
เล่นหูเล่นตา:ภารกิจ-ภาระกิน
25 ส.ค. 2557
ภารกิจ-ภาระกิน : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
การกินอาหาร คือ การรับเอาความรักเข้าสู่ร่างกายทางหนึ่ง เมื่ออาหารนั้นทำด้วยความรัก ความใส่ใจ และความหลงใหล เวลาตักเข้าปากตุ่มรับรส (Taste bud) จะแปลงสัญญาณเป็นรสหวาน เค็ม ขม และเปรี้ยว ทำให้จิตใจอิ่มเอม เปรมปริ่ม และอาจทำให้พุงปลิ้นได้ถ้าไม่ยั้งปากเอาไว้ … ความรักในอาหารนั้นคล้ายกับความรักฉันชู้สาวตรงที่มันเป็นความชอบส่วนบุคคล ลิ้นก็เหมือนหัวใจ มันจะมีรสนิยมเฉพาะตัวของใครของมัน ต่างคนต่างกำหนดได้เอง ตราบเท่าที่ยังไม่เลือกมาเป็นตัวเป็นตน แต่อาหารต่างกับคนตรงที่มันไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีเงื่อนไขทางสังคมมาคอยตีกรอบ คนคนหนึ่งไม่สมควรนอกใจคู่ครองเมื่อตัดสินใจจะครองคู่กันแล้ว แต่คนชอบกินคนหนึ่งจะกินอาหารแบบไหนก็ได้ในแต่ละมื้อแต่ละวันโดยไม่มีกฎใดๆ มากำหนดความผิดชอบชั่วดี ตราบเท่าที่มีปัญญากินจนกว่าหมอจะบอกว่ากินไม่ได้เพราะเป็นโรคนั่นโรคนี่ ค่าของเสียในร่างกายพุ่งกระฉูดจนอาจทำให้อยู่บนโลกได้ไม่นานเท่าคนทั่วไป แต่ก็นั่นแหละคนส่วนใหญ่ที่รักการกินมักจะมีข้ออ้างว่า ตายคาปากดีกว่าอดอยาก อือ … คนเรามีเป้าหมายที่จะอยู่ต่างกัน จะกินเพื่ออยู่ หรือ อยู่เพื่อกิน เลือกเอา!
ตัวฉันเอง อยากจะอยู่เพื่อกินไปตลอดชีวิต แต่ด้วยร่างกายที่เสื่อมไปตามวัยทำให้ตามใจปากไม่ได้อย่างที่เคยตั้งใจ เดี๋ยวโรคไต โรคเบาหวาน โรคหัวใจจะถามหา และที่ต้องรบรากันอยู่ทุกวี่วันคือ “น้ำหนัก” ช่วงไหนหลับหูหลับตาฟาดอาหารตามใจตัวเองน้ำหนักพุ่งพรวด 2-3 กิโลภายใน 1 อาทิตย์ สัญญาณเตือนแรกไม่ใช่ความกว้างของรอบเอว หรือความหนาของพุงกะทิ แต่จะเป็นอาการปวดหลัง ปวดเข่า ปวดข้อเท้า เพราะฉันเป็นคนกระดูกเล็ก ข้อท้าและฝ่าเท้าเล็กถ้าเทียบกับขนาดความตันของร่าง แค่นั้นก็คงจะหยุดปากได้แล้วมะ! บางช่วง (หลายช่วง) ต้องกินอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ไอ้ไขมันที่มีอยู่มันก็ยังเอาออกไปไม่ได้เพราะไม่ใช่คนรักการออกกำลังกาย ยังจะต้องแบกรับน้ำหนักใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ลองนึกถึงเนื้อหมู 3 ชั้น ที่ซื้อมาจากตลาดใส่ถุงหิ้ว 2 ข้าง ข้างละ 5 กิโล รวมเป็น 10 กิโล มันทั้งหนักทั้งทรมานเวลาที่เราหิ้วไปไหนมาไหนด้วย พอวางถุงหมูลงรู้สึกสบาย ไม่ปวดแขน ปวดขา หรือปวดเอว ฉันจำความรู้สึกนี้ไว้คอยเตือนตัวเองเวลาจะกินอะไร แต่หลายทีก็ยังแอบคิดว่า … เดี๋ยวค่อยลด! อาการจะประมาณว่าก้าวพลาด พรวดไถลลงจากบันได กว่าจะรู้ตัวมันขึ้นไปหลายกิโลแล้วมะ!
เวลาที่น้ำหนักขึ้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือ … ปรับทัศนคติใหม่ที่ใช้ได้ในเวลาสั้นๆ (ในคนที่ไม่อดไม่ทนแบบฉัน) ก็คือ ร่างกายนี้มันต้องใช้ไปอีกกี่ปี เท้า 2 ข้างเป็นอวัยวะที่น่าสงสารที่สุดเพราะต้องคอยแบกน้ำหนักทั้งหมดไว้ และฉันไม่อยากจะกินยาไปตลอดชีวิต ถ้าแก่ตัวไปแล้วมีโรคประจำตัวที่มาจากการบริโภคไม่ยั้งคิดของฉัน ไม่กลัวจะไม่มีเงินรักษา แต่เกลียดอารมณ์ที่ช่วยเหลือดูแลตัวเองไม่ได้ต้องคอยพึ่งพาคนพยุงใส่รถเข็นไปหาหมอ ภาระกินของฉันต้องไม่เป็น “ภาระ” ของลูกหลาน นี่คือกฎของฉัน! การประกันชีวิตและประกันสุขภาพเป็นสิ่งที่ต้องมีต้องทำเพื่อความมั่นใจในวันข้างหน้า ไม่อยากบอกตัวเองว่า “ตายเถอะค่า จะได้ไม่เป็นภาระกับลูกหลาน!” เตรียมตัวให้ดีตอนแก่จะได้ไม่ลำบากต่อทั้งตัวเองและคนอื่น และต่อให้ฉันต้องเป็นมะเร็งในตอนแก่ บอกได้คำเดียวว่า “พร้อม!” เพราะฉันเชื่อเสมอว่าชีวิตของมนุษย์ได้ถูกลิขิตมาแล้วด้วยอะไรบางอย่างที่เหนือการควบคุมของมนุษย์ แต่ระหว่างนั้นเราก็ต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ มีแบบแผน และมีการวางแผนที่ดี ถ้าเกิดมาแล้วทำประโยชน์ให้กับใครไม่ได้ก็อย่าได้สร้างภาระให้กับใครเช่นกัน! สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ ใส่คำว่า “วินัย” ไว้ในชีวิตช่วงหนึ่งโดยเฉพาะช่วงที่กำลังลดน้ำหนัก กินอาหารที่มีประโยชน์ พวกพืชผักผลไม้ส่วนมากและเนื้อสัตว์ไร้ไขมันย่อยง่ายอีกส่วนน้อย ภายใน 2-3 วันแรกจะพลุ่งพล่านร่านเสียวมาก อยากจะกระโดดปล้ำตู้เย็นตอนดึกๆ ด้วยความอยากไม่ใช่ความหิว ทั้งสมอง ร่างกายและจิตใจ มันกำลังจัดลำดับในการปรับตัวใหม่ ถ้า 3 วันแรกทำได้ที่เหลือก็ง่ายแล้วล่ะค่ะ ฉันเคยให้ลูกน้อง นังนุชนาฎและสีเกด จัดอาหารใส่กล่องให้ 2 อาทิตย์ ลดลง 4-5 กิโล โดยไม่กินแป้งและน้ำตาล เวลาที่ลูกน้องเอาอาหารมาส่งจะหงุดหงิดอยากกระโดดถีบพวกนางมากที่ทำให้ชีวิตฉันขาดสีสัน แต่ก็นั่นแหละมันได้ผลใช่มั้ยล่ะ! หลังจากนั้นน้ำหนักมันจะลดช้าลงจนถึงคงที่ อาจต้องกระชากด้วยการงดมื้อเย็นเป็นบางวัน ก็จะทำให้ลดลงได้อีก 1-2 กิโล นั่นพอแล้วสำหรับฉัน … แล้วอะไรก็ตามที่ได้ผลกับคนส่วนใหญ่ จะทำอะไรฉันไม่ได้ อย่างเช่น T25 หลานชายพาไปยืนหน้าทีวีเปิดเต้นตามไปได้แค่ 6 นาที ขาขวิด หลายอย่างบิดเป็นซูฉี หัวเหอกระเซอะกระเซิงหายใจไม่ทัน กลัวจะขาดใจตายไปเสียก่อนนะคะคุณ T25 มันไม่ได้มีไว้สำหรับคนทุกคน มันมีไว้สำหรับหนุ่มสาวมั้ยคะคุณ ไขข้อไม่ดี หลังไม่ดี น้ำหนักมากๆ จู่ๆ มากระโดดเหยงๆ เกรงว่าลมจะแดรกซะก่อนอะค่า! …
ฉันชอบออกกำลังกายโดยการเดิน คนที่บ้านฉันเดินเก่งทั้งบ้าน แค่เดินวนทำอาหารอยู่ในครัวหลังบ้านทั้งวันก็สัก 10 กิโลได้แล้วล่ะ เวลาไปข้างนอกฉันกับสีเกดจะเดินกันเป็นกิโลซื้อของกินของใช้ข้างถนนอย่างมีความสุข ปล่อยให้นังนุชนาฎยืนกระทืบเท้ารออยู่คนเดียวเพราะมันเกลียดอากาศร้อน กลัวเหงื่อตกกีบ เหงื่อออกรักแร้ ตอนนี้น้ำหนัก 80 กว่าโลแล้ว จะส่งโรงฆ่าหมูเร็วๆ นี้! … อาหารลดความอ้วนที่ดีที่สุดคืออาหารไทยค่ะคุณผู้อ่าน ประเภทน้ำพริกปลาทู ผักสด ผักต้ม … เมี่ยงปลาเผา … ยำต่างๆ ที่ไม่เค็มจัด ธัญพืชไทยทั้งหลายอันนี้ก็ใช้ได้แล้ว ไม่ต้องตะเกียกตะกายไปซื้อเมล็ดพืชแพงๆ ของต่างประเทศให้สิ้นเปลืองเกินเหตุ บางคนว่าไอ้นั่นไอ้นี่มีวิตามินสูง ราคาก็สูงจนต้องเขย่งกิน โอเมก้าจากปลาทะเลน้ำลึกกิโลละเป็นพัน เอาแค่ปลาทะเลทอดกรอบแห้งๆ แถวระยองก็เอาอยู่แล้วล่ะค่ะ เงินทองสมัยนี้ก็หาไม่ง่ายจะให้กินของแพงๆ ตามเซเลบดาราเกรงว่าจะทั้งขี้เหร่และจนลงไปเรื่อยๆ แทนที่จะสวยอย่างเขา! … กินอาหารครบ 5 หมู่ ควบคู่ไปกับออกกำลังกาย หัวเราะง่าย ยิ้มง่าย มีคำว่า “ช่างแมร่ง” ติดอยู่ในใจตลอดเวลา แค่นี้คุณก็สวยแล้วล่ะ เสน่ห์ของคนมันอยู่ที่ความคิดและการแสดงออกมากกว่าหล่อสวยแค่อย่างเดียวนะคะคุณน้อง เมื่อน้ำหนักลดลงมาในระดับที่ฉันพอใจแล้ว ฉันก็กลับไปตระเวนหาของกิน “ภาระกิน” เป็น “ภารกิจ” ประจำชีวิตของฉัน เวลาไปชิมอาหารเจ้าไหน ฉันจะเปิดใจกว้างไว้ก่อน โดยไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งนัก เพราะมันดูจู้จี้และทิฐิเกิน ฉันว่าแต่ละร้านจะมีสูตรมีสไตล์อาหารเฉพาะตัว (บางเจ้าเน้นเค็ม บางเจ้าเน้นหวาน) ดูแค่ว่า … สะอาดมั้ย ใช้ของดีรึเปล่า รสชาติถูกปากสักกี่จาน ส่วนการบริการนั้นฉันดูว่าร้านหรูแพงหรือเปล่า ถ้าไม่ … ฉันก็ไม่คาดหวังอะไร คุณภาพและรสชาติของอาหารส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับราคา ราคาถูกอร่อยเท่านี้ก็ถือว่าโอเค ราคาแพงอร่อยได้แค่นี้บางทีมันก็ไม่สมราคา การลงรูปอาหารในไอจีในแต่ละร้านที่ฉันไปกินมา ถ้าถูกปากฉันถึงจะลง แต่ถ้าไม่ถูกปากฉันจะไม่พูดถึง เพราะคนเราต้องมีความเห็นใจคนทำมาค้าขาย บางทีความชอบไม่ชอบของเราที่ลงเป็นลายลักษณ์อักษรอาจส่งผลมากมายต่อยอดขายและปากท้องของคนในร้าน ฉันเป็นแค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ชิมไปตามใจปาก และไม่อยากให้ความไม่ชอบของฉันทำร้ายใคร เราไม่ยิ่งใหญ่ขนาดที่จะชี้เป็นชี้ตายธุรกิจอาหารของใครได้ ถ้าใครตำหนิใครได้ขนาดนั้นฉันว่าคนคนนั้นคงไม่เคยส่องดูตัวเอง ก็เลยมีเวลาจับผิดและตำหนิคนอื่น ฉันเชื่อเสมอว่า “พลังสร้างสรรค์ยิ่งใหญ่กว่าพลังทำลายล้าง” ก่อนจะตำหนิต้องดูทางหนีทีไล่ก่อน เจ้าของร้านบางร้านก็อาจไม่มีช่อง Digital ให้เข้าไปตำหนิหรือแนะนำเพราะอาจโดนตบปากกลายเป็นช่องดำได้ ทางที่ดีไม่ชอบก็ไม่ต้องกิน อย่าเห่าพร่ำเพรื่อเลยค่าคู้น กฎเหล็กอีกข้อในการชิมของฉันคือ “อย่าประเมินค่าตัวเองสูงเกินไป!” บางครั้งรสชาติมันต้องเป็นแบบนั้นแต่ลิ้นเราเองอาจไม่ถึงเอง (ในกรณีที่เป็นอาหารจานที่เราไม่คุ้นเคย) ลิ้นกับประสาทในส่วนความจำรสชาติจะเก็บข้อมูลที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดของเราไว้ ต่ำกว่านี้ถือว่าไม่ผ่าน ใกล้เคียงถือว่าผ่าน ดังนั้นประสบการณ์ในการชิมสำคัญที่สุด! ระดับ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์, แม่ช้อยนางรำ, พี่อิงค์ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ (เอาแค่ในประเทศ) อันนี้เชื่อใจได้ที่สุด ส่วนที่เหลือรวมทั้งฉันยังแค่มือสมัครเล่น … สักวันเราคงจะเก่งเท่าท่านเหล่านั้น ฉันหวังไว้
.......................................
(หมายเหตุ ภารกิจ-ภาระกิน : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



