
มองผ่านเลนส์คม - ดารา
ข้อแลกเปลี่ยนที่คนเป็นดาราจำต้องแลกกับชื่อเสียงและการเป็นที่รักของแฟนๆ คือความสูญเสียชีวิตส่วนตัวทั้งยามเป็นและยามตาย
ตามมาด้วยเสียงวิจารณ์เผ็ดร้อนของผู้คนร่วมสังคม ซึ่งส่วนมากแล้วไม่ค่อยน่าฟังสำหรับคนถูกวิจารณ์และญาติพี่น้องของคนถูกวิจารณ์
ดาราอย่าง ไมเคิล แจ็กสัน ซึ่งเป็นทั้งนักร้องผู้ยิ่งใหญ่ นักเต้น และนักแสดงบนเวทีไม่อยู่เหนือกฎเกณฑ์นี้
ยิ่งดังมาก ก็ยิ่งมีเสียงวิจารณ์มาก
เวลานี้ คนรักไมเคิล แจ็กสัน ทั่วโลกพูดเหมือนๆ กันว่ากรุณาสนใจผลงานของเขาดีกว่าจะมา “ตัดสิน” ว่าเขาเป็นคนดีหรือเลว หรือน่ารังเกียจเหยียดหยามด้วยข้อหาวิปริตผิดธรรมดา
โดยทั่วไปแล้ว คนชอบวิจารณ์มักวิจารณ์ใครต่อใครไปเรื่อยโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด และส่วนมากก็เลือกวิจารณ์ - ตัดสินถูกผิดดีเลวจากเฉพาะกรอบคิดของตนเท่านั้น
แม้มีกรอบคิดอื่นอีกหลากหลายให้ร่วมพิจารณา
ถ้าตีความจากการพาดหัวบนหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวขุดคุ้ยสาเหตุการเสียชีวิตของไมเคิล แจ็กสัน ว่าตายเพราะใช้ยาเกินขนาด ดังกลบข่าวอื่นเกือบทั้งหมดในประเทศไทยเวลานี้
คงดีถ้าเรื่องราวของไมเคิล แจ็กสันจะทำให้เรารู้จักความรักความเมตตาต่อกันให้มากขึ้น และคงดีถ้าได้ตระหนักว่า รักเมตตาและเข้าใจกันตอนมีชีวิตดีกว่าเมื่อตายไปแล้ว
นอกเสียจากจะยอมรับว่าการแสดงความรักเมตตาต่อคนตายเป็นเพียงธรรมเนียม หรือมารยาทสังคมหรืออารมณ์ตามกระแสของคนเป็น
ว่าแล้วก็นึกถึงแม่แพนด้าหลินฮุ่ยและลูกน้อย
ความคลั่งไคล้ที่คนไทยมีต่อแพนด้าแม่ลูกทำให้แพนด้าแม่ลูกเป็นดารา ทั้งๆ ที่ไม่เคยดิ้นรนเป็นดารา
ดาราที่เป็นมนุษย์อย่างไมเคิล แจ็กสัน ตั้งใจเป็นดาราและรับรู้ว่าการเป็นดาราต้องแลกกับสิ่งใดบ้าง ซึ่งอาจรวมถึงความโดดเดี่ยวเจ็บเศร้าเหงาลึกท่ามกลางผู้คนรายล้อม ตลอดจนความอึดอัดคับข้องใจที่ไม่อาจมีชีวิตส่วนตัว
ในบางมุมมอง หลินฮุ่ยกับลูกซึ่งไม่ได้ตั้งใจเป็นดารา ตกเป็นเหยื่อของรัศมีดาราไม่น้อยไปกว่าไมเคิล แจ็กสัน การศึกษาธรรมชาติวิทยากลายเป็นงานสาธารณะหน้ากล้อง ซึ่งอาจทำให้ชีวิตแพนด้าเป็นเพียงสัตว์ทดลองตัวหนึ่งในมือมนุษย์
คนจำนวนไม่น้อยอาจคิดว่า “ดารา” เป็นเพียง “ชิ้นวัตถุ” ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือสร้างความสุขชั่วคราวให้กับพวกเขา...
แม้ว่าดาราจะมีชีวิตที่ควรได้รับความเคารพเช่นชีวิตทั้งปวง
"นิธินันท์ ยอแสงรัตน์"



