บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'ธรรมดา-พิเศษ'

เล่นหูเล่นตา:'ธรรมดา-พิเศษ'

18 ส.ค. 2557

'ธรรมดา-พิเศษ' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
          ตอนเด็กๆ ใครเคยเป็นเหมือนฉันบ้าง เวลาแม่ตี  แม่ว่าฉันจะแอบคิดว่าฉันไม่ใช่ลูกของแม่ แม่ต้องเก็บฉันมาเลี้ยงแหงๆ เอิ่ม … น่าจะสงสัยตั้งแต่หนังหน้าแล้วมั้ยว่า … หน้าไม่เหมือนแม่สักนิด เวลาไปไหนๆ ใครๆ ก็ชมว่าแม่สวยมากมาย  แล้วมองฉันเด็กผู้หญิงตาหยีหน้าแป้นจมูกแบนราวกับเป็นลูกติดผัวเก่า    เผอิญแม่มีผัวคนเดียวในชีวิตคือ “เตี่ยฉัน” ส่องกระจกทั้งน้ำตา แล้วบอกกับคนในกระจกว่า “ลูกเตี่ยชัดๆ”  ความดราม่าจึงอวสานลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย … บางทีงอนแม่ก็แอบคิดเอาเองอีกว่า ถ้าฉันสั่งแม่จากฟ้าให้ลงมาเป็นแม่ฉันได้ ฉันจะสั่งแบบพิเศษคือหน้าตาสวยแบบนี้แหละ แต่ไม่เอาดุขนาดนี้ แล้วต้องรวยมากๆ จะได้ซื้อของเล่นตามใจฉัน แล้วต้องหาผัวหน้าตาหล่อกว่าเตี่ย ฉันจะได้เป็นเด็กหน้าตาดี คือ เพ้อตั้งแต่เด็กงี้! ไม่ว่าฉันจะพร่ำเพ้ออธิษฐานสัก 100 สัก 1,000 ครั้ง ตื่นขึ้นมาฉันก็ยังได้แม่คนเดิม ที่ตื่นตี 5 มาทำกับข้าวให้ลูกไปกินก่อนไปโรงเรียน พอทำกับข้าวเสร็จแม่จะส่งเสียงเปรี้ยวหูมาปลุกพวกเราตื่น โงหัวขึ้นห่างจากหมอน 3 นิ้วแล้วทิ้งหัวลงนอนต่อจนกว่าแม่จะมาเคาะประตู ค่อยเข้าไปเอาหน้าซบฝาชักโครกอีก 5 นาที แม่มาเคาะประตูห้องน้ำเร่งนั่นแหละฉันถึงจะอาบน้ำแปรงฟัน บางครั้งถ้าพวกเราตื่นสายแม่จะรีบพามาส่งโรงเรียนให้กินข้าวแกง ข้าวหมูแดง หรือโจ๊กหน้าโรงเรียน  เพราะกลัวลูกเป็นโรคกระเพาะ  เป็นไง! ลูกก็ยังเป็นโรคกระเพาะอยู่ดี กระเพาะคราก!! ตัวจะแตกอยู่แล้ว ตอนนอนเรียงกันเหมือนหมอนข้างเข้าไปทุกวัน! อยากจะบอกว่าตอนเด็กๆ ฉันผอม ไม่รู้มาอ้วนเอาตอนไหน     สงสัยจะตอนแม่หลับ แล้วเราต้มมาม่ากินมั้ง! … หน้าหนาวครั้งหนึ่ง แม่ซื้อผ้าพันคอไหมพรมสีส้มผืนยาวให้  1 ผืน   ฉันกับ “นก” พี่สาวแย่งกัน  แม่เลยต้องตัดแบ่งครึ่งให้   ไม่งั้นงอแงไม่หยุด  พอแม่เอาผ้ามาพันคอให้เท่านั้นแหละ ฉันยืนกระทืบเท้าร้องไห้เป็นไอโกะ บอกแม่ว่า “ทำไมมันเหลือครึ่งเดียว ถ้าเพื่อนถามจะตอบว่ายังไง?”  แม่บอกว่า “บอกเพื่อนนะว่า แม่ยังถักไม่เสร็จ แต่เอามาใช้ก่อน!” อือ … ดูนางก็ถูไถว่าไปได้ สุดท้ายฉันก็แก้ปัญหาเอาเองด้วยการเอาด้านที่โดนตัดไว้ข้างในแล้วพันทับจนมองไม่เห็น … ตอนเด็กๆ ดูเหมือนว่าฉันจะไม่ค่อยเล่นของเล่นอะไรเท่าไหร่  นานๆ ทีจะอ้อนแม่ให้ซื้อตุ๊กตาพลาสติกตัวเล็กๆ ที่ใส่ชุดสีชมพูแปร๊ดทำจากฟองน้ำบางๆ ติดกากเพชร มีปลายร้อยเชือกที่หัวผูกกับไม้เสียบขายตามตลาด เตี่ยให้ตังค์ฉันก็เก็บไว้ไม่ซื้อของเล่น ฉันอยากรวยตั้งแต่จำความได้ เก็บเงินเอาไว้เยอะๆ ใช้น้อยๆ ก็จะรวยเองฉันคิดแบบนั้น ในขณะที่พี่สาวกับน้องสาวซื้อของเล่นกระจาย   ตุ๊กตากระดาษที่เปลี่ยนชุดได้คั่นอยู่ในหนังสือจนแน่น  ฉันเอาของพี่สาวมาเล่นบ้างเป็นบางครั้ง   ถ้าอยากได้ฉันจะเอาแบบมาวาดใส่กระดาษแข็งระบายสีแล้วตัดออกมาเป็นตัวๆ   มีชุดที่คิดเองหลายชุด ถึงมันไม่สวยเท่ากระดาษพิมพ์แต่ก็เล่นได้เหมือนกัน  ไม่เสียตังค์  แม่เป็นสาวบ้านนอกบ้านนา ไม่มีการศึกษา แม่จึงอยากให้ลูกๆ เรียนสูงๆ ไม่ว่าจะขอแม่เรียนภาษา วาดรูป หรืออะไร แม่จะเอาเงินให้ไม่เคยขัด เรียนไม่ครบอาทิตย์ฉันก็เลิก … ดาวว่ามันไม่ใช่อ่ะค่าคุณแม่! แม่จึงเสียเงินไปไม่น้อยในการหาคำว่า “ใช่” ของฉัน แม่ไม่เคยว่าอะไรเพราะอย่างน้อยก็ได้รู้ว่า ลูกชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ถ้าฉันเป็นแม่แล้วมีลูกแบบนี้คงฟาดไปหลายเผี๊ยะ โทษฐานคิดไม่เสร็จ! … 
 
          การเข้าเรียนโรงเรียนดีๆ ของฉัน ทำให้แม่ต้องถอดแหวนไพลินล้อมเพชรวงโปรดไปขายเพื่อให้ลูกได้เล่าเรียน ในเวลาที่เตี่ยไม่ค่อยมีเงินเพราะเล่นเสียบ่อยๆ อาชีพของเตี่ยนอกจากต้องมีฝีมือแล้วแล้วยังต้องอาศัยดวง เวลาเตี่ยมือขึ้น  แม่จึงแปรรูปเงินไปเป็นเครื่องประดับเพื่อเก็บไว้เป็นค่าเล่าเรียนลูกๆ เพราะรู้ว่าวิถีของนักการพนันมันขึ้นๆ ลงๆ ไม่แน่นอน  เวลาเตี่ยมือขึ้น เตี่ยจะรวยมาก  แต่เวลาเตี่ยดวงตกเงินก็จะฝืดอยู่หลายเดือน    ฉันไม่รู้ว่าแม่เก็บเล็กผสมน้อย   เก็บไว้ตอนไหนแต่แม่ก็ส่งลูกๆ ให้ได้มีการศึกษา ขึ้นอยู่กับว่าใครจะตั้งใจหรือขี้เกียจแค่ไหน … แม่จะสอนลูกๆ ให้รู้จักทำกับข้าว ทำงานบ้าน ในแบบที่ประณีต พวกเราไม่เคยทิ้งที่นอนให้ยับยู่ยี่ ต้องดึงให้ตึงเก็บผ้าห่มตบหมอนให้เรียบร้อยราวกับไม่ได้ขึ้นไปนอนบนนั้นมาก่อนๆ จะลุกไปจากที่นอน ทั้งความสะอาดและเรียบร้อยต้องมาพร้อมกัน ก็ไม่รู้อีกนั่นแหละว่าแม่ไปเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากไหน ตั้งแต่สาวจนแก่ แม่ไม่เคยเปลี่ยน แม่อยู่นิ่งๆ ไม่เป็น ขยันอะไรนักหนาไม่รู้ ทุกวันนี้ยังทำกับข้าว ล้างถ้วย ล้างจาน หม้อไห ซักผ้าเช็ดโต๊ะด้วยมือจนขาวราวผ้าเช็ดหน้า ลูกๆ จะแย่งแม่ก็ไม่ยอมจนกว่าจะทำเสร็จ  ดึกๆ ก่อนนอนก็ลุกขึ้นมาเช็ดถ้วยชามเก็บเข้าตู้ ล็อกกุญแจรอบบ้าน ปิดไฟ นั่นแหละแม่ถึงจะเข้านอน ถ้าวันไหนลูกหลานกลับบ้านดึกแม่ก็จะรอเปิดประตูไม่ว่าจะดึกแค่ไหน … ดูดีเนอะ ถ้าดูแต่ภาพแล้วปิดเสียง คราวนี้มาฟังเสียงกัน!
 
          “นี่นะ ยายคนนั้นที่บ้านนอก (ศัตรูคู่แค้นของนาง)  มางานบุญใส่ทองที่ข้อมือวันแรก พออีกวันเอาสร้อยมาใส่ ใส่ทองที่ข้อมือเพิ่มอีก 2 เส้น … พอวันที่ 3 หายไปเลย! ...” แม่เล่าไปยิ้มไปอย่างผู้ชนะ แม่ฉันน่ะไม่ธรรมดา บางทีก็เป็นนางฟ้า บางทีก็เป็นนางมาร แม่เอารูปที่ถ่ายไว้ในมือถือของน้องชายให้ฉันดู เอิ่ม … นึกว่าเมียเจ้าของโรงรับจำนำ ใส่กำไลข้อมือทองจะถึงศอกอยู่แล้ว ไหนจะแหวน ตุ้มหูแบบโบราณ นี่ถ้าตอนหนุ่มเตี่ยไม่เอาเข็มขัดทองหนัก 20 บาท ที่ซื้อให้แม่ไปทำทุน แม่คงคาดไปแล้วแหละ ฉันเห็นแม่ถมทองข่มศัตรูคู่แค้น (ตั้งแต่สมัยยากจนที่บ้านนอก)   แล้วเรียกแม่เฉยๆ ไม่ได้ ต้องเรียกว่า … เสด็จแม่!      คราวหน้าจะจ้างระนาดมโหรีปี่พาทย์ไปประโคมให้ถึงวัด … เฮ้อ! … แม่นะแม่! แก้แค้นสำเร็จนางก็เอาทองไปเก็บไว้ที่ธนาคาร นางว่านางกลัวโจรปล้น (อยู่บ้านนอกไม่กลัวเล้ย!)
 
          วันแม่ที่ผ่านมา ฉันไม่พาแม่ไปกินข้าวข้างนอก (วันไหนๆ เราก็ทำอะไรกินกันทุกวันอยู่แล้ว) จะรอซีนดราม่าประมาณว่า ถือพวงมาลัยดอกมะลิคลานเข่าไปกราบเท้าแม่ อย่าได้ทำกับนางเด็ดขาด เพราะนอกจากนางจะไม่น้ำตาไหลแล้ว นางยังจะสงสัยว่าซองอยู่ไหน? งั้นเอาใหม่เอากระเช้ารังนกไปให้นางแล้วกราบที่ตักงามๆ นางก็จะไม่น้ำตารื้น เพราะปกติฉันก็ซื้อรังนกดิบเป็นรังๆ ที่ขายเป็นกิโลมาให้คุณแป้ น้องสะใภ้ ดึงขนออกแล้วตุ๋นให้แม่กินอยู่แล้ว นางกินทุกอาทิตย์ทีละชามใหญ่ๆ (ค่อยๆ กินจนหมด) นางเลยไม่ตื่นเต้น วิธีของแม่ง่ายกว่านั้นแยะ ยื่นซองหนาๆ ให้แล้วกอดนางแน่นๆ นางจะกอดลูกแน่นพอๆ กับซอง! เรื่องกอดกันเป็นธรรมเนียมของคนบ้านนี้ เรากอดกันวันละหลายหน แม่ชอบกอดพวกเราตั้งแต่เด็ก จนพวกเราเริ่มแก่ กอดของแม่ทั้งอุ่นทั้งนุ่ม จากตอนพวกเราเด็ก กอดของแม่แปลว่า “ปกป้อง” แต่พอลูกโตขึ้นกอดของแม่แปลว่า “เข้มแข็ง” ที่จะยืนหยัดต่อสู้กับโลกภายนอกที่โหดร้ายได้ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วกลับเข้ามาในบ้านอย่างไม่บุบสลายทั้งกายและใจ ฉันได้ความเข้มแข็งมาจากอ้อมกอดของแม่ … โตมาด้วยมือทั้งสองของแม่ที่คอยกอดคอยตี เป็นคนดีมาด้วยการเรียนรู้สิ่งที่ดีและไม่ดีในตัวแม่ แม่ที่ไม่อาจเลิศเลอ ไม่ใช่แม่ตัวอย่าง ไม่มีทางเป็นแม่ในฝัน ไม่มีวันเป็นพรีเซ็นเตอร์รังนก  ไม่มีใครยกให้เป็นแม่ดีเด่น แต่เท่าที่เห็น … แม่เป็นเพียงแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ทำหน้าที่ “แม่” ได้ดีที่สุดในชีวิตของฉัน
 
.......................................
(หมายเหตุ  'ธรรมดา-พิเศษ' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)