บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:'อะไรเกิดขึ้นแล้ว... ดีทั้งนั้น'

ขบคิดขีดเขียน:'อะไรเกิดขึ้นแล้ว... ดีทั้งนั้น'

01 ก.ค. 2557

'อะไรเกิดขึ้นแล้ว... ดีทั้งนั้น' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
          คราวที่แล้วเขียนถึงการยกกองถ่ายละครไปทำงานต่างแดนไกลถึงประเทศญี่ปุ่น หนักหนาสาหัสขนาดไหนไม่ต้องเอ่ย แต่ถามว่าเข็ดไหม คงต้องตอบว่าไม่ เพราะล่าสุดหญิงยศยกกองทัพไทยไปไกลกว่าเดิม คราวนี้ถึงตาของ "ทรายสีเพลิง" เคลื่อนพลไปถ่ายทำไกลถึงประเทศสหรัฐอเมริกากันเลยทีเดียว...
 
          ย้อนอดีตไปเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว หญิงยศเดินทางมาศึกษาต่อที่รัฐแคลิฟอร์เนียทางด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์ หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่เมืองไทยแล้ว วันนั้นหญิงยศมาแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ใครสั่งให้ทำอะไรก็ทำ เป็นเด็กวิ่งกั้นคนกั้นรถ เป็นสแตนด์อินมือของนางเอก เป็นเด็กชงกาแฟ เป็นเด็กลากโฟกัสก็เป็นมาหมดแล้ว ใน
          
          วันนั้นถ้ามีใครมาบอกว่าอีกสิบกว่าปีข้างหน้าเธอจะยกกองถ่ายมาถ่ายทำละครที่นี่ หญิงยศคงไม่มีวันเชื่อ... แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ค่ะ
วันที่เดินเข้ากองถ่ายทำของตัวเอง ต้องบอกว่ามันช่างเกินจริงไปมาก เรามีรถเทรลเลอร์สำหรับนักแสดงให้แต่งหน้าทำผม มีรถสำหรับทีมโปรดักชั่น มีรถสำหรับห้องเก็บและเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยเฉพาะ มีรถอาหาร มีคนจัดโต๊ะขนมนมเนย ชา กาแฟ ไปจนถึงวิตามินและยารักษาโรคต่างๆ ทั้งหมดนี้จัดมาเพื่อทีมงาน "ทรายสีเพลิง" โดยเฉพาะ สองสามชั่วโมงแรกเราก็ตื่นตาตื่นใจกันดี แต่พอเริ่มต้นทำงานเท่านั้น ปัญหาก็เกิด แหม... มันคือส่วนหนึ่งของชีวิตจริงๆ นะ ไอ้เจ้าตัวปัญหาเนี่ย!!! 
 
          เราตั้งกองกันที่ชายหาด Santa Monica อันเป็นหาดที่โด่งดังในลอสแองเจลิสค่ะ ภาพเบื้องหลังเป็น Santa Monica Pier ที่แสนจะสนุกสนาน แต่ตอนนี้ทีมงานของเราไม่สนุกเพราะเครื่องปั่นไฟที่จัดมาให้มันไม่ทำงาน!!! 
 
          ด้วยความที่ระบบไฟของเรากับที่อเมริกามันคนละระบบ และทีมงานที่อเมริกาเขาก็ไม่ได้เตรียมมาให้ถูกต้อง ประกอบกับวันถ่ายทำวันแรกเป็นวันศุกร์หรรษา รถราในแอลเอติดสนิทไม่แพ้กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร การที่ทีมงานจะวิ่งไปเอาเครื่องไม้เครื่องมือมาสลับสับเปลี่ยนให้นั้นเรียกว่าใช้เวลาไปกว่าครึ่งค่อนวัน สรุปว่าวันแรกของการถ่ายทำ เราออกกองกันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า กว่าจะได้เริ่มต้นถ่ายทำก็ปาเข้าไปหนึ่งทุ่ม ครบสิบสองชั่วโมงพอดีที่เรานั่งรอกันอยู่กลางแดดจ้าของชายหาด เรียกว่าได้ใช้บริการรถเทรลเลอร์กันจนเบื่อไปเลยทีเดียว 
 
          หลังจากวันถ่ายทำวันแรกผ่านไป วันที่เหลือเราก็ยังพบเจอกับปัญหาเล็กใหญ่สลับกันไปเรื่อยๆ คนทำงานทั้งเหนื่อย ทั้งหนาว ทั้งร้อน ทั้งหิว เจ็ทแลกผิดเวลา อาหารทานได้บ้างไม่ได้บ้าง คนทำงานเหนื่อยมากๆ ก็กระทบกระทั่งกันบ้าง นักแสดงตกเครื่อง ทีมงานนั่งรถย้ายเมืองเป็นหลายชั่วโมง ปัญหาการสื่อสารที่กระท่อนกระแท่น ความคิดต่างที่ยากจะทำความเข้าใจ ทุกอย่างคือปัญหาและความลำบากที่ทีมงานต้องพบเจอกันตลอดเวลาของการถ่ายทำในต่างแดนคราวนี้ แต่แปลกค่ะที่คราวนี้หญิงยศไม่หงุดหงิดอารมณ์เสียหรือแก้ปัญหาด้วยการเหวี่ยงวีนอย่างที่เคยเป็นมาก่อน เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมา หญิงยศได้สนทนาธรรมและฟังธรรมมาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมใจและสติให้มาต่อสู้กับสิ่งที่จะต้องเกิดในการทำงานครั้งนี้ 
 
          สิ่งที่หญิงยศแพ็กใส่กระเป๋าสติมาด้วยคือคำสอนที่ว่า "อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นแล้ว ดีทั้งนั้น" ดังนั้นเมื่อเครื่องปั่นไฟใช้ไม่ได้ หรือทีมงานอเมริกันไม่ช่วยเราแก้ปัญหาเท่าที่ควร แทนที่เราจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หวีดกรี๊ดขึ้นมาให้บรรยากาศมันย่ำแย่ลงไปอีกนั้น เราเพียงแค่เตือนตัวเองว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วดีทั้งนั้น อย่าไปติดกับดักอารมณ์ของตัวเราเอง แทนที่จะหงุดหงิดอารมณ์เสีย เที่ยวมองหาว่าใครผิด เราน่าจะควบคุมอารมณ์แล้วมองหาทางแก้ไขต่อไป อีกหนึ่งอย่างที่มองเห็นได้ชัดคือเมื่อเราไม่มีอารมณ์แล้ว เราจะเห็นคนที่เราทำงานด้วยชัดมากขึ้น ทีมงานที่ช่วยแก้ปัญหา และทีมงานที่ชอบหยิบยกปัญหาขึ้นมาเป็นใหญ่ ทำให้เห็นว่าคนทำงานนั้นมีอยู่สองประเภท คือจำพวกที่จะช่วยกันฉุดเราขึ้นกับจำพวกที่จะดึงเราลง แต่อีกนั่นแหละค่ะเมื่อเราไม่ติดกับดักอารมณ์ของตัวเอง เราก็จะไม่โกรธ ถึงแม้จะรู้แจ้งว่าใครเป็นจำพวกดึงเราลง เราก็ไม่เสียใจ ตรงกันข้ามเราจะเมตตาเขา คนที่ติดกับดักกิเลสอารมณ์ของตัวเองนั้นน่าสงสารมากพออยู่แล้ว ถ้าหากเราเอาอารมณ์ไปติดกระแสลบเขาเข้าอีก คราวนี้คงย่ำแย่ไปกันใหญ่โต การเดินทางไปถ่ายละครครั้งนี้เปิดหูเปิดตา และเปิดใจให้หญิงยศโตขึ้นไปอีกขั้นในการทำงาน รวมถึงการเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้นอีกด้วย เพราะเราหยุดใช้อารมณ์ฟาดฟัน หยุดมองหาคนผิดเพียงเพื่อจะเน้นย้ำให้เขาจมลงดิน หยุดแข่งขันเอาชนะ แต่มุ่งมั่นเอาชนะใจและอารมณ์ของตัวเอง คงต้องขอบคุณทีมงานทุกท่าน รวมถึงนักแสดงทั้งสี่คนที่ร่วมผจญภัยไปกับเรา ทั้งชมพู่ อารยา, พี่ป๋อ ณัฐวุฒิ, ชาคริต และพี่ต่าย เพ็ญพักต์ ทั้งสี่ท่านอดทนจนน่าตกใจ และกินง่ายอยู่ง่าย พร้อมลุยทุกสถานการณ์ ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจที่มีให้กันถือเป็นของขวัญที่ทีมงานทุกคนชื่นใจเสมอ ขอบคุณทีมงานทุกคน ขอบคุณเพื่อนๆ ที่มาคอยช่วยเหลือดูแลสุดความสามารถ เรามองเห็นมิตรแท้ในยามลำบาก ขอบคุณสามีที่เป็นลมใต้ปีก คอยช่วยดูแลพยุงให้ไปต่อไหว และเป็นคู่ชีวิตที่ทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น
 
          สุดท้ายแล้วคำสอนที่ว่า "อะไรเกิดขึ้นแล้ว ดีทั้งนั้น" ก็พิสูจน์ให้เห็นว่านี่คือความจริง ทันทีที่เราทำงานได้ตอนหนึ่งทุ่มตรงในวันแรก พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เราได้ภาพในละครของแสงสีทองสุดท้ายของวันแทนที่จะเป็นแดดจ้าธรรมดาปกติ ทีมงานทุกคนมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบๆ ซึมซับความสวยงามของธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้า... เข้าใจถ่องแท้ที่เคยได้ยินว่า เหตุไม่ดีก็ไม่ได้แปลว่าผลจะไม่ดีตามไปด้วย
หญิงยศได้แต่ยืนมองเงียบๆ แล้วพูดกับตัวเองว่า... 
          
          "ขอบคุณอุปสรรคทั้งหมดที่เกิดขึ้น... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ"
 
.......................................
(หมายเหตุ 'อะไรเกิดขึ้นแล้ว... ดีทั้งนั้น' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)