บันเทิง

'Body Slam - dharmajati( ดัม-มะ-ชา-ติ )'

'Body Slam - dharmajati( ดัม-มะ-ชา-ติ )'

17 ก.ค. 2557

'Body Slam - dharmajati( ดัม-มะ-ชา-ติ )' : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย โดย... โชคชัย เจี่ยเจริญ [email protected]

 
 
          ผมศรัทธาในดนตรี ดนตรีเป็นหุ้นใหญ่สุดในชีวิตผม เหมือนกับหลายๆ คนบนโลกใบนี้ ดนตรีรับใช้มนุษย์มาเนิ่นนาน เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นผู้ชี้นำชีวิต เป็นอสูร เป็นสิ่งเยียวยาบรรเทาทุกข์ของผู้คน เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เข้าได้กับสถานการณ์เกือบทุกสิ่งบนโลกนี้ เพราะดนตรีมาจากธรรมชาติ ธรรมชาติก่อกำเนิดเสียง ก่อนจะมาเป็นเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ ก่อนจะมาเป็นตัวโน้ต ก่อนจะเป็นทำนอง ก่อนจะเป็นเพลงให้เราได้ฟังกัน ใกล้ตัวมากจนเราไม่มองข้ามความงดงามของดนตรีได้
 
          ก่อนหน้าเมื่อหลายปีก่อน ผมเคยเขียนถึงเพลงยาพิษ ที่เป็น Single แรกจาก อัลบั้ม Save My Life (อัลบั้มชุดที่ 4- พ.ศ. 2550) เพลงเดียวทั้งคอลัมน์ เพราะทึ่งในผลงานที่ได้ฟังครั้งแรก เพราะคงมีไม่บ่อยหรอก ที่จะมีเพลงไทยที่ฟังครั้งแรกแล้วทำให้เรารู้สึกมากมายมหาศาลขนาดนั้น ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึง วันนี้ Body Slam คือวงร็อกยุคใหม่ที่ดีที่สุดในทัศนะของผม
 
          งานชุดล่าสุด  อัลบั้มชุดที่ 6 Dharmajati (ดัม-มะ-ชา-ติ)
          สมาชิกวง อย่า อาทิวราห์ คงมาลัย- ร้องนำ, กีตาร์, ธนดล ช้างเสวก- เบส, คอรัส, ธนชัย ตันตระกูล-กีตาร์- สุชัฒติ จั่นอี๊ด - กลอง และสมาชิกอย่างเป็นทางการคนล่าสุด โอม เปล่งขำ- คีย์บอร์ด/ร้องประสาน
 
          จากช่วงที่ผ่านมามีงานคอนเสิร์ตใหญ่ๆ หลายต่อหลายครั้ง ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก มาถึงวันนี้ได้เวลาสำหรับการออกงานใหม่หลังจากไม่มีผลงานมาเป็นเวลา 3 ปี
 
          เรือเล็กควรออกจากฝั่ง ซิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยออกมาในช่วงที่เหตุการณ์บ้านเมืองกำลังคุกรุ่น ช่วงต้นเดือน พฤศจิกายน 2556 แค่ชื่อเพลงก็เรียกร้องความสนใจได้ในระดับดีทีเดียว  แน่นอนเนื้อหาเพลงเป็นเรื่องของวิธีคิดที่ยืนยันในวิถีอย่างที่คนประสบความสำเร็จในชีวิตยึดเป็นสรณะ เพราะกล้าคิดต่าง กล้าที่จะล้มเหลว กล้าที่จะเสี่ยงอย่างมีสติ นี่เป็นแนวคิดหลักของวงในระยะหลังอย่างชัดเจน ส่วนในภาคดนตรี เสียงคียบอร์ดกับกลองในท่อนอินโทร โดดเด่นด้วยการเลือกเสียงคีย์บอร์ดที่ไม่บดบังสำเนียงร็อกด้วยการ เคาะแพทเทิร์นง่ายๆ แต่กลับมีส่วนในการทำให้ซาวนด์เพลงนี้กลมกล่อมน่าฟัง ไลน์เบสที่เป็นเดินคู่ไปกับกลองเหมือนเพื่อนซี้ เสียงกีตาร์ตอดนิด ตอดหน่อย พอเป็นสีสัน การบันทึกเสียงทำได้ยอดเยี่ยม คมชัด หนักแน่น มาตรฐานดี คุ้มกับเวลา 3 ปีในการรอคอย (อัลบั้มก่อนหน้าคือ คราม พ.ศ. 2553) 
 
          Dharmajati (ดัม-มะ-ชา-ติ) คือเพลง ที่สองที่ตามออกมาในช่วงปลายมีนาคมปีนี้ เนื้อร้องและทำนองโดย อาทิวราห์ คงมาลัย เรียงเรียง โดย Bodyslam, พูนศักดิ์ จตุระบุล โดยการมีปราการดนตรีแผงหลังเป็นวงออร์เคสตราที่เรียบเรียงและควบคุมโดย ทฤษฎี ณ พัทลุง และบรรเลงโดย Siam Sinfonietta ซาวนด์ดนตรีทั้ง มิกซ์ดาวน์ และ มาสเตอร์ริ่ง มาตรฐานสูงระดับสากล ขยับรายละเอียดดนตรีขึ้นไปอีกระดับ ถ้าฟังเพลงต้นฉบับ กับเครื่องเสียงและลำโพงดีๆ จะรับรู้ถึงรายละเอียดของงานชิ้นนี้ได้ดีทีเดียว ต้องชื่นชมในสถานการณ์นี้ที่ยังมีผู้คนที่เกี่ยวข้องยังมีความพยายามทำสิ่งดีๆ เหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้ เพื่อตอบสนองจินตนาการของศิลปินและทีมงาน รวมทั้งพิถีพิถันที่จะสร้างสรรค์งานดีที่สุดให้แฟนเพลงทุกคนที่พาพวกเขาให้มาได้ถึงวันนี้
 
          ชีวิตยังคงสวยงาม สดๆ ร้อนๆ เมื่อวันจันทร์ (14 ก.ค.) ที่ผ่านมา เวลาสองทุ่ม พวกเขาปล่อยเพลงที่สามจากอัลบั้ม เป็นเพลงจังหวะกลางๆ ที่มีความชัดเจนในแนวคิดของวงที่เชื่อในพลังของดนตรีที่ขับเคลื่อนชีวิตผู้คน และขับเคลื่อนวงมาจนถึงวันนี้ แน่นอน ในยามที่ชีวิตเผชิญกับเรื่องร้ายๆ การให้กำลังใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ยอมรับกับความผิดพลาด ยิ้มรับมันไว้ในใจ แก้ไขแล้วใช้ชีวิตต่อไปให้ดีที่สุด เพื่อให้ชีวิตสวยงามอย่างที่มันควรจะเป็น    
 
          ยุคนี้ไม่ง่ายนักที่จะมีศิลปินระดับนี้เกิดขึ้น ไม่รู้ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ที่จะสร้างปรากฏการณ์เช่นนี้อีก วันนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว จงรักษาไว้ให้นานที่สุด เพราะนอกจาก ธงไชย แมคอินไตย์, อัสนี -วสันต์ แล้วศิลปินที่มีศักยภาพ และพัฒนายกระดับมาตรฐานงานของตัวเองอย่างต่อเนื่อง อย่างที่เป็นตัวตนจริงๆ ของพวกเขาได้ และที่สำคัญ มีแฟนเพลงให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ในยุคสมัยนี้ ก็วง BodySlam นี้แหละครับ 
 
          วงการดนตรีในบ้านเราไม่อาจเทียบได้กับประเทศที่เป็นต้นกำเนิดมัน วัฒนธรรมการฟังเพลงของเราก็เป็นแบบเรา วิธีคิด วิธีทำก็เป็นแบบเรา เราทำเพลงให้คนในบ้านเราฟัง เราจึงไม่จำเป็นต้องคิดแบบฝรั่ง แฟชั่นดนตรีอาจดูเหมือนว่าจะคล้ายกันได้เพราะเป็นซาวนด์ของยุคสมัย แต่ในที่สุดเราไม่มีทางเป็นฝรั่งได้อยู่ดี เพราะเราทุกคนต่างมี เราทุกคนก็ต่างเป็น ผมจึงมองและเลือกเสพในสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็น เท่าที่มีอยู่อย่างดีที่สุด เพื่อให้ตัวเองมีความสุขกับการฟังเพลง
 
          ผมดีใจที่เด็กวัยรุ่นทุกวันนี้มีวงดนตรีและเพลงดีๆ แบบนี้ฟัง และได้ซึมซับ เพลงแบบที่เป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตให้พวกเขาได้ เหมือนกับคนรุ่นผม รุ่นพี่ รุ่นคุณพ่อ คุณแม่ ต่างผ่านความงดงามและความประทับใจกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาแล้วทุกคนเช่นกัน 
 
          เราทุกคนต่างมียุคสมัยของตัวเอง เพลงทุกเพลงที่เราซึมซับ ชื่นชอบ ศรัทธามาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กจนมาถึงวัยรุ่น และถ้ายังติดตามอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่หลุดไปซะก่อน เพลงทุกเพลงที่เราเสพ จะคงอยู่ในหัวสมอง และหัวใจเราตลอดมาและแน่นอนเพลงเหล่านั้นจะยังอยู่กับเราตลอดไป
 
ชาตินี้ ยังไงก็ฟังเพลงทั่วไป ได้ไม่หมด
ขอเลือกเพลงโปรด ฟังก่อนตาย ดีกว่า
 
.......................................
(หมายเหตุ 'Body Slam - dharmajati( ดัม-มะ-ชา-ติ )' : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย โดย... โชคชัย เจี่ยเจริญ [email protected])