เอกเขนกดูหนัง:'The Rover'
01 ส.ค. 2557
'The Rover' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
หากคอหนังกำลังมองหาหนังแอ็กชั่นดราม่า รสชาติแปลกแปร่งที่ไม่จำเป็นต้องเอามันสะใจ พะบู๊กันเลือดสาด หากแต่ดูเอาเมามึนชนิดปวดหัวตึ้บ งุนงง เฉื่อยเนือย ท่ามกลางบรรยากาศเวิ้งคว้างขมุกขมัวของฝุ่นทรายในดินแดนดาวน์อันเดอร์ทวีปที่มีพื้นที่เล็กที่สุดในโลกอย่างออสเตรเลีย หนำซ้ำพล็อตยังประหลาดเพี้ยนเพราะว่าด้วยโลกอนาคตในอีก 10 ข้างหนังหลังเศรษฐกิจโลกล่มสลาย ผู้คนหลายเชื้อชาติมุ่งหน้าสู่ออสเตรเลียและเงินดอลล่าร์อเมริกันเป็นเงินสกุลหลักที่ใช้กันในดินแดนแห่งนี้ หนังเริ่มเรื่องที่สามโจรดูเหมือนจะทำภารกิจผิดพลาดจนทำให้หนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บซึ่งในระหว่างหลบหนี รถก็ดันเกิดประสบอุบัติเหตุขับต่อไม่ได้จึงพากันขโมยรถเก๋ง Rover ของชายพเนจรนามเอริค ที่ออกไล่ตามกลุ่มโจรด้วยรถของพวกมันเอง ที่เขาพยายามขับมันไปจนได้
นอกจากบรรยากาศร้อนแล้งของทะเลทรายในออสเตรเลียแล้ว ดนตรีประกอบใน The Rover ดูเหมือนจะโดดเด่นจนถึงขั้นโดดเด้ง เพราะแค่ฉากที่เอริคเดินตรงไปยังบาร์ซอมซ่อแห่งหนึ่งในตอนเปิดเรื่องนั้น เสียงเพลงทำนองประหลาดคล้ายเพลงสัญชาติเอเชียที่ไม่น่าจะปรากฏให้ได้ยินในดินแดนแห่งนี้ ก็ดังแว่วขึ้นมา ก่อนจะชัดขึ้นจนรู้สึกถึงท่วงทำนองเพลงป๊อปคุ้นหูกับเสียงร้องภาษาเวียดนาม และ ภาพที่ปรากฏให้เห็นตามมาก็คือชายสองคนที่มีหน้าตาและรูปพรรณสัณฐานคล้ายคนจีนหรือไม่ก็เวียดนาม ตอกย้ำได้ว่า ออสเตรเลียในเวลานี้ เป็นศูนย์รวมของผู้คนจากทั่วโลก ที่เดินทางเข้าสู่อ้อมกอดของแผ่นดินอันแล้งร้างและยากไร้กันขนาดไหน ซึ่งมีอีกหลายฉากในหนังที่ดูเหมือนผู้กำกับและร่วมเขียนบท เดวิด มิค็อด พยายามตอกย้ำบรรยากาศนี้ ไม่ว่าจะเป็นฉากที่เอริคและเรย์ น้องชายโจรขโมยรถที่เอริค จำเป็นต้องพึ่งพาในการหาเบาะแสและกลายมาเป็นคู่หูโดยปริยาย มาขออาหารจากคนที่รูปร่างหน้าตาเหมือนมาจากเซ้าท์อีสต์เอเชียในแถบโรงแรมที่พวกเขาพักอยู่ หรือเด็กสาวจากแอฟริกาที่ถูกลูกหลงจากกระสุนปืนของเรย์ ที่ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ ที่หน้าโมเต็ลในฉากถัดมา หรือกระทั่งบทสนทนากับพ่อค้าหน้าเลือดที่เรย์และเอริคแวะจอดรถซื้อน้ำมันและกระสุนปืน จากร้านขายของข้างทาง สำเนียงการพูดของเจ้าของร้านก็ฟังดูเหมือนมาจากอเมริกาใต้
The Rover นำเสนอภาพแห้งแล้งเวิ้งว้างของทะเลทรายในออสเตรเลีย ที่เหล่าผู้คนต่างก็ล้วนมีชีวิตเคว้งคว้าง ดำรงชีพอย่างสิ้นไร้ความหวังปราศจากหัวจิตหัวใจไร้ซึ่งชีวิตชีวา หนังแทบไม่ได้บอกอะไรกับเราถึงที่มาที่ไปของตัวละครสำคัญๆอย่าง เอริคและเรย์ นอกจากเล่าคร่าวๆ ผ่านบทสนทนาถึงสถานะของเอริคในอดีต ซึ่งไม่ได้บอกถึงจุดมุ่งหมายของเขาแต่อย่างใดในการขับรถตระเวณมาไกลถึงกลางทะเลทราย รวมถึงเรย์ ที่ปูมหลังของเขาก็แค่เล่าให้เราฟังผ่านการพูดคุยกับเอริคว่า เป็นแค่เด็กชายคนหนึ่งที่พ่อสั่งพี่ชายให้ดูแลน้อง แต่สุดท้ายพี่ก็ทิ้งเขาไป ขณะที่บุคคลิกลักษณะของเรย์ก็บอกเพียงเลาๆ ว่า เขาน่าจะคล้ายเป็นเด็กออทิสติคที่ติดสอยห้อยตามพี่ชายมาร่วมขบวนปล้นก่อนจะพลัดหลงถูกทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดี
ความสิ้นหวังร้างไร้ของผู้คน ในยามที่เศรษฐกิจโลกล่มสลาย ถูกนำเสนอผ่านบรรยากาศและตัวละคร รวมถึงพล็อตที่ผูกไว้หลวมๆ หากแต่สะท้อนนัยบางอย่างไว้ได้น่าสนใจ ความมุ่งมั่นในความไร้สาระ หาได้มีแก่นสารเป็นแม่นมั่นของมนุษย์ ดูจะเป็นสารอย่างหนึ่งที่หนังต้องการบอกเล่าขับขาน รถโรเวอร์คันเดียวนำพาความพินาศมาสู่ผู้คนหลายชีวิตแม้สุดท้ายมันจะบรรลุจุดหมายของใครสักคนก็ตาม แต่ฉากที่เอริค เปิดฝากระโปรงหลังรถในตอนท้าย สิ่งที่เขาตามหา มาอย่างสะบักสะบอมก็บ่งบอกถึงความไร้แก่นสารในชีวิตที่ผู้คนหมกมุ่นวุ่นวายอยู่กับมันโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งในความเป็นจริง มนุษย์ก็มักเป็นเช่นนั้นเสมอ
แม้ตัวหนังโดยรวมแทบจะไม่ปลุกเร้าความสนุกตื่นเต้นให้กับผู้ชมมากนัก แต่อย่างน้อยใครที่เป็นแฟนหรือชื่นชมความหล่อเหลาของ โรเบิร์ต แพททินสัน อาจจะยิ่งเพิ่มความนิยมชมชอบในตัวนักแสดงหนุ่มคนนี้มากขึ้น ภาพของเทพบุตรแวมไพร์ในหนังชุดทไวไลท์ ดูจะกลายเป็นคนหน่อมแน้ม ด้อยสติปัญญาไปทันที หากได้เห็นการแสดงที่ทุ่มเทและเล่นโดยไม่กั๊กไม่ยั้งมือในบทเรย์หนุ่มเอ๋อ ผู้พยายามทำให้ตัวเองเข้มแข็งและได้การยอมรับจากคนอื่นบ้าง แม้สิ่งที่เขาทำมันเสี่ยงกับความเป็นความตายของชีวิต ที่สำคัญตัวละครตัวนี้ ก็เผยแง่มุมอ่อนโยนในตัว ในฉากที่เขาเผชิญหน้ากับพี่ชายร่วมสายเลือดผู้ทอดทิ้งเขาให้ตายกลางถนนอันร้อนระอุ ทั้งๆ ที่มีความเชื่อตลอดเวลาว่าพ่อสั่งพี่ให้ดูแลเขาให้ดี แน่นอนว่าผลลัพธ์ในฉากนี้ถึงขั้นทำให้น้ำตาคลอทีเดียว
เช่นเดียวกับ กาย เพียซ นักแสดงหนุ่มใหญ่วัย 46 ปี สัญชาติออสซี่ ที่พักหลังมักจะไปได้ดีในหนังแอ็กชั่นเสียส่วนใหญ่ ก็ทำให้เราหวนกลับมามองเขาในฐานะนักแสดงมากฝีมืออีกคนหนึ่งหลังฉายฉานฝีไม้ลายมือทางการแสดงให้ปรากฏจนเป็นที่จดจำ แจ้งเกิดในอาชีพนักแสดงจากหนังเรื่อง L.A. Confidential และ Memento เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ก่อนจะหลบไปเล่นหนังแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์อย่าง Lockout Prometheus และ Iron Man 3 ในช่วงปีสองปีมานี้
สำหรับประเทศออสเตรเลียเอง ได้ชื่อว่ามีนักแสดงและผู้กำกับเก่งๆ ในระดับแถวหน้าของโลกอยู่มากมายหลายคน เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ น่ารวมเอาชื่อของ เดวิด มิค็อดและกาย เพียร์ซ เข้าไปด้วย
.......................................
(หมายเหตุ 'The Rover' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)



