บันเทิง

'ลูกทุ่งลูกกรุงก็เหมือนกัน'

'ลูกทุ่งลูกกรุงก็เหมือนกัน'

07 ส.ค. 2557

'ลูกทุ่งลูกกรุงก็เหมือนกัน' : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว

 
          หลังจากการจัดการประกวด ร้องเพลงไทยสากลอมตะ (ลูกกรุง) ในโครงการ "กฟผ. รักษ์ภาษาไทยด้วยบทเพลง" ชิงเงินรางวัลพร้อมถ้วยเกียรติยศจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไปเรียบร้อยที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อเดือนที่แล้ว ชมรมเพลงแห่งสยามก็ได้จัดงานคอนเสิร์ตเพลงแห่งสยาม ครั้งที่ 23 ในตอน “ลูกทุ่ง-ลูกกรุง ก็เหมือนกัน” ไปเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่หอประชุม ชั้น 10 โรงพยาบาลพระมุงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ
 
          คอนเสิร์ตในครั้งนี้ เป็นการรวมนักร้องและเพลงลูกกรุงลูกทุ่งมาไว้ด้วยกัน โดยบรรเลงดนตรีสดๆ อย่างไพเราะ ซึ่งน้อยครั้งนักเราจะได้ดูการแสดงแบบผสมผสานแนวเพลงเช่นนี้  การแสดงเริ่มตั้งแต่เพลงในยุคกําเนิดเพลงไทยสากล ปี 2475-2490 ต่อเนื่องด้วยยุคแผ่นเสียงที่ลากยาวมาจนถึงปี 2507
 
          หลังจากนั้น มีช่วงรำลึกถึงบรมครูในวงการเพลง ได้แก่  ครูไพบูลย์ บุตรขัน ซึ่งนําเสนอในมุมเพลงลูกกรุง ได้แก่เพลง อ้อมอกแม่ (บุญช่วย หิรัญสุนทร) ถึงแม้พี่จะขี้เมา (นริศ อารีย์) ฯลฯ  รำลึกครูพยงค์ มุกดา โดยมีเพลง  ล่องใต้ (ชัยชนะ บุญนะโชติ) คอยน้อง (อุดม เขียนเอี่ยม) ฉันเป็นของเธอ (เอื้อ สุนทรสนาน) จับกระแต (ธานินทร์อินทรเทพ)  เป็นต้น โดยเพลงเหล่านี้ ถ่ายทอดโดยนักร้องสมัครเล่นของชมรมฯ ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่เก่งกาจ เพราะหลายเพลงไม่ใช่เพลงที่คุ้นหูเลย และเชื่อว่าน้องๆ ทั้งหมดเกิดไม่ทันเพลงต้นฉบับด้วยซ้ำไป แต่ก็ตั้งใจขับร้องกันได้อย่างดีทุกคน
 
          หลังพักครึ่ง เป็นช่วงหัวใจของงาน คือ การแบ่งยุคเพลงไทยสากลเป็นเพลงลูกกรุง กับ ลูกทุ่ง เมื่อปี 2507 โดย จำนงค์ รังสิกุล ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหมในยุคนั้น ข้อมูลบนเวทีกล่าวว่า การแบ่งนั้นยึดจากนักร้องที่มีวงดนตรีและเดินสายไปทั่วประเทศนั้นคือ นักร้องเพลงลูกทุ่ง นักร้องที่ไม่ได้เดินสายเรียกว่านักร้องเพลงลูกกรุง
 
          นักร้องรับเชิญในช่วงนี้ คือ เรียม ดาราน้อย  ศิษย์วงสุรพล สมบัติเจริญ เจ้าของฉายา ราชินีเพลงลูกทุ่งแห่งภาคตะวันออก ที่มาขับร้องโชว์เสียงหวานไม่ตกกับเพลง “คอยวันเธอใจเดียว” กับ ”ที่รักเรารักกันไม่ได้” ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์ของ ครูจิตรกร บัวเนียม  และยังร้องเพลงดังสดๆ เป็นตัวอย่างอีกหลายเพลง อาทิ “หยุดก่อนผู้ชายเจ้าชู้” “แว่วเสียงซึง” ด้วย
 
          ช่วงถัดมา มีการเล่าถึง เพลงที่คนลูกทุ่งลูกกรุงที่มาร้องเพลงคู่กัน แบบที่สมัยนี้เขาเรียกว่า มาฟีเจอริ่งกัน อาทิ เพลง “ยอดชู้คู่ชื่น” (สุรพล สมบัติเจริญ-วงจันทร์ ไพโรจน์) เกี่ยวรวงเกี่ยวรัก (สุเทพ วงศ์กำแหง-ผ่องศรี วรนุช) เรียมคู่รำ (สายัณห์ สัญญา-จินตนา สุขสถิต ) รักกันแบบลูกทุ่ง (ยอดรัก สลักใจ-บรรจง จิตต์พัฒนาสันต์ ) ซึ่งในคอนเสิร์ตได้นำเสนอ 2 เพลง บัวทอง (พร ภิรมย์-พูลศรีเจริญพงษ์) กับเพลง” ยิ่งเก่ายิ่งรัก” (ไพรวัลย์ ลูกเพชร-จินตนา สุขสถิตย์)
 
          ช่วงที่ 7 ของคอนเสิร์ต นำสิ่งที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกันในวงการเพลงลูกทุ่งลูกกรุงมาดวลกันเพลงต่อเพลงได้น่าสนใจ โดยใช้ชื่อช่วงว่า “จะทุ่งจะกรุงก็เหมือนกัน” เริ่มจากเพลงเทิดพระเกียรติในหลวง ในฝั่งลูกทุ่ง มีเพลง”ล้นเกล้าเผ่าไทย “ ของครูชลธี ธารทอง และในฟากลูกกรุงเป็นเพลง ”สดุดีมหาราชา” (เพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเรื่อง" ลมหนาว " สร้างโดย นันทนาครภาพยนตร์)  ต่อด้วยเพลงที่นำทํานองไทยเดิม “ลาวเสี่ยงเทียน” มาแต่งเป็นเพลง ดวลกันระหว่างเพลง “ลูกทุ่งเสี่ยงเทียน” (ชินกร ไกรลาศ) กับ “นิราศนุช” (ชรินทร์ นันทนาคร)  เพลงที่มีเนื้อหาลีลาคล้ายกัน คือคู่เพลง “เผลอใจรัก” (ยอดรัก สลักใจ) กับ “เผลอใจ” (สุเทพ วงศ์กําแหง)  เพลงที่มีชื่อเพลงเดียวกันแต่ต่างเนื้อร้องทำนอง คือ  “รักข้ามคลอง” (รักชาติ ศิริชัย) กับ ”รักข้ามคลอง” (ชรินทร์ นันทนาคร)
 
          รวมไปถึงเพลงที่มีเนื้อหาเหมือนกัน แต่ต่างกันที่วิธีการนำเสนอและการใช้ภาษาที่ง่ายๆ และลุ่มลึกต่างกัน ดวลกันเป็นคู่ๆ เพลง  อาทิ เพลง แววรักในดวงตา (ผ่องศรี วรนุช) -ภาษาใจ (สวลี ผกาพันธุ์)  ผู้เสียสละ (ปอง ปรีดา- คนละฉบับกับเพลงที่ครูพีระ ตรีบุปผา แต่ง) - เสียสละรัก (สุเทพ วงศ์กําแหง) ไอ้หนุ่มตังเก (ไพรวัลย์ลูกเพชร) ท่าฉลอม (ชรินทร์ นันทนาคร) งามแท้แม่งาม (พนม นพพร) -ภิรมย์สุรางค์ (นริศ อารีย์) ปิดท้ายที่เพลงร้องแก้กัน คือคู่เพลงที่ครูกานท์ การุณวงษ์ แต่ง คือ เหมือนข้าวคอยเคียว (เพลินพิศ พูลชนะ) กับ เหมือนข้าวลืมเคียว (ฉบับของ มนตรี สีหเทพ)
 
          นับเป็นคอนเสิร์ตที่ดูสบายๆ ได้ความรู้ติดหัวกลับบ้านไปด้วย อย่างน้อยก็พอรู้จักที่มาที่ไปของเพลงลูกทุ่งลูกกรุง และความแตกต่างของเพลงทั้งสองประเภท ซึ่งต่างก็มีเสน่ห์และความไพเราะเหมือนกัน ที่สำคัญเพลงเหล่านี้ เป็นเพลงที่ใช้และออกเสียงภาษาไทยได้อย่างถูกต้องชัดเจน ซึ่งเป็นข้อดีที่น้องๆ เยาวชนที่มาขับร้องบนเวทีจะได้ซึมซับการร้องเพลงลีลาภาษาไทยที่ไม่ปนสำเนียงตะวันตก
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ลูกทุ่งลูกกรุงก็เหมือนกัน' : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว)