บันเทิง

หนังโรงเล็ก:หนังที่ยัง'ทำเงิน'สูงสุด

หนังโรงเล็ก:หนังที่ยัง'ทำเงิน'สูงสุด

18 ก.ค. 2557

หนังที่ยัง 'ทำเงิน' สูงสุด : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
          มันอาจเป็น Transformer ทั้ง 4 ภาคในระดับ “แสนล้านบาท” หรือเป็น Avatar หากมองแค่ภาคเดียว อาจจะเป็น Titanic ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ หรือเป็น Frozen ในภาวะที่หนังการ์ตูน ไม่สร้างปรากฏการณ์มานาน นี่หมายถึง “หนังทำเงินสูงสุด”
 
          แต่ในแง่ของ Timing ไปจนถึงค่าเงิน และจำนวนระยะเวลา วัดกันคนต่อคน ความสนใจที่เกาะกินเวลายาวนาน ฝรั่งบอกว่ามันคือเรื่องนี้เสมอมา Gone With The Wind (ที่แค่การคัดเลือกบทของ สการ์เลตต์ โอ ฮารา ก็กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก) อาจกล่าวได้ว่า Gone With the Wind คือหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์และสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมทุกยุคทุกสมัย   แต่พวกเราทราบกันหรือไม่ว่านวนิยายเรื่องเดียวกันนี้ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กันเลย จนติดอันดับหนังสือขายดีตลอดกาล
 
          มาร์กาเร็ท มิทเชลล์ ประพันธ์นวนิยาย Gone With the Wind ตอนที่เธอป่วยและกำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้าน เธอจึงไม่ได้เห็นความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้ เมื่อเวอร์ชั่นของละครเพลงออกสู่สายตาผู้ชมนั้นก็ดังทะลุทะลวงใน เวสต์ เอ็นด์ กรุงลอนดอน ช่างภาพ นักเขียน และผู้กำกับหนังสารคดีชื่อดังอย่าง ลิซ ทอมสันก็ได้ทำการสืบค้นเรื่องราวชีวิตของนักเขียนที่ใช้เรียบง่ายและสันโดษผู้นี้
 
          วันเวลาล่วงเลยมาแล้วกว่า 70 ปี ตั้งแต่ มาร์กาเร็ท มิทเชลล์ ได้รับรางวัลพูลิทเซอร์ ซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ งานของเธอก็ยังคงแพร่หลายมาจนถึงทุกวันนี้ ผลที่ตามมาก็คือ บรรดาแฟนๆ ของ เร็ทท์ บัทเลอร์ หลั่งไหลเข้ามาในร้านหนังสืออย่างเนืองแน่นเมื่อปีกลาย ผลงานละครเวทีเรื่อง Moonlight and Magnolias ของ ร็อน ฮัทชินสัน ได้บรรยายภาพความมุ่งมั่นของ เดวิด โอ เซลสนิค ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เองก็เคยนำ Gone With the Wind เพื่อนำมหากาพย์ 420,000 คำ ของ มาร์กาเร็ท มิทเชลล์ มาร้อยเรียงสู่จอเงิน ซึ่งคุณสามารถชมความบันเทิงนี้ได้ในโรงภาพยนตร์ Tricycle ในกรุงลอนดอน 
 
          ในระยะแรก Gone With the Wind ฉบับสมบูรณ์ ของ มาร์กาเร็ท มิทเชลล์ เท่านั้นเป็นที่นิยมชมชอบ แต่ไม่เกินหนึ่งปีหลังจากการตีพิมพ์ครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1936 ผู้แต่งก็ได้รับค่าตัวมากกว่า 500,000 ดอลลาร์ กับอีก 50,000 ดอลลาร์ เป็นค่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ เมื่อครั้งหนึ่งเธอเคยเขียนรายงานลงในวารสาร แอทแลนตา ทำให้เธอกลายเป็นเซเลบในทันที หากเธอไม่ชื่นชอบกับการเป็นคนดังนัก มาร์กาเร็ท มิทเชลล์ เคยออกมาแจกลายเซ็นอย่างเป็นทางการเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นที่ประมาณกันว่าน่าจะมีเพียง 3,500 ของลายเซ็นที่มีอยู่ และเธอก็ให้สัมภาษณ์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เธอมักพูดว่า 
 
          “ในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอเพียงนี้ ทำให้ฉันได้เขียนหนังสือ” ถ้าหากว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บจากยานยนตร์ ซึ่งเป็นสาเหตุผลักดันให้เธอลาออกจากงานและพักฟื้นอยู่กับบ้าน เธออาจจะไม่ได้เขียนหนังสือเลยก็ได้
 
          มีข้อมูลอย่างหนึ่งคือ ชาวอังกฤษส่วนใหญ่ผ่านการชมหนังมากกว่าได้อ่านนวนิยายเรื่องนี้ แต่ Gone With the Wind ก็ยังคงเป็นหนังสือขายดีมาตลอดถัดจากพระคัมภีร์ ไบเบิล หากทำแบบสอบถามตามที่สาธารณะก็จะพบว่าคนจำนวนไม่น้อยทราบว่าผู้แต่งเป็นใคร แต่แท้จริงแล้วเธอเป็นใครกันแน่ 
 
          การไปเยี่ยมบ้านพิพิธภัณฑ์ของ มาร์กาเร็ท มิทเชลล์  ซึ่งบ้านสามชั้นในย่านธุรกิจ เมืองแอทแลนตา มลรัฐจอร์เจีย ของลิซ ทอมสัน ช่างภาพและนักเขียนชื่อดัง ได้บอกเล่าเรื่องราวอันน่าจดจำ โดยเห็นได้จากจดหมาย ภาพถ่าย และงานหนังสือพิมพ์ที่เธอตัดรวบรวมไว้ ในวันนี้ห้องทั้งสี่ห้องยังคงเก็บไว้เหมือนครั้งที่เธอยังอาศัยอยู่ ปืน เรมิงตัน กระบอกคร่ำครึวางบนโต๊ะริมหน้าต่าง ตรงราวบันไดในห้องโถงด้านนอกของประตูหน้ามีหัวสิงโตแกะสลักอยู่ ที่ๆ เธอลูบสัมผัสไปมาทุกเช้าเพื่อความโชคดี เหมือนที่ สคาร์เล็ท ทำในหนัง
 
          มาร์กาเร็ท มิทเชลล์ เกิดที่เมืองแอทแลนตาในปี 1900 พ่อของเธอเป็นทนายให้กับต้นตระกูลของพวกที่นับถือศาสนาโปรเตสแตนต์ในฝรั่งเศส ส่วนแม่ของเธอเป็นชาวไอริชที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก 
 
          ในวัยเด็ก เธอได้ไปเยี่ยมบ้านไร่ของคุณปู่ใกล้กับ โจนส์โบโร ทางตอนใต้ของเมืองแอทแลนตา มาร์กาเร็ทในวัยเด็กได้ฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองเป็นครั้งแรก เมื่อ 40 กว่าปีก่อน กองทัพของนายพล เชอร์แมนได้เข้าประชิดพรมแดนจอร์เจีย เมืองแอตแลนตาถูกโจมตีและถูกเผาทำลายย่อยยับอย่างไม่คาดฝันในเดือนกันยายนของปี 1864 ซึ่งเหตุการณ์ตอนนี้ก็ได้บรรยายไว้อย่างแจ่มชัดใน Gone With the Wind 
 
          ใน Gone With the Wind ขณะที่ตัวละครของ มาร์กาเร็ท มิทเชลล์พูดถึงคนผิวดำ ทัศนคติของเธอที่มีต่อคนผิวดำนั้นเป็นที่รู้แจ้งมากกว่า ในปี 1941 เธอถูกทาบทามจากประธานของวิทยาลัย Morehouse ซึ่งเป็นวิทยาลัยสำหรับผู้ชายผิวดำเกี่ยวกับการบริจาคทุนการศึกษา จากนั้นเธอก็ได้เริ่มการบริจาคเพื่อสนับสนุนนักศึกษาแพทย์ผิวดำ ปรากฏว่าเธอได้บริจาคทุนการศึกษาเป็นอย่างน้อย 50 รายการโดยไม่ใส่ชื่อผู้บริจาค จากนั้นเธอก็ถูกรถชนและจากไปด้วยวัย 48 ปี เป็นไปได้ว่าเธออาจจะได้เข้าร่วมสนับสนุนพรรคการเมืองของ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง หากเธอไม่ด่วนจากไปเสียก่อน
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ล่วงเลยมาถึงปี 2014 Gone With The Wind ไม่ได้ลอยหายไปกับสายลม. 
 
.......................................
(หมายเหตุ หนังที่ยัง 'ทำเงิน' สูงสุด : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)