บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:'ทหารผ่านศึก'

ขบคิดขีดเขียน:'ทหารผ่านศึก'

08 ก.ค. 2557

'ทหารผ่านศึก' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
 
          นานๆ หญิงยศจะเจอคนที่พูดคุยกันได้รู้เรื่องสักที ดีใจที่ช่วงที่ผ่านมาได้เจอเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งสามารถแชร์ความคิดและประสบการณ์ต่างๆ ด้วยกันได้ การที่คนสองคนจะเป็นเพื่อนกันได้ อาจต้องมีศีลและศรัทธาเสมอกัน แต่ถ้าหากมีหน้าที่การงานเสมอกันด้วยกัน หญิงยศคิดว่าเราจะมีเรื่องให้ปรับทุกข์กันได้มากขึ้นและตรงประเด็นอย่างที่สุด หลายๆครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความเข้าอกเข้าใจกันจากเพื่อนที่ร่วมชะตาชีวิตเดียวกัน ประหนึ่งทหารผ่านศึกที่รอดชีวิตจากสงครามด้วยกันมา มันจะมีความเข้าใจที่ถ้าใครไม่เคยสัมผัสประสบการณ์ตรงมานั้นไม่มีวันเข้าใจ
 
          เรื่องที่หญิงยศและรุ่นพี่คนนี้คุยกันก็คือ... ศิลปะของการบริหารลูกน้องนั่นเอง
 
          อันว่าด้วยเรื่องของลูกน้องนี่ คุณแม่ของหญิงยศเคยกล่าวไว้ว่า “ลูกน้องนี่คือที่สุด เพราะชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นทั้งลูก เป็นทั้งน้อง” เรื่องงอแงไม่ต้องห่วง เรื่องหงุดหงิดไม่ต้องสืบ มันมีมาทุกรสชาติ มันมีมาทุกวัน ปัญหาของคนไม่มีวันสิ้นสุด แถมเรียกว่าสดใหม่เสมอ ไม่มีวันจบสิ้น
 
          สิบปีที่ผ่านมา หญิงยศลองมาแล้วทุกวิธี แต่เชื่อเหลือเกินว่าอีกสิบปี ยี่สิบปีข้างหน้าก็คงยังต้องหาวิธีต่างๆ มาหลอกล่ออีกอยู่ดี หลังจากที่หญิงยศได้พูดคุยกับคนที่ทำงานในหน้าที่ความรับผิดชอบใกล้เคียงกัน ถึงแม้จะคนละสายงานก็ได้พบว่า ปัญหาของลูกน้องนั้น ไม่ต่างจากกันสักเท่าไหร่ 
 
          “คนเก่ง ไม่ค่อยดี คนดี ไม่ค่อยเก่ง” หลายๆครั้งถึงกับต้องกลับมานอนก่ายหน้าผากว่า เอ... สุดท้ายถ้าจะต้องเลือกจริงๆ ระหว่างดีกับเก่งนั้น เราควรจะต้องเลือกอะไร ตอบแบบสร้างภาพหน่อยก็คงตอบว่า เอาคนดี แต่คนดีที่คิดไม่เป็น บางทีก็เวียนหัว หรือตอบอีกทางว่า เอาคนเก่ง แต่เก่งอยู่คนเดียวแล้วไม่เป็นมิตรกับใครเลยก็ปวดประสาท ตอบแบบพ่อค้าคนกลางว่า งั้นเอาแบบครึ่งๆ ไม่ได้เหรอ ดีด้วย เก่งด้วย แหมมมมม... ถ้ามันมีตัวเลือกนั้นแต่แรก เราจะเรียนกายกรรมเพื่อเอาเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผากทำไมล่ะคะคุณขา มันหายากนะคะ ไอ้คนดีด้วยเก่งด้วยเนี่ย สุดท้ายเราก็ต้องยอมรับไปว่า ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ เลือกเอาส่วนที่ดีของเขาไว้ แล้วพยายามมองข้ามส่วนที่แย่ไป 
 
          หญิงยศเชื่อว่าเจ้านายหลายคนก็คงพยายามทำอย่างนั้น เรามองข้ามข้อเสียของลูกน้องได้... จนกระทั่งข้อเสียของพวกเขามาชนกัน แล้วเกิดเป็นสงครามขึ้นมา!! เมื่อนั้นการแบ่งพรรคแบ่งพวกเกิดทันที แหม อ่านตำราสามก๊กกันมาหรือยังไง?? บางทีก็แอบชื่นชมนะว่างานที่ต้องทำต้องรับผิดชอบก็เยอะแยะมากมายท่วมหัว ภาระส่วนตัวทางบ้านก็มีกันทุกคน มันยังมีเวลาหาเรื่องมาขัดกัน ทำสงครามประสาทกันในที่ทำงานได้นี่ พูดจริงๆ ว่าบางทีพวกเราก็อยากลุกขึ้นยืนบนโต๊ะและปรบมือให้จริงๆนะ... แต่คนเป็นเจ้านายก็ต้องรักษากิริยา มองดูห่างๆ พยายามเก็บอมยิ้มชื่นชมไว้ ไม่ต้องห่วง เพราะเดี๋ยวสักพัก เรื่องถึงหูครูอังคณาแน่นอน ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งต้องทำเป็นอึดอัดใจมาบอกเล่า ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางไลน์ พูดถึงตรงนี้ เพื่อนรุ่นพี่หัวเราะก๊าก “เชื่อไหม เดินไปเข้าห้องน้ำ กลับมามีไลน์เกือบร้อยข้อความ มาจากทั้งสองฝ่าย” พูดเลยตรงนี้ว่าอ่านไปสนุกกว่าอ่านบทละคร 
 
          แต่กว่าคนกลางอย่างเราจะทำใจให้เป็นกลาง อ่านข้อความเหล่านี้ได้ด้วยความเอ็นดู ไม่พลัดเกาะกระแสเชี่ยวกรากได้นั้น ใช้ทั้งเวลาและธรรมะเข้าข่มกันอยู่หลายปี สิ่งที่เราควรทำก็คือแก้ปัญหาไปตามที่ควรจะเป็น เพราะอะไรรู้ไหมคะ เพราะไม่ว่าคนเป็นเจ้านายจะทำอย่างไร ไม่มีวันถูกใจไปทั้งหมดอยู่ดี แต่มันยังไม่ถึงจุดพีคค่ะ ถ้าหากสุดท้ายนาย ก และนาย ข ตีกันจนถึงที่สุด นาย ก ขอลาออกไป ทันทีที่นาย ก พ้นสภาพการเป็นพนักงานปุ๊บ นาย ข และพนักงานที่เหลือจะเข้าอกเข้าใจ และกรูกันไปให้กำลังใจประหนึ่งไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน... ทิ้งให้ห้องเจ้านายเหน็บหนาวและหงอยเหงาเหมือนห้องนางมารร้ายไปทันที...
 
          นี่ไง.. มันเป็นซะอย่างงี้ จำไว้ว่าตรงที่เรายืนอยู่มันทั้งมืดและเหน็บหนาว (ฮา) ถึงบอกว่า บางทีเราก็ต้องการเพื่อนทหารผ่านศึกมาปรับทุกข์กันบ้าง... แค่นั้นจริงๆ
 
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ทหารผ่านศึก' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ )