
'ต้องดู Begin Again และ Dawn of the Planet of the Ape'
25 ก.ค. 2557
'ต้องดู Begin Again และ Dawn of the Planet of the Ape' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ถ้าไม่นับการเป็นกรรมการในเทศกาลหนัง ซึ่งเคยต้องดูวันละ 5 เรื่อง ! เป็นเวลา 9 วัน ก็น่าจะเป็นไปได้ว่า สัปดาห์ที่แล้ว (14-20 ก.ค.) ผมทำสถิติใหม่ดูหนังแบบมาราธอนอุตลุด มากถึง 13 เรื่อง
ในจำนวนนั้น มีไม่ชอบ Words and Pictures และ Step Up และที่เฉยๆ ก็คือ The Fault In Our Stars ที่ชอบมี The Wind Rises กับ Class of 92 ส่วนที่รักเลยก็คือ Begin Again กับ Dawn of the Planet of the Ape
จนต้องบอกว่า ทั้งสองเรื่องหลังเป็นหนังไม่ควรพลาด เพราะเป็นหนังเด่นสุดของเดือนกรกฎาคมที่กำลังจะผ่านเลยไปสู่ช่วงที่หนังจะโชว์ซีซั่น (เพราะกันยายนเป็นเดือนที่คนดูหนังน้อยสุด ซึ่งเป็นมาทุกปี)
Begin Again กับ Dawn of the Planet of the Ape ถ้าเป็นเพลง ก็เป็นคนละแนว เรื่องแรกเหมือน “เพลงรัก” ส่วนเรื่องหลังคือ “เพลงร็อก” เรื่องที่เหมือนเพลงรัก เป็นเพลงง่ายๆ ตัวโน้ตไม่มาก แต่หนังที่เปรียบเสมือนเพลงร็อก ค่อนข้างมีความสลับซับซ้อนใน “สาร” ที่สื่อออกมา
เอา Begin Again ก่อน นิยามที่ตรงกับคำนี้มากที่สุด ก็คือคำว่า “น่ารัก” เสื้อผ้าแฟชั่นน่ารัก รอยยิ้มน่ารัก เพลงน่ารัก และเล่าเรื่องล้วนน่ารัก “เกรต้า” เป็นสาวคนรักของศิลปินหนุ่มอย่าง “เดฟ” แต่ตอนหลังแฟนของเขานอกใจ ทำให้เธอต้องซมซานทางจิตใจพักหนึ่ง ซึ่งตรงนั้นเอง “เกรต้า” ได้ช่วยเหลือคนที่เป็นแบบเธอให้ดีขึ้นด้วย
เคียร่า ไนท์ลีย์ ทำให้คนดูยอมรับว่า Begin Again คือหนังของเธอคนเดียว เป็นงานที่สร้างมาเพื่อให้เธอเล่น แม้ไม่ยิ่งใหญ่ในแบบที่ เกรกอรี เป็ค เล่นใน To Kill a Mockingbird หรือ เมอรีล สตรีพ แสดงใน The Bridges of Madison County
แม้จะเรียบง่าย แต่ไม่ได้หมายความว่าเนื้อหากับเพลงจะทำให้ราบรื่นได้โดยง่าย หนังแบบ Begin Again นั้น ถ้าผู้กำกับหลงไปกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในหนัง พล็อตสามารถหลุดได้เลย
นี่คือหนังที่ได้สร้างปรากฏการณ์แล้วว่า แทนที่ความเล็กของเรื่องจะได้แค่ 3-5 ล้านบาท ตอนนี้มันพัดไปถึง 25 ล้านแล้ว อย่างไม่น่าแปลกใจ
ขณะที่ Dawn of the Planet of the Ape ถ้าจะมีรายได้แบบเรื่องของเคียร่า คงจะไม่พอใจแน่นอน เพราะไซส์ใหญ่กว่า เป็นแฟรนไชส์กว่า และมีตลาดที่มีพื้นที่มากกว่ามาก
และที่สำคัญ “ลิง” หรือ “วานร” ในเรื่องนี้ ก็มีมากขึ้น แถมยังถูกขับเน้นให้เห็นถึงด้านมืดที่มากขึ้น ชัดขึ้น เพราะการที่มนุษย์จะเข้ามาใช้พื้นที่บางส่วนเพื่อทำให้พวกเขารอดชีวิต มันจึงถูกผูกด้วยเงื่อนปมที่ว่า และมนุษย์จะรุกรานลิงไหม และวานรนั้นจะยังยอมรับเรื่องราวที่เคยในอดีตของพวกเขาหรือไม่
หลักๆ เลยคือ การปะทะกันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ที่มีคู่ขนานอย่าง “ซีซาร์” กับ “โคบา” ซึ่งต่างเป็นด้านที่เป็นธรรมะกับอธรรม ทั้งสองวานรต่างมีอำนาจอยู่ในตัว ซีวาร์มีอำนาจอยู่ในจิตใจ แต่โคบาเป็นลิงร้ายที่ตกอยู่ในอำนาจที่ตัวเองอุปโลกน์เอาเอง
หนังเรื่องนี้มีการวางกำลังเข้มข้นในการเข้าออกของพล็อตที่ให้คนดูสนุกลื่นไหลไปตลอดทั้งเรื่อง คือใช้การเขียนบทและการสร้าง CG เพื่อเล่นงานคนดูทางดราม่า ซึ่งก็ได้ผล ขณะที่ Begin Again นั้น ไม่เอาสิ่งนี้ เขาปล่อยให้คนดูได้ซึมซับกับเรื่องราวและฉากตอน รวมทั้งเสน่ห์ของเพลงกันเอง
แต่เมื่อลงว่าหนังดีและดูสนุกเสียแล้ว ไซส์ของหนัง หรือทางของเรื่อง ไม่จำเป็นต้องมีว่าใครเก่งกว่ากัน มันเหมือนเราฟังเพลงดีๆ ถ้าเพลงดีแล้วจะฟังจากเครื่องเสียงแพงๆ หรือวิทยุกิ๊กก๊อก เพลงก็ยังดีเหมือนเดิม
หนังสองเรื่องนี้จึงต้องนำมาขอแนะ
เพราะเหมือนรู้จักผู้หญิงสองคน
คนหนึ่งเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งทางความคิด ขณะที่อีกคน แม้ซุกซนสนุกสนาน แต่ก็เอาการเอางานน่าประทับใจ
จนเลือกใครไม่ได้เลย เพียงคนเดียว.
.......................................
(หมายเหตุ 'ต้องดู Begin Again และ Dawn of the Planet of the Ape' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



