
สร้างคอนเทนท์หา'เอกลักษณ์'ทางฝ่าวิกฤติ'ทีวีดิจิทัล'
27 ส.ค. 2557
สร้างคอนเทนท์หา 'เอกลักษณ์' ทางฝ่าวิกฤติ 'ทีวีดิจิทัล' : สกู๊ป
กว่า 4 เดือน สำหรับการออกอากาศ "ทีวีดิจิทัล" เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง และความพยายามในการสร้าง "คอนเทนท์" ของผู้ผลิตรายการในแต่ละสถานี ทวีความเข้มข้น หากต้องยอมรับว่า ผังรายการอาจยังไม่นิ่ง และเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่จะสังเกตได้ว่า บางช่องเริ่มมีความแข็งแรง และสร้างฐานผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนใหญ่เป็นสถานีที่สามารถหา "จุดแข็ง" และเอกลักษณ์ของตัวเองเจอ ทำให้ผู้ชมเริ่มเปิดรับ ยอมทำความรู้จักกับทีวีดิจิทัลมากขึ้น แม้จะยังมีปัญหาเรื่องการเข้าถึง เพราะมีเรื่องของ "คูปอง" ส่วนลด 690 บาท ในการซื้อกล่องรับสัญญาณ ที่ กสทช. จะแจกได้ประมาณปลายเดือนกันยายนนี้
ความจริงเรื่องของการเข้าถึงทีวีดิจิทัล ตอนแรกเริ่มอาจเป็นปัญหาใหญ่ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ ผู้ชมผ่านเคเบิลทีวีท้องถิ่น หรือผู้ที่รับชมผ่านทีวีดาวเทียม สามารถรับชมทีวีดิจิทัลบางช่องได้ แม้จะไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่ถือว่าเป็นการปรับตัวที่ดี อย่างน้อยๆ ผู้ชมที่ยังไม่มีกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ก็ได้ชิมลางลองเปิดรับชมรายการผ่านทีวีดิจิทัล
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแข่งขันในตลาดทีวีดิจิทัล ยังคงสร้างความหนักใจ ให้แก่ผู้ประกอบการอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในช่องที่ยังไม่ติดตลาด หรือไม่มีฐานคนดูเก่ามาต่อยอด ต้องเร่งสร้าง "เอกลักษณ์" และผลิตคอนเทนท์ไม่ให้ซ้ำกับสถานีที่สร้างแบรนด์ได้แข็งแรง และติดตลาด ถือว่าเป็นงานยากและท้าทาย
ด้วยความที่ทีวีดิจิทัลมีการแบ่งประเภทและจัดหมวดหมู่ การกำหนดรูปแบบรายการตั้งแต่การประมูล แบ่งเป็น ช่องเด็ก, ช่องข่าว, ช่อง SD วาไรตี้, และช่อง HD วาไรตี้ ลองมาดูตามหมวดหมู่ ในแต่ละช่องยังมีการเบียดแซงกันไปมา "ช่อง 3 family" ในช่องเด็ก ดูจะมาแรงในช่วงแรก แต่เริ่มทรงตัวและไม่ตื่นตาตื่นใจเท่าที่ควร ไม่ต่างจาก ช่อง 3 SD และช่อง 3 HD
ในช่องข่าว มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง แต่ผู้นำในหมวดนี้ คือ "เนชั่น 22" เพราะมีคอนเทนท์รายการที่แข็งแรง บวกกับมีฐานผู้ชมเก่าครองตลาดในสัดส่วนที่มาก รวมถึงความเป็นมืออาชีพในการสร้างรูปแบบรายการข่าว เนชั่นมีความชำนาญ และมีความน่าเชื่อถือในกลุ่มผู้ชม จุดเด่นเรื่องความเป็นมืออาชีพในสนามข่าว ทำให้สามารถครองตลาดเป็นอันดับ 1 ในช่องข่าวทีวีดิจิทัล เสพข่าวได้ทั้งวัน มีข่าวเช้า ข่าวเที่ยง ข่าวเย็น และข่าวรอบดึก รวมถึงมีการเสริมทัพด้วยทีมข่าวบันเทิง ที่กำลังมาแรงไม่เป็นรองใคร เรียกว่านึกถึงเนชั่น ต้องนึกถึง "ตัวจริงในสนามข่าว"
ในส่วนของช่อง SD วาไรตี้ ความแรงล้ำหน้าคงอยู่ที่ "เวิร์คพอยท์ 23" เพราะจุดแข็งของเวิร์คพอยท์ คือ "ครีเอทีฟเกมโชว์สุดเจ๋ง" มีรูปแบบรายการวาไรตี้ที่หลากหลาย ตอบโจทย์คนดู รวมถึงมีฐานคนดูเก่ามาต่อยอดได้เป็นอย่างดี เอกลักษณ์ของเวิร์คพอยท์ คือขายวาไรตี้เกมโชว์ได้สนุก และเข้าถึงคนดูทุกกลุ่ม นี่แหละความน่ากลัวของ "เวิร์คพอยท์"
มากไปกว่านั้น ยังมี "เดลินิวส์" ที่เริ่มสร้างฐานคนดู และกำลังอยู่ในช่วงค้นหาความเป็นตัวเอง ส่วนอีกหนึ่งช่องน้องใหม่ ที่น่าจับตามอง คือ "Now 26" เป็นช่องวาไรตี้เชิงธุรกิจ ที่ยังไม่มีใครกล้าทำ นาวเป็นผู้บุกเบิก รวมกับผู้ทำคอนเทนท์ จากกรุงเทพธุรกิจ ทีวี ซึ่งมีความชำนาญและรอบรู้ในเรื่องธุรกิจเชิงลึก เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่ต้องการความก้าวหน้า และมุมมองการใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด
นอกจากนี้ที่น่าสนใจ คงเป็น "ช่อง 8" ในเครืออาร์เอส ที่ยังครองตลาดความแซบแบบเดิม เข้าถึงง่าย ชาวบ้านชอบดู และคอนเทนท์สนุก แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ต้องการเจาะตลาดคนชั้นกลาง และไม่ดูยากจนเกินไป ในส่วนของ "Gmm TV" และ "Mono" ที่มีการเอาหนัง มาฉายเป็นคอนเทนท์หลักให้เลือกชม รวมถึงรายการมิวสิกวิดีโอเพลงดัง และรายการวาไรตี้วัยรุ่น แต่ช่องแกรมมี่จะมีหนังไทยในส่วนของ "จีทีเอช" มาเป็นส่วนใหญ่ ด้าน โมโน จะเน้นตลาดหนังต่างประเทศ
มาถึงช่อง HD วาไรตี้ "ช่อง One" เป็นอีกหนึ่งช่องที่น่าจับตามอง เพราะกำลังสร้างคอนเทนท์ที่แข็งแรง เน้นความแซบแบบโมเดิร์น ทันสมัย เร็วและแรง ทั้งรูปแบบรายการหรือละครที่ "เอ็กแซ็กท์" เข้าไปเสริมความแข็งแรง และผังรายการที่แข็งแรง รวมถึง "ไทยรัฐทีวี" ที่เน้นความเป็นวาไรตี้ข่าวบันเทิง และรูปแบบรายการที่หลากหลายเป็นรุกหนัก
ทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของช่อง "ทีวีดิจิทัล" ที่มีคอนเทนท์แข็งแรง และหาเอกลักษณ์ความเป็นตัวเองเจอ หากแต่ปัญหาหลักในหลายส่วนยังคงมีอยู่ และส่วนสำคัญคือการวัด "เรตติ้ง" กับการขาย "โฆษณา" ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกัน เพราะเม็ดเงินโฆษณาที่เข้ามาอาจไม่สูงเท่าระบบอนาล็อก เนื่องจากทีวีดิจิทัลอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่าน และการเข้าถึงของผู้ชมยังไม่เต็มร้อย
คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า คอนเทนท์และเอกลักษณ์ที่แข็งแรงของแต่ละช่อง จะสามารถฟันฝ่าวิกฤติทีวีดิจิทัลในช่วงบุกเบิกไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่?



