
มองผ่านเลนส์คม:ชาติหน้ากับกาลิเลโอ
07 ส.ค. 2557
ชาติหน้ากับกาลิเลโอ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening
ครั้งหนึ่งในชีวิตของ เอมิลี เซลเลอร์ส (Emily Saliers) เธอเคยนั่งถกเถียงกับเพื่อนเรื่องการกลับชาติมาเกิดใหม่...
เอมิลี คือนักร้องนักแต่งเพลง หนึ่งในสองสมาชิกสาวของ Indigo Girls วงโฟล์กร็อกฝีมือดีจากรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งเอมิลีและเพื่อนร่วมวงประกาศตัวว่าเป็นเลสเบี้ยน เพลงของพวกเธอไพเราะแต่หนักแน่น เข้มแข็งแต่อ่อนหวาน พวกเธอมักจะใส่เรื่องยากๆ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม ไปจนถึงปรัชญาลงในเนื้อเพลงของตัวเอง ไม่น่าแปลกใจที่หลังจากการพูดคุยและคิดใคร่ครวญเรื่องการกลับชาติมาเกิดของเธอและเพื่อนในวันนั้น เอมิลีก็หยิบเอาเรื่องนี้มาแต่งเป็นเพลงจนได้
ในสังคมพุทธอย่างบ้านเราที่ถือว่าการกลับชาติมาเกิดเป็นเรื่องที่มีอยู่จริงก็ยังคงมีการถกเถียงประเด็นนี้กันอยู่เสมอ ยังมีคนที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่ไม่น้อย ดังนั้นในสังคมชาวคริสต์ที่เอมิลีใช้ชีวิตอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ความเชื่อกระแสหลักอยู่แล้ว ก็ยิ่งมีการถกเถียงกันระหว่างคนที่เชื่อและไม่เชื่อในระดับที่จริงจังกว่าบ้านเราอยู่หลายขั้น โดยสรุปก็คือ แนวคิดเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนั้นดูจะเป็นแนวทางที่ชาวตะวันตกรู้สึกว่ามันช่างเป็นอะไรที่ ‘ตะวันออก’ เหลือเกิน พอๆ กับโยคะ การนั่งสมาธิ อะไรทำนองนั้น
ในเพลงที่ เอมิลี เซลเลอร์ส เขียนถึงเรื่องการกลับชาติมาเกิดใหม่ เธอจึงไม่ได้ระบุอย่างชัดแจ้งว่าเธอเชื่อหรือไม่เชื่อในเรื่องนี้ แต่เธอลองตั้งคำถามกับความคิดนี้ในแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แล้วดึงเอาประเด็นที่น่าสนใจมาใส่ไว้ในบทเพลง
“ฉันคิดถึงความกลัวการเคลื่อนไหวของตัวเอง ซึ่งฉันไม่เคยอธิบายที่มาของมันได้เลย
มันจะเป็นเพราะมีไอ้โง่คนหนึ่งดันทำเครื่องบินลำเล็กๆ ตก เมื่อหลายปีก่อนหรือเปล่านะ”
เอมิลีตั้งคำถามถึงการส่งต่อผลกรรมหรือการกระทำจากชาติที่แล้วมาสู่ชาตินี้ เป็นไปได้ไหมว่าโรคประจำตัวหรือความกลัวประจำใจของเรา จะเป็นผลจากเหตุการณ์หรือการกระทำในชาติก่อน อย่างการที่เธอเกลียดการนั่งเครื่องบิน มันเป็นเพราะชาติก่อนเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกใช่ไหม? และหากจุดหมายปลายทางของการเวียนว่ายตายเกิดคือการบรรลุถึงนิพพาน มันจะต้องใช้เวลาอีกกี่ชาติภพ วิญญาณของเธอจึงจะเรียนรู้และแก้ไขข้อผิดพลาดจนก้าวขึ้นไปสู่แสงสว่างแห่งการหลุดพ้นนั้นได้
และในเมื่อมีการตั้งคำถามขึ้นมาแล้ว เธอจึงต้องการให้ใครสักคนมาตอบ
หากเป็นชาวพุทธก็คงหันไปปรึกษาเรื่องนี้กับพระภิกษุที่น่าเลื่อมใสสักรูป หากเป็นชาวคริสต์อาจจะเอ่ยถามกับนักบวชที่เชี่ยวชาญเรื่องไบเบิ้ลสักท่าน หรือไม่ก็อาจจะเอ่ยถามกับพระเจ้าอยู่ในใจ
แต่สำหรับเอมิลี เธอนึกถึง กาลิเลโอ
ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ...โดยเฉพาะชาวตะวันตก กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) ชาวอิตาลีผู้มีชีวิตอยู่เมื่อราว 400 ปีก่อน นับเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีจิตวิญญาณสูงส่ง มีองค์ความรู้สมบูรณ์พร้อม เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักปรัชญาผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิวัติแวดวงวิทยาศาสตร์ ถึงขนาดที่ถูกเรียกว่าเป็นบิดาแห่งวิทยาศาตร์ และบิดาแห่งดาราศาสตร์สมัยใหม่ ผลงานสำคัญของกาลิเลโอก็คือการพัฒนากล้องโทรทรรศน์ และการบันทึกผลสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์เป็นจำนวนมาก
“อีกนานแค่ไหน วิญญาณของฉันจึงจะไปถูกทาง
มนุษย์เราสามารถไปถึงแสงนั้นได้จริงใช่ไหม
ฉันเฝ้าร้องถามกับวิญญาณอันสุขสงบของกาลิเลโอ
ผู้เป็นราชันย์แห่งการมองผ่านความมืด
ผู้เป็นกษัตริย์แห่งการเข้าใจอันถ่องแท้”
เอมิลีตั้งชื่อเพลงๆ นี้ว่า Galileo มันถูกบรรจุลงในอัลบั้ม Rites of Passage ที่วางขายในปี 1992 ถือเพลงที่ดังที่สุดเพลงหนึ่งของสองสาวอินดิโก้ มันขึ้นไปถึงอันดับ 10 บนชาร์ตเพลงโมเดิร์นร็อกบิลล์บอร์ด
ไม่แน่ใจว่าถึงวันนี้ เอมิลีคลี่คลายความสงสัยในเรื่องชาติภพไปบ้างหรือไม่ แต่ถึงวันนี้ เพลง Galileo ยังเป็นเพลงที่พูดเรื่องการกลับชาติมาเกิดได้ดีที่สุดเพลงหนึ่ง ...ซึ่งที่จริงก็คงมีเพลงที่พูดถึงเรื่องนี้อยู่ไม่มากนักหรอก
อย่างไรก็ตาม สำหรับชาวพุทธที่คุ้นเคยกับแนวคิดเรื่องชาตินี้ชาติหน้าก็อาจจะรู้สึกแปลกๆ ที่มีนักร้องสาวชาวอเมริกันเอาเรื่องนี้ไปเอ่ยถามเอากับนักดาราศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น
แต่นึกดูดีๆ อีกที บางทีชาวคริสต์อย่าง เอมิลี เซลเลอร์ส อาจจะคิดถูกแล้วที่หันไปปรึกษากาลิเลโอ เพราะสิ่งที่การค้นพบทางดาราศาสตร์ของเขายืนยันกับมวลมนุษย์ก็คือ โลกของเราไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาล ดวงอาทิตย์และดวงดาวไม่ได้หมุนรอบตัวเรา
เราไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล และบางทีการเป็นศูนย์กลางของอะไรสักอย่างก็อาจไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเลย
ทิ้งอัตตา ละตัวตน คือหนทางไปสู่แสงสว่างแห่งการหลุดพ้น ใช่หรือไม่?
........................................
(หมายเหตุ ชาติหน้ากับกาลิเลโอ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening)



