิดกันดูดีๆ ถ้ากสทช.ทำ “สนามให้น่าเล่น” ใครเล่าจะปฏิเสธ? “เรตติ้ง” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในธุรกิจฟรีทีวีเพราะเขาต้องขายโฆษณาเพื่อเลี้ยงองค์กร
25. สรุปปิดท้าย "ช่อง 3 ทำผิดกฎหมาย” ที่ยังออกอากาศด้วยดาวเทียม “การไม่อยากแชร์ฐานคนดูสู่ดิจิทัลทีวี" ไม่มีใครว่า (เขาแค่อิจฉาและถามหาสปิริต) แต่ยังไงต้อง "ปฏิบัติตามกฎหมาย” หากเลือกจะออกคู่ดาวเทียมก็ต้องลดนาทีโฆษณาลงและไปขอใบอนุญาตทีวีดาวเทียม/เพย์ทีวีซะ แต่ถ้าเด็ดเดี่ยวมากก็ออกเฉพาะสัญญาณ Analog ไปซะก็จะหล่อเลย วันหนึ่งข้างหน้าดิจิทัลทีวีเกิดมีคนดูมากขึ้น ถึงตอนนั้นค่อยย้ายรายการดังๆ มาลงช่อง 3HD/SD/Family ที่ตัวเองมีอยู่ก็ยังได้
กสทช.เองก็จงเลิก "คิดต่าง...อย่างไม่เข้าใจ" (ในหมู่ 5 กรรมการ กสท.) แล้วเร่งทำเรื่องสำคัญของตัวเองคือ “ขยายฐานผู้ชมทีวีดิจิทัล” เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมนี้ไปสู่การเปลี่ยนผ่านที่สมบรูณ์ ...ไปทำตามสัญญาเถอะจ้ะ นะ นะ (จะมาตีมึนร้องต่อว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน” ก็ไม่ยอมแล้วล่ะ)
.......................................
(หมายเหตุ กรณีช่อง3งัดข้อกสทช.สรุปย่อและแนะนำว่าแต่ละฝ่ายควรทำอะไรต่อ?2 : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์)



