
'สุทธิพงษ์ วัฒนจัง'ปั้นค่ายเจจีเอ็มต่อยอดเด็กประกวด'กิ๊กดู๋
18 ส.ค. 2557
'สุทธิพงษ์ วัฒนจัง' ปั้นค่ายเจจีเอ็มต่อยอดเด็กประกวด'กิ๊กดู๋' : ดนตรี
ปล่อยตัวนักร้องและเพลงออกมาแล้วสำหรับค่าย “เจจีเอ็ม” ธุรกิจใหม่ของ บริษัทเจเอสแอล ซึ่งมีชมพู ฟรุตตี้ หรือ "สุทธิพงษ์ วัฒนจัง" อดีตบอยแบนด์ขวัญใจวัยรุ่นไทยมาดูแลงานเพลงทั้งหมดพร้อมเปิดบ้านหลังใหม่ให้ ทีมข่าวบันเทิง "คมชัดลึก" ได้ซักถามถึงการปั้นค่ายเพลงในยุคโซเชียลริซึ่มแบบนี้อย่างหมดเปลือก
อะไรทำให้มาทำค่ายเพลง
*** เริ่มจากผมเป็นกรรมการในรายการ “กิ๊กดู๋ สงครามเพลง” ตัวรายการเป็นการไปหาผู้แข่งขันมาจากอบต.-อบจ.ทั่วประเทศ เพลงก็ต้องเป็นเพลงที่คนส่วนใหญ่ของประเทศคุ้นเคยและเด็กๆ ที่เลือกเพลงเข้ามาประกวดส่วนใหญ่เป็นเพลงลูกทุ่ง ฉะนั้นการทำค่ายเพลงโดยเฉพาะเอาเด็กที่มาจาก ”กิ๊กดู๋” ซึ่งมาจากหัวเมืองที่ชอบเพลงลูกทุ่งเป็นส่วนมากเลยอยากต่อยอดให้น้องๆ ได้ทำงานเพลง
ใช้วิธีแบบไหนทำค่ายเพลงยุคนี้
*** พอบอก "ค่ายเพลง” เราจะไปนึกถึงวิธีการเก่าๆ เราอยากเปลี่ยนทัศนคติของค่ายเพลงให้เป็นแบบใหม่ ใช้วิธีใหม่ๆ เราเหมือนค่ายเพลงเยาวชนแห่งชาติ วิธีการที่จะทำคือ เอาค่ายเพลง เอาไลฟ์สไตล์ เอากลยุทธ์ขายตรงมาผนวกเข้าด้วยกันทุกวันนี้การซื้อขายของอยู่บนอินทตอร์เน็ต เพลงเองในอินเทอร์เน็ตเขาไม่ได้ซื้อขายกันแล้วเพราะมันสามารถโหลดได้ฟรี ผมมีทัศนคติแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2540 แล้ว ในช่วงที่มีคนบอกว่ารณรงค์ให้คนซื้อเพลงแบบถูกต้องผมรู้สึกว่ามันยากมาก สมัยก่อนเพลงมีมูลค่า เป็นสินค้ามีการซื้อขาย หลังเอ็มพี 3 อาละวาดแรงมาก วันนั้นผมคิดว่าเพลงเป็นเพียงแค่นามบัตรแนะนำตัวศิลปินและศิลปินก็ต้องมีกิจกรรม มีคาแร็กเตอร์ในโลกโซเชียลให้คนรู้ว่าจะชอบเขาเพราะอะไร ฉะนั้นเราต้องสร้างคาแรกเตอร์ให้กับศิลปินแล้วทำเพลงให้ตรงกับคาแรกเตอร์ แล้วก็เอาเขาออกไปโลดแล่นในกิจกรรมที่จะโปรโมทเขาให้เป็นที่ชื่นชอบ เมื่อศิลปินเป็นที่ชื่นชอบมูลค่าของเขาจะไม่ได้อยู่ที่เพลงแต่จะอยู่ที่ตัว จนเขาสามารถไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสิ้นค้ายิ่งถ้าศิลปินเรามีแฟนกลุ่มในระดับมัธยมถึงมหาวิทยาลัยในหัวเมืองได้จะเป็นกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ
แสดงว่ามองไปที่สถานศึกษาใช่ไหม
*** ครับ แนวเพลงเปิดกว้างมากผมเชื่อว่า คนคนหนึ่งไม่ได้ฟังเพลงแนวเดียว อย่างผมฟังสตริง ฟังสากล แต่ก็ชอบฟังเพลง ”ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ทุกวันนี้ก็ยังฟังเพราะเป็นเพลงฟังแล้วไม่เบื่อ ในขณะเดียวกันคนที่อยู่ต่างจังหวัดโชเชียลทำให้เขารู้ถึงความเคลื่อนไหวของเพลงอื่นๆ เด็กต่างจังหวัดฟังทั้งลูกทุ่ง เพลงเกาหลี อาร์แอนด์บี เลยคิดว่าทำเพลงสมัยนี้ไม่ต้องบอกว่าทำแบบไหนให้ใครฟัง ทำจากคาแรกเตอร์ของเด็ก เขาเข้ามาพวกนี้มีเพลงแบบที่ชอบมีคาแรกเตอร์ในตัว เราทำเพลงแบบที่เขาเป็นและก็ให้คนที่ชอบแบบเขาชอบ คนในกลุ่มที่ดูรายการกิ๊กดู๋พวกเขาไม่ได้มีแนวใดแนวหนึ่งจะมีหลากหลายแล้วค่อยมาจัดกลุ่มเอาว่า ใครอยู่ลูกทุ่งแท้ ใครลูกทุ่งสตริง ป๊อป เหมือนค่ายในต่างประเทศเขามีแบรนด์เดียว แต่อาจจะมีบริษัทย่อย แล้วค่อยมาดูเวลาทำประชาสัมพันธ์ ทำกิจกรรมว่าใครจะตรงไหน
คลุกคลีกับเพลงสตริงมาทำลูกทุ่งมองลูกทุ่งแบบไหน
*** ตอนนี้ผมไม่ได้มองลูกทุ่งเป็นลูกทุ่งนะ ผมมองว่าคนฟังเพลงทุกเพลงได้เหมือนกันหมด จะบอกว่าผมเป็นคนสตริงก็ไม่ถูกนะเพราะตอนเด็กๆ ผมก็ชอบลูกทุ่ง คนไทยสมัยก่อนโตมาร้อยทั้งร้อยยังไงก็ลูกทุ่งก่อน ฟังศรคีรี ศรีประจวบ ระพิน ภูไท ไพรวัลย์ ลูกเพชร สังข์ทอง สีใส ยุคหลังมาชอบสันติ ดวงสว่าง เพราะเขาร้องเพลงเพราะมาก เชื่อว่าเดี๋ยวนี้คนเลือกได้เพลงลูกทุ่งยุคนี้เนื้อหาเป็นไลฟไสตล์ในปัจจุบัน จึงคิดว่าตลาดเพลงลูกทุ่งมันไม่ใช่เพลงลูกทุ่งอย่างเดียว มันผสมกันได้หมด เดี๋ยวนี้นักร้องลูกทุ่งก็ไปร้องร่วมกับนักร้องแนวสตริงเพราะฉะนั้นกำแพงมันไม่มีแล้ว วันนี้อยู่ที่การคิดในแต่ละเพลงว่าจะให้ใคร ตลาดเดียวหรือทุกตลาด ตอนนี้ทุกอย่างถูกโยนเข้าไปในสื่อโซเชียล เราเข้าไปเราเห็นทุกอย่างแล้วก็เลือกฟังเอา เพลงลูกทุ่งเป็นเพลงที่อยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนปัจจุบันไปแล้ว มันตรงใจพวกเขา
แล้วแนวเพลงของ "เจจีเอ็ม " จะต่างกับค่ายอื่นอย่างไร
*** เพลงของเจจีเอ็มจะเป็นลูกทุ่งไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นที่คุยภาษาเดียวกัน เราเอาเรื่องราวของกลุ่มเป้าหมายมาทำเป็นเพลงเป็นมุมมองที่ใหม่ๆ ขึ้นมา วิธีทำเรามาตรฐานทั่วไปแต่หยิบคาแรกเตอร์ของศิลปินคนนั้นมาทำเลยไม่ต้องไปสร้างใหม่ เกรียนมาก็ออกไปแบบนั้นเลยเพราะเราเชื่อว่าศิลปินที่จะเข้าถึงใจของแฟนเพลงเขาได้คือต้องเป็นตัวของเขาเอง ความแตกต่างของค่ายเจจีเอ็มคือ เป็นตัวของตัวเองมากๆ แล้วก็เอาความคิด เอาเรื่องราวของเขาเหล่านั้นมาให้กับทีมผลิตเราเป็นข้อมูลแล้วก็ทำเพลงออกไป การเป็นศิลปินต้องเป็นตัวของตัวเองให้ได้ก่อน วันนี้ผู้ผลิตกับผู้บริโภคมันไม่มีช่องว่างถ้าสิ่งที่เราจะทำออกไป ถ้ามันไม่พิเศษจริงๆ มันขายไม่ได้หรอกเพราะเขาทำเองได้ เขาทำเองไม่ได้คือโชว์จากศิลปินตัวจริง สิ่งที่ผมอยากสร้างมานานแล้วคือ สร้างศิลปินที่เป็นผู้นำจิตวิญาณ คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น สามารถโน้มน้าวกำเนิดแรงบันดาลใจให้กับคนที่เป็นแฟนเพลงของเขา ผมเชื่อว่าศิลปินที่เป็นแบบนี้จะอยู่นานแล้วเก่งขึ้นเรื่อยๆ แฟนเพลงก็โตไปด้วยกันถึงอายุจะมากแล้วแต่ ก็ทำเพลงออกมาเพื่อกระตุกความคิด
วางเป้าค่ายเจจีเอ็มไว้แค่ไหน
*** เจเอสแอลผลิตรายการทีวีระดับเอเชียแต่ก็ใช้คนข้างนอก วันนี้เจเอสแอลก็อยากสร้างบุคลากรของตัวเองบ้าง เพราะวันนี้ทุกช่อง ทุกบริษัทพยายามสร้างคนเป็นของตัวเองหมดแล้ว สงครามการต่อสู้ในธุรกิจน่าจะเป็นการแข่งขันในเรื่องของคนด้วย ผมตั้งใจที่จะสร้างคนให้กับเจเอสแอลในอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยงานได้ในทุกมิติวันนี้สร้างจากเพลง อนาคตจะสร้างจากภาพยนตร์หรือต่อยอดต่อไป สิ่งที่เจเอสแอลทำมาดีมากๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันคือการสร้างพิธีกร เป็นแหล่งผลิตพิธีกรที่มีคุณภาพของประเทศไทย ส่วนสาขาอื่นๆเจจีเอ็ม จะสร้างคนเบื้องหน้าให้กับเจเอสแอล



