บันเทิง

เปิดบ้านคีตกวีลูกทุ่งไทยครูไพบูลย์ บุตรขัน

เปิดบ้านคีตกวีลูกทุ่งไทยครูไพบูลย์ บุตรขัน

01 ก.ย. 2557

เปิดบ้านคีตกวีลูกทุ่งไทยครูไพบูลย์ บุตรขัน : ลูกทุ่ง

 
 
          เปิดบ้านคีตกวีลูกทุ่งไทย ครูไพบูลย์ บุตรขัน อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวหุ่นเหมือนในงานทำบุญครบรอบ 42 ปี ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ถัดจากวัดสำแล ปทุมธานี
 
          บริษัท เมโทรแผ่นเสียง-เทป (1981) จำกัด โดย วรชัย ธรรมสังคีติ ร่วมกับ สุริยะ บุตรขัน ทายาทครูไพบูลย์ นำสื่อมวลชนศิลปินนักร้อง จัดงานเปิดบ้านทำบุญตั้งหุ่นเหมือน ในงานครบรอบ 42 ปี วันเสียชีวิตของครูไพบูลย์ บุตรขัน ราชานักแต่งเพลงลูกทุ่ง ณ วัดสำแล บ้านบางกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา 
 
          งานเริ่มประมาณ 10.00 น. ที่วัดสำแล มีพิธีสงฆ์ ซึ่งมีศิลปินแห่งชาติ ชัยชนะ บุญนะโชติ กับ ชินกร ไกรลาศ พร้อมด้วยนักร้องครูเพลงและบุคคลในวงการเพลง อาทิ รุ่งเพชร แหลมสิงห์, ชัยณรงค์ บุญนะโชติ, โฆษิต นพคุณ, เพชร พนมรุ้ง, วิไล พนม, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, จอมขวัญ กัลยา, สุรินทร์ ภาคสิริ, ภูพาน เพชรปฐมพร, สุริยา ฟ้าปทุม, สมบัติ บุญศิริ, ภาวนา ชบาไพร, แดน บุรีรัมย์, เจนภพ จบกระบวนวรรณ, ใหญ่ อยุธยา, จิตรกร บัวเนียม, น้ำผึ้ง พรพะเยา, กานต์ การันต์, ทีเด็ด เพชรบ้านนา, บุญเลิศ ช้างใหญ่, แดง เจดีย์, คิงส์ โพธิ์ดำ และญาติมิตรเพื่อนฝูง แฟนเพลงมาร่วมงานกันหนาตา
 
          หลังจากเสร็จพิธีสงฆ์และรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว ได้พร้อมใจกันล่องเรือเพื่อเข้าเยี่ยมชม “บ้านครูไพบูลย์ บุตรขัน” ซึ่งอยู่ถัดจากวัดสำแล ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อไปถึงบ้านครูไพบูลย์ สุริยา ฟ้าปทุม หรือ ไตรเทพ ณ เมืองปทุม ศิษย์รุ่นสุดท้ายของครูไพบูลย์ ได้ขับร้องเพลง “รังรักในจินตนาการ” หน้าบ้านของครู ก่อนที่วรชัย ธรรมสังคีต กับสุริยะ บุตรขัน จะทำพิธีเปิดผ้าแพรคลุมป้ายบ้านคีตกวีลูกทุ่งไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งใต้ถุนบ้านครู ได้มีการบรรเลงขับร้องเพลงของครูและเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความผูกพันกับครูจากศิลปินต่างๆ อย่างน่าประทับใจแฟนเพลง โดยเฉพาะเพลง “ร้องไห้หาครู” ที่ รุ่งเพชร ร้องสดๆ ให้ฟัง ซึ่งเป็นเพลงที่ศิลปินแห่งชาติ ครูพยงค์ มุกดา แต่งให้ขับร้องหลังจากครูไพบูลย์เสียชีวิต
 
          บ้านแห่งนี้ เป็นสถานที่รวบรวมประวัติผลงานเพลงของครูไพบูลย์ บุตรขัน โดยมีหุ่นเหมือนครูไพบูลย์ บุตรขัน ในท่านั่ง กำลังเขียนเพลงอยู่ในบ้าน โดยมีรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ข้าวของเครื่องใช้ แผ่นเสียง สมุดลายมือครู ฯลฯ ตั้งแสดงไว้อย่างเป็นระเบียบ ซึ่งหวังว่า ในอนาคตสถานที่แห่งนี้จะเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับคนรุ่นหลังต่อไป