บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'หลายอารมณ์'

เล่นหูเล่นตา:'หลายอารมณ์'

04 ส.ค. 2557

'หลายอารมณ์' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
          “หม่อม… ฝากน้องมันร้องแทนหน่อยนะ… มีอะไรก็เรียกใช้มันมาแทนได้”
 
          “พี่ฑูรย์ หัวหน้าวงดนตรี “ชาเลด” ที่เล่นประจำอยู่โรงแรมเอเชีย ฝากฝังฉันกับ “พี่หม่อม” ผู้จัดการฝ่ายจัดหาและดูแลศิลปินของโรงแรมแมนดาริน ซึ่งในเวลานั้น “ครัวหลวง” และ “แมดาริน่า” คือสถานที่ฟังเพลงที่ชื่อดังแห่งหนึ่งของเมืองไทย มีนักร้องระดับซุปตาร์ที่ทำอัลบั้มกับแกรมมี่หมุนเวียนมาร้องสลับกัน ส่วนฉันเพิ่งเริ่มร้องเพลงได้ 2-3 ปี  แถมหน้าตาก็แบบนี้ ทางเดียวที่จะเข้าไปร้องได้ก็คือ ไปแทนศิลปินที่ลาหยุดโดยใช้ “เส้น” ของผู้ใหญ่ที่เมตตาอย่างพี่ฑูรย์กับความใจดีของพี่หม่อม รายได้ร้องแทนนั้นดีกว่ารายได้ร้องประจำเสียอีก บางวันวิ่งร้องแทนไปมาทั้ง 2 ห้อง หลายช่วงก็รวยกันล่ะวันนั้น ร้องแทนไปก็หวังไว้ในใจว่าสักวันเขาจะบรรจุเข้าเป็นนักร้องประจำ แต่นักร้องแทนก็มีกันอยู่หลายคน ฉันจึงมีสภาพเหมือนมอเตอร์ไซค์วินที่ต้องรอเรียกตามคิว (คล้ายหมอนวดกว่ามะ?) ในที่สุดฉันก็ได้บรรจุเป็นนักร้องประจำที่ “ครัวหลวง” สำหรับ “แมดาริน่า” นั้นมีไว้สำหรับคนมีชื่อเสียงจริงๆ ฉันจึงไม่ได้หวังอะไร เพราะความฝันของฉันมันไกลกว่านั้นมากนัก ฉันอยากจะมีชื่อเสียงเพื่อจะได้หลุดออกจากวงโคจรงานร้องประจำหรืองานแทนอะไรที่ซ้ำซากอยู่ทุกวัน… ฉันเบื่อชีวิตขึ้นลงตามร้าน ร้านขายดีเราก็อยู่ดี หรือไม่อยู่ดีๆ ก็ไม่ดีเพราะเขาไล่ออก ยิ่งร้านขายไม่ดีปิดกิจการเจ๊งบ๊งก็ต้องวิ่งหางานที่ใหม่ทำเป็นวงจรโง่ๆ ที่วนเวียนไม่มีที่สิ้นสุดในความรู้สึกของนักร้องโง่ๆ อย่างฉัน! จะว่าไปการร้องกลางคืนแบบฉันมันก็ไม่ได้โง่หรอกนะ แต่มันก็ไม่ได้ฉลาดขาดนั้น ถ้าฉลาดจริงฉันจะต้องหลุดพ้นจากวงจรนี้ให้ได้ และเมื่อมันยังไปได้ไม่ถึงไหน ฉันก็ต้องอาศัยร้องไปแบบนี้เพื่อหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องและได้ฝึกฝนการร้องจากพี่ๆ นักดนตรีที่เก่งๆ ที่คอยสอนร้องคอยจ้ำจี้จำไชให้ร้องได้ดีขึ้น
 
          “เอ็งน่ะร้องเพลงดี เพียงแต่ว่าเอ็งยังไม่มีชื่อเสียง ถ้าเอ็งตั้งใจฝึกตั้งใจร้อง สักวันจะเป็นวันของเอ็ง”
 
          พี่สมศักดิ์ ลัทธิ นักดนตรีมือเบสผู้เป็นทั้งพี่และอาจารย์ บอกกับฉันขณะที่ฉันร้องอยู่ร้านหรูที่สุดในซอยทองหล่อเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว “ยัวร์เพลส” เวลานั้นฉันก็ยังเป็นนักร้องโง่ๆ ประสบการณ์น้อย พี่ศักดิ์ คอยจ้ำจี้จ้ำไชทั้งสำเนียงภาษาจังหวะและอารมณ์ แกมีความเชื่อมั่นในตัวฉันมากกว่าที่ฉันเชื่อมั่นในตัวเองเสียอีก
 
          “พี่ไก่รู้มั้ย? พี่ศักดิ์เห็นพี่ไก่ออกทีวีตอนอยู่โรงพยาบาล แกร้องไห้เลย แกดีใจแทนพี่ไก่” โก้ มิสเตอร์แซกแมน บอกกับฉันตอนไปเยี่ยมพี่ศักดิ์ที่โรงพยาบาลช่วงที่แกอาการแย่ลงจากโรคมะเร็งในเม็ดเลือด… เสียดายที่ฉันยังไม่ได้ทันตอบแทนบุญคุณและความเชื่อมั่นที่พี่ศักดิ์มีต่อฉัน เสียดายที่แกไม่มีโอกาสได้เห็นวันนี้ของฉันวันที่ฉันมีประสบการณ์มากขึ้นและเป็นที่ยอมรับ ฉันได้แต่ทำบุญไปให้แกแล้วอธิษฐานว่า… “ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวหนู” คนดีๆ ที่คอยช่วยเหลือให้โอกาสและเป็นกำลังใจให้ แม้จะมีอยู่ไม่กี่คนในชีวิตนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันยืนหยัดต่อสู้กับความรู้สึกเลวร้ายต่างๆ ที่เข้ามาปะทะในแต่ละช่วงชีวิต คอยเตือนให้ฉันสำนึกว่าพลังที่ทำให้ยืนหยัดได้คือ “พลัง” แห่งความรักและความหวังดีไม่ใช่ “ความร้ายในตัว” อย่างที่ฉันชอบคิด เพราะ “ความร้ายไม่เคยสร้างสิ่งดีงาม มีเพียงสิ่งดีงามเท่านั้นสามารถเสริมสร้างสิ่งดีงามด้วยกันได้” … เขียนมาเหมือนสำนึกดีเหมือนเป็นคนดี แต่ฉันไม่ดีขนาดนั้น ฉันก็ยังคงเป็นแค่ “คนคนหนึ่ง” ชีวิตของคนมันมีหลายด้านหลายมุมขึ้นอยู่กับว่าไปพบไปเจออะไรมาแล้วเราตีความมันไปทางไหน เราทิ้งอะไรไปและเรารับอะไรเข้าไว้ใส่ตัว เจอคนดีๆ ทำให้ฉันอยากจะดี เจอคนชั่วไม่ได้ทำให้ฉันอยากจะชั่ว แค่ทำให้ฉันดีน้อยลงหน่อย (แถวบ้านเรียก “ร้าย” นั่นแหละ!) ซึ่งการเจอคนชั่วมันทำให้ฉันรู้จักระวังตัว รู้ว่าชีวิตที่มันยากก็เพราะไอ้คนพวกนี้แหละที่ทำให้มันยุ่งยาก คนที่น่ากลัวที่สุดคือคนไม่รู้จักดีชั่ว รวมถึงดีชั่วรู้หมดแต่อดใจไม่ไหว! …
 
          “พี่เพิ่งออกจากงาน… ก็เพราะอีผีนั่นแหละ” พี่ฑูรย์ที่เคยมีน้ำใจกับฉันนั่งบ่นบนโต๊ะอาหารพร้อมกับ โก้ มิสเตอร์แซกแมน ที่คอยเข้าใจรับฟัง รวมถึงหางานใหม่ให้ (บอกแล้วไงว่าพระมาเกิด!) ได้ยินชื่อ “อีผี” ฉายาที่พวกนักดนตรีและนักร้องที่ร้องตามโรงแรมเมื่อ 20 ปีก่อนรู้จักฤทธิ์เดชของนางเป็นอย่างดี ได้ยินชื่อนี้แล้วแผงคอแผ่ออกเป็นกิ้งก่าตัวเมีย เกิดแล้วตายกี่ชาติก็ยากจะลืม นางจะชอบจิกด่าราวกับพวกเราเป็นขี้ข้า ไม่พอใจนางก็ไล่เราออกอย่างไม่มีเหตุผล เงินเดือนออกล่าช้าหรือลูกค้าไม่จ่าย นางก็ไม่เคยไปดูแลให้ ในเวลานั้นฉันยังเป็นแค่เด็กๆ ตัวไม่เล็กแต่ก็ไม่มีฤทธิ์มีเดชจะให้ไปต่อล้อต่อเถียง เรียกร้องเอาความยุติธรรมกับใคร ได้แต่ก้มหน้ารับกรรมไป เวลาผ่านมา 20 ปี… ฉันว่านางควรจะจากโลกนี้ไปด้วยอะไรที่ไม่ใช่สาเหตุทางธรรมชาติไปนานแล้ว แต่! … นางยังมีชีวิตอยู่ค่าคุณตำรวจ แล้วยังให้โทษได้เหมือนเดิมเด๊ะ! อีผีกระสือตายยากซะจริงๆ ผ่านมานานขนาดนี้ยังไม่ไปผุดไปเกิดยังตามเข้าสิงหากินกับมนุษย์ผู้ใช้แรงงานอยู่อีก! แถมโรงแรมก็ยังใช้บริการจากมันอยู่อีก เฮ้อ! ฉันทำได้แค่บ่นแล้วปล่อยให้เป็นเรื่องของกรรม ใครทำอะไรไว้ย่อมได้รับสิ่งนั้นตามสนอง แต่บางทีเวลากรรมมันก็ช่างไม่ทันใจเอาเสียเลย ขัดใจเป็นที่สุด! จะลุกขึ้นไปออกแรงทำอะไรก็เกรงว่าจะเป็นการต่อเวรต่อกรรม คนเลวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มันไม่ได้มีไว้ให้เราคั่งแค้นพยาบาทอาฆาต แต่มันมีไว้ให้เราอย่าไปเอาอย่าง อย่าไปข้องเกี่ยว คนดีก็อยู่ส่วนคนดี คนชั่วก็ปล่อยให้มันชั่วไป… แต่อย่าให้ฉันเจออีกก็แล้วกัน! เพราะถึงฉันจะเป็นคนดี บางทีฉันก็ไม่ได้ใจดีขนาดนั้น!! 
 
.......................................
(หมายเหตุ 'หลายอารมณ์' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)