บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:'รู้อะไรไม่สู้... รู้สึกตัว'

ขบคิดขีดเขียน:'รู้อะไรไม่สู้... รู้สึกตัว'

29 ก.ค. 2557

'รู้อะไรไม่สู้... รู้สึกตัว' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
          นั่งเสพข่าววงการบันเทิง และไม่วงการบันเทิงเพียงในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอบอกกงๆตรงนี้เลยว่า “มึน” มันอะไรกันนักกันหนา สารพัดจะถาโถมเข้ามา อย่าเรียกว่าข่าวไม่ซ้ำวัน เรียกว่าต้องกดรีเฟรช อัพเดทกันทุกชั่วโมงเลยดีกว่า กดอ่านดูแล้วก็ไม่ค่อยอยากจะเรียกสารเหล่านี้ว่าข่าวสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้มีประโยชน์ ไม่ได้บำรุงสมอง บำรุงแต่ต่อมเผือกล้วนๆ คนนี้บ้านแตก คนนี้เป็นพ่อ คนนั้นขอขมา คนนู้นโดนปลด คนนี้ทำนม คนนั้นเมาขาดสติ อีกคนง้อแฟน โอยยย มันเยอะมากจนเสพไม่ทันจริงๆ เห็นใจหญิงยศด้วย
 
          แต่ก็อดคิดไม่ได้นะคะว่า เดี๋ยวนี้วิธีการนำเสนอข้อมูลที่เรายังเรียกมันว่า ข่าวสารนั้น ช่วงนี้มันดึงให้จิตเราตกต่ำลงทุกที ในวันที่เรามีสื่อเยอะแยะไปหมด ทีวีไม่รู้กี่ช่องต่อกี่ช่อง สถานีวิทยุอีกมากมาย แล้วยังโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ทั้งไทม์ไลน์ เฟซบุ๊ก ไอจี ทวิตเตอร์ ไลน์กรุ๊ป ข้อมูลทั้งหลายมันหลั่งไหลกันอย่างเชี่ยวกราก เรียกว่าถ้าใครไม่ตั้งสติให้ดี มีสิทธิ์พลัดตกลงไปจมวนอยู่ในกระแสน้ำแอ่งนี้แน่ๆ... แต่ที่มันน่าห่วงก็คือ กระแสน้ำแอ่งนี้มันไม่ใช่น้ำใสๆ แต่กลับกลายเป็นน้ำขุ่นๆ ดำๆ ที่รวมเอาเรื่องราวความทุกข์ของคนอื่นมาไว้รวมๆ กันนะสิคะ การที่เราเสพข้อมูลเหล่านี้มากๆ โดยที่ไม่ได้รู้ข้อเท็จจริง นอกจากจะสร้างทุกข์ให้แก่คนที่เป็นข่าวแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวเรานั่นก็คือ อาการ “ไม่รู้ตัว” นั่นเองค่ะ
 
          ถ้าหากใครได้เคยศึกษาคำสอนทางศาสนา เมื่อถึงแก่นแล้วเราจะรู้ว่า ศาสนาสอนให้เรารู้จักระวังตัวเอง ให้ตามดู ตามรู้เฉพาะตัวเราเท่านั้น ไม่ใช่ให้ไปตามรู้เรื่องคนอื่นเขา เพราะบางครั้งในการที่เราเฝ้าเสพสิ่งเหล่านี้มากๆ เข้า เมื่อรู้ตัวเข้าอีกที เราจะอยู่ในท่าที่นั่งกดดูแต่โทรศัพท์มือถือ “อุ๊ย ดูไลน์กรุ๊ปนี้ซิ มีแชร์โพสต์นี้มา แชร์ต่อดีกว่า เดี๋ยวแคปหน้าจอกรุ๊ปนี้ไปเม้าท์ต่อกับกรุ๊ปนู้น อุ้ย อุ้ย ไปเช็กไอจีดาราคนนี้ก่อน นางเป็นเพื่อนกับคนที่เป็นข่าวอยู่ เผื่อนางอัพรูปอะไรเด็ดๆ เอ๊ะ ไม่มี งั้นไปดูกระทู้ก็ได้ เผื่อใครไปสืบอะไรมาได้อีก ว้าย แจ็กพอตค่ะ มีจริงๆ ด้วย แชร์ยาวไปเฟซบุ๊กเลยจ้ะ เผื่อมีผู้รู้มากดไลค์ ให้คอมเม้นท์” รู้สึกตัวอีกทีจมูกแทบชนกับหน้าจอ พอเงยหน้ามาอีกทีตางี้พร่าไปหมด เอ๊ะ เดี๋ยวนะ นี่ฉันกำลังจะไปไหน เอ๊ะ กินข้าวไปยังว้า ไม่แน่ใจ เดี๋ยวขอไปดูในไอจีอีกที ถ้ากินแล้วต้องมีรูปอาหารชัวร์!! มันไม่มีสติกันขนาดนี้ บางคนงานการไม่เป็นอันทำ ตามเผือกเรื่องคนนั้นคนนี้ เผือกไปสักพัก จิตตก อุ้ย โพสต์ธรรมะสักนิดดีกว่า เผื่อเตือนสติใครได้... แหม่!! อยากบอกเหลือเกินว่า ถ้าคิดอย่างนี้ก็อยากจะให้เตือนสติตัวเองซะก่อนเลยคนแรก ในการเสพข้อมูลสมัยนี้ เราต้องมีสตินะคะว่า ข้อมูลส่วนมากไม่ใช่ข่าว ไม่ได้มาจากคนทำข่าว หรืออาจมาจากคนทำข่าวที่เอาข้อมูลพวกนี้มารายงานโดยไม่ตรวจสอบ แต่ส่วนใหญ่คือมาจากใครก็ไม่รู้ ไม่ได้มีตัวตนที่จับต้องได้ 
 
          ในยุคที่ใครๆ ก็เป็นผู้สื่อข่าวได้ เราในฐานะผู้เสพมีแค่วิจารณญาณอย่างเดียวคงไม่พอเสียแล้ว สติต้องมีด้วยเช่นกัน ไม่ใช่มีไว้ตัดสินว่าใครผิดหรือถูกนะคะ แต่มีไว้เตือนตัวเองว่า นี่มันไม่ใช่เรื่องของเราเลย เราไม่ได้มีหน้าที่ไปตัดสินถูกผิดชีวิตใครเลย ไม่ได้มีหน้าที่ไปบอกคนอื่นว่าควรหรือไม่ควรเลย อย่างเดียวที่เราควรจะต้องเฝ้าระวังไว้ให้ดี สุดท้ายนี้ก็คือใจของเราเอง การที่เราเอาใจไปจดจ่ออยู่กับเรื่องของคนอื่นนั้น ก็เท่ากับการเอาใจออกห่างจากใจของตัวเอง หญิงยศว่า คนเราสมัยนี้บริหารการตัดสินคนอื่นกันมากจนลืมหันกลับมามองตัวเองว่าตัวเราเองในตอนที่เฝ้าวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นไปจนถึงขั้นติฉินนินทานั้น หน้าตามันน่าเกลียดมากแค่ไหน ปากที่พูดไป หน้าที่แสดงอารมณ์สะใจ เกลียดชัง สมน้ำหน้า หัวเราะขัน ดูถูก กดเหยียบ มีความสุขสนุกปากบนความทุกข์ของคนอื่นนั้น มันคือภาพที่ไม่น่ามองอย่างที่สุดแล้ว แม้ต้องยอมรับว่าเราอยู่ในยุคสมัยที่หันไปทางไหนก็มีเรื่องชาวบ้านมารอจ่อให้สนุกสนานเพลิดเพลิน แต่สุดท้ายสิ่งที่เราควรบริหารให้หนักหน่วงในช่วงนี้ไม่ใช่ต่อมเผือก แต่ควรเป็นต่อมสติ ต่อมเมตตา ต่อมอุเบกขา ต่อมเห็นอกเห็นใจ และวางเฉยไปให้ได้มาก เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาตามธรรมชาติแต่เป็นสิ่งที่เราต้องฝึก และต้องฝึกอย่างหนัก ในขณะที่ต่อมเผือกนั้นมันมาตามธรรมชาติตามหลักสากลอยู่แล้ว ไม่ต้องฝึก มีแต่ถลำลึกเป็นวันเวย์ หลุดเข้าไปแล้วหายูเทิร์นยาก เพราะฉะนั้นหัดดึงจิตครองใจให้อยู่กับร่องกับรอย กับตัวเราไว้ให้มากจะเป็นดีที่สุด
 
          เห็นใจกันเยอะๆ เถอะค่ะ เราเสพเรื่องของคนอื่นร้อยเรื่องได้ในทีเดียว ลองกลับมาอยู่แค่ศีลห้าข้อเบสิกๆ ดูบ้าง ถ้าตั้งใจไม่น่ายาก ชีวิตน่าจะดี แถมจะทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นอีกเป็นกองเลยทีเดียวจริงๆ
 
.......................................
(หมายเหตุ 'รู้อะไรไม่สู้... รู้สึกตัว' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)