บันเทิง

นกน้อยลั่น40ปีวง'เสียงอิสาน'ต้องใหญ่ขึ้นพร้อมปั้นดาวหมอลำ

นกน้อยลั่น40ปีวง'เสียงอิสาน'ต้องใหญ่ขึ้นพร้อมปั้นดาวหมอลำ

29 ส.ค. 2557

นกน้อยลั่น 40 ปีวง "เสียงอิสาน"ต้องใหญ่ขึ้นพร้อมปั้นดาวหมอลำ : ลูกทุ่ง

 
          ครบรอบ 40 ปี วงเสียงอิสาน นกน้อย อุไรพร หัวหน้าวง ยันแพ้ไม่ได้ แม้วงดนตรีใหญ่ๆ จะอยู่ยากขึ้น ขอเดินหน้าสืบสาน "หมอลำ" พร้อมปั้นดาวหมอลำหน้าใหม่ให้คนอีสานต่อไป อุไร ฉิมหลวง หรือนกน้อย อุไรพร หัวหน้าวงเสียงอิสาน ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวบันเทิง "คม ชัด ลึก" ระหว่างลงมาทำเพลงชุดใหม่ช่วงพักวงถึงสถานการณ์ล่าสุดของการทำวงดนตรีที่มีสมาชิกกว่า 300 คนว่า 
 
          “การต่อสู้บนเส้นทางของนกน้อยครบ 40 ปีแล้วกับวงเสียงอิสานเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ กับประสบการณ์ที่แฟนหมอลำให้ความรักกับเราทีมงานเสียงอิสาน เวลาผ่านไปไวมาก แฟนเพลงหลายคนคุยกับเราตัวเขาดูเสียงอิสานมา 40 ปีแล้วจนลูกโตแล้วก็ยังดู แม้ตลอดเวลาที่เสียงอิสานมีการถ่ายเทคนเก่าออก คนใหม่เข้ามาจากรุ่นสู่รุ่น แฟนเพลงก็ให้ความรักสนับสนุนเหมือนเดิม พวกเรากินอิ่มนอนอุ่นฝันดี เป็นสิ่งที่แฟนๆ มอบให้แม่นกและทีมงาน" 
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า 40 ปีของเสียงอิสานช่วงไหนที่ถือว่าหนักหน่วงที่สุดตั้งแต่ทำวงมา แม่นกน้อยนิ่งคิดครู่ใหญ่ก่อนเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า 
          “ถ้าจะนับเอาช่วงเวลาที่ถือว่าหนักหน่วงที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งวงเสียงอิสานมาก็เป็นช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ มีทั้งเรื่องการเมืองที่บ่นิ่ง ความรุนแรงของวัยรุ่น ข้าวยากหมากแพงก็ว่าได้ จนทิดหลอดผู้จัดการวงเสียงอิสานถอดใจ แม่นกก็บวชชีมันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเสียงอิสานที่เราได้ไปบนบานศาลกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตอนนั้นเจ้าภาพยกเลิกงานหลายงานมาก เจ้าภาพยกเลิกงานด้วยสมาชิกในวงก็ออกไปหลายคนตอนนั้น” 
 
          เมื่อถามว่าตอนนั้นถือว่า "เสียงอิสาน" ถึงกับออกอาการเป๋หรือสั่นคลอนไหม หมอลำที่เคยได้รางวัลในการใช้ภาษาไทยท้องถิ่นยอดเยี่ยมจาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในปี 2553 บอกว่า 
 
          “เราไม่ได้เป๋พลังแห่งศรัธาที่เราจะต้องสืบสานวัฒนธรรมของเสียงอิสาน และคนอิสานต้องอยู่ให้ได้ ถามว่าเหนื่อยไหม เราเหนื่อยมากเราไม่ได้เป๋เพราะลูกๆ ออกไปจากเรา บางคนเสียชีวิต บอกตัวเองว่า นี่เป็นสัจธรรมของมนุษย์เรายังมีลมหายใจอยู่นะ ถือว่า เราโชคดีมาก ถ้าเป็นตัวแม่นกที่ตายวง "เสียงอิสาน" คงอยู่บ่ได้" 
          ผู้สื่อข่าวถามว่ามีหลักอะไรที่ใช้ยึดเหนี่ยวตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เจ้าของรางวัลคนดีศรีอุดรธานี ในงานทุ่งศรีเมือง อุดรธานี ปี 2551 บอกว่า มีแม่แท้ๆ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยว 
          “สิ่งที่ยึดเหนี่ยวพวกเฮาไว้คือตัวตนความเป็นอิสาน ความเป็นวัฒนธรรมและสิ่งที่แม่นกได้สัญญากับแม่ไว้ เมื่อก่อนนกน้อยสู้ชีวิตพอมีชื่อเสียงขึ้นมา มีวง มีเจ้าภาพจ้างงานเรา ทุกคนเดินเข้ามาหาเราที่บ้านตอง 5 (บ้านเลขที่ 555 สำนักงานของวง ในจ.อุดรธานี) มาเพราะแม่ของนกน้อยท่านบอกว่าตระกูลเรา ลูกๆ หลานคนนั้นอยู่ที่นี่ คนนี้เป็นลูกคนนั้นเรายากจน เราทำนา เราปลูกหอม ปลูกพริก ไม่ได้ร่ำรวยมาจากบรรพบุรุษ แม่บอกกับเราว่าลูกต้องทำให้ได้ ต้องพาลูกๆ หลานๆ ทำมาหากินและก็สืบวัฒนธรรมเป็นนักร้องหมอลำเจ้าต้องเป็นให้ได้ต้องอยู่ให้ได้"
 
          ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปวงดนตรีอยู่ยากขึ้น "เสียงอิสาน" จะอยู่อย่างไรต่อจากนี้แม่นกน้อยบอกด้วยเสียงเข้มแข็งว่า 
          “เราไม่ได้วางแผนอะไรไว้เราบอกทุกคนว่าเราแพ้บ่ได้ เราหยุดบ่ได้ เราต้องเฮ็ดให้ยิ่งใหญ่ไปกว่าเดิม เราคือคนปั้นดินให้เป็นดาวเวที "เสียงอิสาน" คือเวทีสร้างดาว ดาวหลายดวงที่โบกบินไปและหากินได้เข้มแข็ง มันเป็นความภูมิใจของแม่นก แต่ก่อนพวกเขาคือดินที่แม่นกปั้นออกมาจากมือและยังมีอีกหลากหลายของดินที่รอให้เราสร้างให้เป็นดาวเป็นงานที่ท้าทายมากจากการเริ่มต้นที่ศูนย์”