
แรงบันดาลใจ ของผู้ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจ
10 ก.ค. 2557
แรงบันดาลใจ ของผู้ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ
ตลอดมา มีสาวสวยนับไม่ถ้วนเป็นแรงบันดาลใจให้นักดนตรีประพันธ์เพลงมอบให้พวกเธอ แต่ไม่มีใครอีกแล้ว ที่เป็นแรงบันดาลใจให้นักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ หยิบอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อเธอมาบรรยายเป็นบทเพลงที่เข้าขั้นสุดยอดของบทเพลงทั้งมวลได้เท่า แพตตี้ บอยด์
เพราะเธอคือแรงบันดาลใจของสุดยอดนักดนตรีถึงสองคน คือ จอร์จ แฮริสัน ผู้เงียบขรึมแห่ง The Beatles และ อีริก แคลปตัน เทพเจ้ากีตาร์!
ตำนานของหญิงสาวผู้ได้ชื่อว่าเป็นแรงบันดาลใจคนนี้ เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 60 ตอนนั้น แพตตี้ บอยด์ คือนางแบบดาวรุ่งหน้าหวาน เธอโดดเด่นขนาดที่ได้ขึ้นปกนิตยสาร Vogue และถูกชักชวนมาแสดงหนังของ เดอะ บีทเทิลส์ เรื่อง A Hard Day's Night (1964) แพตตี้ ได้รับบทเล็กๆ ที่มีบทพูดแค่คำเดียว แต่ความสวยของเธอไปเข้าตามือกีตาร์ของสี่เต่าทองเข้าอย่างจัง เขาชวนเธอออกเดท แต่ แพตตี้ ปฏิเสธ เพราะตอนนั้นเธอกำลังเริ่มคบกับช่างภาพหนุ่มคนหนึ่ง จนเมื่อเพื่อนสาวของเธอทักว่า “นั่นมัน จอร์จ แฮริสัน นะ” เธอจึงได้คิด
แพตตี้ บอกเลิกกับแฟน แล้วเริ่มออกเดทกับ จอร์จ แล้วมันก็คือบทเริ่มต้นแห่งความสัมพันธ์ของนางแบบสาวสวยกับมือกีตาร์หนุ่มหล่อของวงดนตรีที่ดังที่สุดในโลก เขาและเธอกลายเป็นคู่ขวัญของสื่อมวลชน
จอร์จ แต่งเพลงให้เธอหลายเพลง แต่ที่โด่งดังที่สุดก็คือ Something จากอัลบั้ม Abbey Road (1969)
“บางสิ่งในท่วงท่าของเธอ ดึงดูดฉันยิ่งกว่าคนรักคนไหนๆ...”
เนื้อเพลงเปิดเปลือยหัวใจของชายหนุ่มในห้วงรัก เสียงกีตาร์บาดลึกเว้าวอน ท่วงทำนองหวานเศร้า ทำให้เพลงนี้โด่งดังขนาดที่ขึ้นไปถึงอันดับ 1 ในอเมริกา ที่สำคัญคือมันเป็นเพลงแรกที่ จอร์จ สามารถทำให้ จอห์น เลนนอน และพอล แม็คคาร์ทนีย์ ยอมรับในฝีมือการแต่งเพลงของเขา
ชีวิตแต่งงานของ จอร์จ และแพตตี้ มีความสุขอยู่ไม่นาน ก็มีปัญหาในแบบร็อกสตาร์ทั้งเรื่องยาเสพติด การนอกใจของจอร์จ และความวุ่นวายของชีวิตในแสงไฟ ทำให้ทั้งคู่เริ่มมีปัญหา และปัญหากก็ยิ่งซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อ อีริก แคลปตัน เข้ามาสนิทสนมกับ จอร์จ
ดูเหมือนว่า แคลปตัน จะตกหลุมรัก แพตตี้ ซึ่งเป็นภรรยาของเพื่อนสนิทตั้งแต่วันแรกๆ ที่ได้เจอกัน เขาใช้เวลาอยู่กับเธอมากกว่าสามีที่กำลังห่างเหิน แพตตี้ เคยให้สัมภาษณ์ว่า เหตุผลที่เธอก็ยอมมาคลุกคลีอยู่กับแคลปตัน ในช่วงนั้นก็เพราะเขาเป็นคนเดียวที่เฝ้าพร่ำบอกว่าเธอสวยขนาดไหน ...ดูเหมือนว่าการเป็น "ภรรยาของ เดอะ บีทเทิลส์" จะทำให้เธอหมดความมั่นใจในตัวเองเพราะถูกรัศมีของสามีบดบังเสียมิด
แคลปตัน ยังเฝ้ารบเร้าขอโอกาสจากแพตตี้อยู่เสมอ สิ่งหนึ่งสุดยอดนักกีตาร์บลูส์แห่งยุคคนนี้ทำเพื่อรักก็คือการแต่งเพลงชื่อ Layla เพื่อแสดงความอัดอั้นจากความรักที่ไม่ได้รับการตอบรับ แล้วชวนเธอมานั่งฟัง
Layla ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้ม Layla and Other Assorted Love Songs (1970) ของวงเฉพาะกิจของ แคลปตัน ชื่อ Derek and the Dominos มันเป็นเพลงที่ดีที่สุดเพลงหนึ่งของวงการดนตรีร็อก เปี่ยมพลัง กีตาร์ดุดัน เนื้อร้องบีบหัวใจ และแถมด้วยท่อนท้ายเพลงที่มีเปียโนสุดไพเราะเป็นสีสัน
แต่แม้บทเพลงจะยอดเยี่ยมเพียงใด แพตตี้ ก็ยังปฏิเสธรักของแคลปตัน ...นั่นทำให้มือกีตาร์เทพเสียผู้เสียคนเพราะหันไปใช้ยาเสพติดอย่างหนักเพื่อบรรเทาอาการหัวใจสลายอยู่อีกพักใหญ่ จนหลังจากนั้นไม่นาน แพตตี้ ก็จับได้ว่า จอร์จ นอกใจเธอ แล้วชีวิตแต่งงานของอดีตนางแบบกับเต่าทองผู้เงียบขรึมก็จบลงในปี 1974 เธอตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ อีริก แคลปตัน ก่อนจะแต่งงานกับเขาในที่สุด
ในช่วงที่อยู่ด้วยกัน แคลปตัน ยังแต่งบทเพลงอมตะอีกเพลงให้แพตตี้ เพลงเพลงนี้กลายเป็นเพลงที่ฮิตที่สุดของเขา นั่นก็คือ Wonderful Tonight จากอัลบั้ม Slowhand เมื่อปี 1977
เนื้อเพลงเพลงนี้เล่าเรื่องของคู่รักที่กำลังจะออกไปงานปาร์ตี้ โซโลกีตาร์เพราะขาดใจ จังหวะเนิบช้ารองรับท่วงทำนองอันไพเราะ และเสียงร้องจริงใจของ แคลปตัน ทำให้เพลงนี้มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ
แต่ชีวิตรักของทั้งคู่ก็ไม่ได้อยู่ยืนยง ปัญหาเดิมๆ ในชีวิตคนดัง ทั้งยาเสพติด เวลาที่ไม่มีให้กัน ไปจนถึงการนอกใจ ทุกอย่างวนเวียนกลับมาอีกครั้ง
ปี 1983 แพตตี้ บอยด์ ก็ตัดสินใจทิ้ง อีริก แคลปตัน
ในวัยย่างสี่สิบ แพตตี้ ต้องใช้เวลาไม่น้อยเพื่อรักษาใจจากชีวิตรักอันไม่สมหวัง แต่ที่ยากกว่านั้น เธอยังต้องพยายามกลับไปค้นหาที่อยู่ที่ยืนและแรงบันดาลใจของตัวเองเพราะอยู่ภายใต้เงาของสามีมาเนิ่นนาน
ใช้เวลาหลายปี กว่าที่เธอจะกลับมาหาสาธารณชนพร้อมกับ "บางสิ่ง" ที่ "น่าอัศจรรย์"
ในปี 2005 แพตตี้ บอยด์ จัดนิทรรศการภาพถ่ายของตัวเอง เธอตั้งชื่องานว่า Through the Eye of a Muse - จากสายตาของผู้เป็นแรงบันดาลใจ - มันเป็นการแสดงภาพที่เธอถ่าย จอร์จ แฮริสัน และ อีริก แคลปตัน ในวันเวลาและอิริยาบถต่างๆ รวมไปถึงคนดังๆ ที่เธอได้พบเจอในวันเวลาที่อยู่ในแสงสีนั่นด้วย
จากสาวน้อยที่อยู่หน้ากล้อง กลายมาเป็นคนที่ชื่นชอบถ่ายภาพ และในที่สุดภาพถ่ายก็ทำให้ใครๆ ได้มองเรื่องราวที่เธอพานพบผ่านสายตาของเธอ ในวันนี้นิทรรศการภาพถ่ายของเธอถูกตระเวนจัดแสดงมาแล้วในหลายประเทศ และในที่สุด นอกจากจะเป็นหญิงสาวเจ้าของตำนานรักสามเส้าแห่งวงการร็อกแล้ว...
วันนี้ สื่อมวลชนบางคนยังเรียกเธอว่า "ช่างภาพ" อีกด้วย
.......................................
(หมายเหตุ แรงบันดาลใจ ของผู้ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ)



