
ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เมืองหลวงอารยสถาปัตย์แห่งเออีซี (2)
07 ก.ค. 2557
ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เมืองหลวงอารยสถาปัตย์แห่งเออีซี (2) : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล
พูดจริง ทำจริง เอาจริง กิจกรรมติวเข้มทูตอารยสถาปัตย์ ประจำปี 2557 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ภาคบ่ายสุดเข้มข้น จัดขึ้นที่อาคารอารยสถาปัตย์ คือ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ หรือตึก สสส. ในซอยงามดูพลี เป็นการเสวนาว่าด้วยการรวมพลังขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความเป็นเมืองมหาอำนาจทางด้านอารยสถาปัตย์แห่งประชาคมอาเซียน โดยมีตัวแทนองค์กรมหาอำนาจหลายแห่งเข้าร่วมเสวนา ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และที่ขาดไม่ได้คือเครือข่ายผู้พิการประเภทต่างๆ กูรูหลายคนที่มาร่วมเวทีเสวนาในวันนั้น ผมว่าชื่อชั้น และคุณสมบัติ สามารถเป็นรัฐมนตรี และเป็นนายกรัฐมนตรีได้แบบสบายๆ เริ่มจากประธานกล่าวโอวาทให้แก่เยาวชนทูตอารยสถาปัตย์ คือ ดร.เตช บุนนาค อดีตรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญจำเป็นที่เมืองไทยจะต้องมี อารยสถาปัตย์ หรือหลักการออกแบบที่เป็นสากล เป็นธรรม ทั่วถึง เท่าเทียม (Universal Design) เพราะจะเป็นประโยชน์อย่างมากไม่เฉพาะต่อผู้พิการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้สูงอายุ และคนทั่วไปด้วย ดร.เตช ยังได้กล่าวถึงมาตรฐานการออกแบบที่จะก่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัยสำหรับคนทุกคน และทุกวัย พร้อมยกตัวอย่างอาคารแห่งแรกในเมืองไทยที่นำหลักอารยสถาปัตย์มาใช้ในการออกแบบ นั่นคือ อาคารเอพีซีดี (Asia Pacific Center for Disability) ตรงแยกตึกชัย ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวไทย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ด้วยหลักการออกแบบที่เป็นอารยสถาปัตย์ จึงทำให้อาคารแห่งนี้ มีความสะดวก ปลอดภัย ใช้งานได้ เข้าถึงได้ และเป็นมิตรที่ดีกับคนทุกคน
“ผมอยากให้ทุกคนเปิดทัศนคติให้กว้างขึ้นเพื่อสังคมที่ดีขึ้น เพื่อที่ทุกคนจะได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขในท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายทั้งทางด้านสุขภาพ ทางเพศ และวัย ซึ่งอารยสถาปัตย์จะเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการช่วยเสริมสร้างความสุข และความเสมอภาคในสังคม” ดร.เตช กล่าวให้โอวาทแก่ทูตอารยสถาปัตย์ในวงเสวนาวันนั้น
และเพื่อให้อารยสถาปัตย์ไทย โดดเด่นก้าวไกลในเวทีโลก ด้วยการรวมพลังคนไทยทุกภาคส่วนร่วมกันสรรค์สร้างความสะดวก ปลอดภัย เป็นธรรม ทั่วถึง และเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในทุกตึกอาคาร ทุกพื้นที่สาธารณะ ทุกศาสนสถาน และทุกแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นเมืองศูนย์กลางอารยสถาปัตย์แห่งประชาคมอาเซียนภายใน 3-5 ปีจากนี้ไป เราจึงได้เชิญเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย ฯพณฯ มิเคล เหมนิธิ วิเธอร์ มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในฐานะตัวแทนจากทวีปยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านอารยสถาปัตย์ หรือการออกแบบสภาพแวดล้อม และการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีคุณภาพของคนทุกวัย และทุกคนในสังคม ท่านทูตเดนมาร์ก ซึ่งมาร่วมเวทีเสวนาพร้อมกับมาดามคนสวย คือ คุณรัตนวดี เหมนิธิ วินเธอร์ เปิดฉากฉายวิสัยทัศน์ด้วยการนำเสนอประเด็นเรื่อง social inclusive หรือการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเป็นสุข ซึ่งสามารถวัดได้จากการสนองตอบความต้องการของผู้คนในสังคม รวมถึงความสามารถในการเข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานทางด้านต่างๆ ในสังคม ซึ่งสังคมที่ดีนั้นจะต้องทำให้คนทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา การมีงานทำ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ
“ผู้พิการ ควรได้รับความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะอยู่ในบ้าน หรือนอกบ้าน อารยสถาปัตย์จะช่วยทำให้คนพิการ หรือคนที่ไม่เคยมีโอกาสในการมีส่วนร่วมใดๆ ในสังคม ให้กลับมามีส่วนร่วมในสังคมได้เหมือนคนปกติทั่วไป ผมคิดว่าคนเหล่านี้ควรมีโอกาสได้ออกเสียง และสังคมควรเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้พูดให้สังคมได้ยินด้วย เพื่อจะได้รู้ว่าพวกเขาเดือดร้อนเรื่องอะไร และต้องการอะไร” ทูตเดนมาร์ก กล่าวพร้อมฝากความหวังว่า อารยสถาปัตย์จะช่วยเสริมสร้างความสุขในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของคนทุกคน ทุกวัย และทุกสภาพร่างกายในสังคมได้
ยิ่งเข้าสู่ช่วงเสวนาโดยตัวแทนองค์กรมหาอำนาจที่มีจิตอาสาซึ่งเดินทางมาร่วมเสวนากันอย่างคึกคัก ประเด็นเรื่องอารยสถาปัตย์ก็ยิ่งทวีความเข้มข้นร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจาก คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย และอดีตประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มองว่า การรณรงค์อารยสถาปัตย์ในประเทศไทยได้ผลมากขึ้นเรื่อยๆ จะเห็นได้ว่าหลายองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชน มีความรู้ ความเข้าใจ และตื่นตัวในการทำอารยสถาปัตย์ในตึกอาคาร และสถานที่ต่างๆ เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย และทันสมัยมากขึ้น
“ปตท.ได้เริ่มดำเนินการเรื่องอารยสถาปัตย์มานานหลายปี และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เพื่อความสะดวก ปลอดภัย และความสุขของทุกคนที่มาใช้บริการ และในฐานะประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้ช่วยผลักดักให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ร่วมมือกันทำอารยสถาปัตย์ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และให้สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร และประเทศชาติ และจะเป็นประโยชน์สุขร่วมกันของคนทุกคน และทุกครอบครัวในสังคมได้อย่างแท้จริง” คุณประเสริฐกล่าวทิ้งท้ายถึงประโยชน์สุขของอารยสถาปัตย์ที่มีต่อองค์กรธุรกิจ สังคม และประเทศชาติ
(จบ)
.......................................
(หมายเหตุ ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เมืองหลวงอารยสถาปัตย์แห่งเออีซี (2) : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)



