
เล่นหูเล่นตา:'ค้นหาคำตอบ'
30 มิ.ย. 2557
'ค้นหาคำตอบ' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
มันจะดีมั้ยนะถ้าเรารู้แผนที่ชีวิตของตัวเราเอง รู้ว่าจะต้องพบเจอกับอะไร รู้ว่าจะรุ่งโรจน์และตกต่ำเมื่อไหร่ รู้ว่าใครจะมาเป็นคู่ชีวิต จะมีลูกกี่คน และสุดท้ายรู้ว่า... จะตายเมื่อไหร่และตายด้วยสาเหตุใด ... เมื่อรู้ทุกอย่างแล้วเราจะยอมรับมัน หรือจะเปลี่ยนแปลงมัน ... มันคงวุ่นวายกว่าที่ไม่รู้อะไรเลย หรือไม่ก็ไม่ตื่นเต้นกับชีวิตอีกต่อไป เพราะรู้คำตอบตั้งแต่ต้นแล้ว ... ฉันเคยคิดว่า “มันน่าจะดี” จนกระทั่งมานั่งดูหนังฝรั่งเรื่องหนึ่ง ก็ได้คำตอบว่า... มนุษย์เราเกิดมาเพื่อค้นหา “ คำตอบของชีวิต ” มันน่าตื่นเต้น มันเป็นปริศนาให้ค้นหาจนวันตาย มันทำให้ชีวิต “ มีความหมาย ”
สำหรับฉันใช้เวลาของชีวิตตัวเองเลยครึ่งค่อนชีวิตมาแล้ว แม้ความคิดและประสบการณ์จะแก่กล้าก็ใช่ว่าฉันจะคาดเดาอนาคตได้ คงมีแต่ “ความหวัง” (หวังว่ามันจะดี) ที่ทำให้ฉันยังคงเดินต่อไปข้างหน้า หาคำตอบในสิ่งที่ฉันสงสัยและไม่รู้อยู่ในความเชื่อที่ว่า ... มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับชะตาชีวิตของตัวเอง จะปล่อยไปตามที่ถูกขีดไว้ หรือ ต่อสู้กับมันก็สุดแล้วแต่ ... ในเรื่องความรักฉันปล่อยมันทิ้งไปตั้งแต่อายุ 37 ปี ไม่มีเวลาและอารมณ์ให้หมกมุ่นหรือมัวเมากับมันอีกต่อไป เลยมาถึงตรงนี้ด้วยตัวคนเดียว คงอยู่กับใครไม่ได้อีกแล้ว ที่สำคัญ ... มันเลยเวลานั้นมานานแล้ว เลยเวลาพุ่งพล่านร่านเสียวกลายมาเป็นนิ่งๆ เฉยๆ อยากอยู่แบบสงบและมั่นคงในตอนปลายของชีวิต อยากทำให้ตัวเองมีประโยชน์ต่อผู้คนรอบข้าง ไล่ตามความฝันในตอนเด็ก หรือทำสิ่งซึ่งแปลกออกไปเพื่อค้นหาศักยภาพใหม่ในตัวเอง ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม มันทำให้ฉันสนุกกับการค้นหาคำตอบก่อนที่เวลาของฉันจะหมดลง ... แล้วตายไปพร้อมกับความสงสัยในตัวเอง ...
“สวัสดีครับพี่คิ้ม ผม “อุ๋ย บุดดาเบลส” นะครับ ผมอยากเชิญพี่มาช่วยร้องเพลงในอัลบั้มใหม่ของพวกเราครับ” เสียงผู้ชายพินอบพิเทามาตามสายราวกับจะมาขออโหสิกรรมเพื่อไปบวชเรียน ... ผ่านไป 3 วัน ฉันก็มายืนอยู่ในห้องบันทึกเสียง ควรจะเรียกแบบนั้นตามประโยชน์ใช้สอย แต่ถ้าตามสภาพและบรรยากาศ ฉันว่ามันเหมือนหอพักนักศึกษาชายที่มันมารวมหัวกันทำสิ่งดีบ้างเลวบ้างด้วยกัน มันเป็นห้องแคบๆ ที่อยู่บนชั้น 2 ของตึกเก่าๆ ตึกหนึ่ง ผนังและฝ้าเพดานกรุด้วยฟองน้ำหนักๆ เพื่อซับเสียง สลับกับผ้าห่มที่แจกคนยากไร้ตามชนบทในหน้าหนาวผืนสีเทาที่กางทับฟองน้ำอีกชั้นหนึ่ง มีโต๊ะทำงานเล็กๆ เป็นรูปตัวแอลวางเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้บันทึกเสียงกับคีย์บอร์ดตัวเล็กๆ อีกตัว สองสิ่งในห้องที่ทำให้ห้องนี้ดูเป็นห้องบันทึกเสียง มีฟูกสีสดลายดอกแดงๆ เป็นท่อนๆ วางอยู่ที่พื้น สมาชิกวงบุดดาเบลส 3 คน นั่งพับเพียบกองรวมกันกับรุ่นน้องอีก 2 คน มีชายหนุ่มสวมเสื้อยืด นุ่งกางเกงขาสั้นไว้หนวดนั่งอยู่หน้าคอมฯ หันมาสวัสดีฉัน “เท้ง ครับ” เขาแนะนำตัวด้วยเสียงแหบๆ ปร่าๆ ฟังดูเซ็กซี่ขัดแย้งกับหน้าตาและท่าทางที่ดูเป็นเฮียร้านแต่งท่อมอเตอร์ไซค์แว้น ไมค์ 1 ตัววางโด่อยู่กลางห้องแคบๆ นั้น ... นี่ใช่มั้ยจุดยืนของฉัน! ฉันจึงไปยืนอยู่ตรงนั้น กางเนื้อเพลงท่อนที่เรียกว่า ท่อนฮุก (Hook) ท่อนสร้อย ท่อนแยก สุดแต่จะเรียก แล้วเริ่มเห่าใส่ไมค์เพื่อซ้อมกับดนตรี เท้งทำหน้าที่โปรดิวเซอร์คุมร้อง คอยบอกคำสั้นยาว จังหวะและอารมณ์อย่างละเอียดและเข้าใจง่าย มีหนุ่มๆ นั่งพับเพียบคอยเป็นกำลังใจที่พื้นห้อง
“อุ๋ย ...พอใจรึยัง? จะเปลี่ยนอะไรอีกมั้ย?” เท้งหันไปถามเจ้าของเพลงและผู้แต่งเนื้อร้องกับทำนอง ในขณะฉันร้องซ้ำไปมาเป็นสิบๆ เที่ยวเพื่อหาท่อนที่ดีที่สุดกับเท้ง หนุ่มๆ ก็ก้มหน้าก้มตาง่วนเชียงหลีอยู่กับโทรศัพท์ของตัวเอง...เฮ้อ! ไม่สนใจกรูเลย! ผ่านไปชั่วโมงกว่าก็เสร็จเรียบร้อย เอามาจัดวางให้เข้ากับท่อนที่มีเสียงร้องและเสียงแร็พของหนุ่มๆ วงบุดดาเบลส มันเป็นที่เข้าท่าดี ซึ่งฟังแล้วออกแนวธรรมะ ที่ว่า … ชีวิตคือการพบเพื่อจากเป็นธรรมดาไม่มีอะไรมั่นคงแน่นอน ซึ่งเราทุกคนต้องพบเจอ … อุ๋ยเล่าว่าวงของเขาออกจากสังกัดมาทำเพลงเอง 3 - 4 ปีแล้ว เวลาผ่านไปพวกเขาก็โตขึ้น เพลงมันก็เลยโตตามกลายเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจชีวิตมากกว่ากระโดดโลดเต้นเฮฮาปาร์ตี้ร้อนดังกับไฟเออร์อย่างเมื่อก่อน
“ทุกวันนี้ผมไม่เที่ยวแล้ว มันไม่สนุก มันหนวกหู”
อีกนิดก็จะไปบวชแล้วมั้ยอุ๋ย? คุยไปเรื่อยๆ จะรู้ว่าอุ๋ยนั้นช่างเป็นคนธรรมะธรรโม ดูขัดกับแนวเพลงที่ร้อง ส่วน “โก๋” สมาชิกอีกคนก็เป็นพวกรักหมารักแมวทำกระเป๋าพลาสติกหาเงินช่วยชีวิตหมาแมวจรจัดและที่ถูกทอดทิ้ง ตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์ที่สักลายพร้อยเชียว พอเสร็จงาน หนุ่มๆ ก็พาฉันมาเลี้ยงส้มตำชุดใหญ่ที่ร้านอร่อยเป็นการตอบแทน ฉันหวังว่า เมื่อเพลง “ธรรมดา” ของบุดดาเบลสออกมา จะเป็นที่ถูกใจของคนฟังเพราะมันเป็นครั้งแรกที่เพลงแร็พไทยมีสาระไปทางธรรมะ … และก็เป็นครั้งแรกที่เสียงของฉันเข้าไปอยู่ในโลกของเพลงแร็พ … เมื่อเพลงเสร็จเรียบร้อยเปิดให้ดาวน์โหลด ฉันก็จะได้คำตอบของการทำสิ่งแปลกออกไปในชีวิต
การเดินออกนอกเส้นทางประจำ บางครั้งก็ทำให้เราได้พบกับเส้นทางใหม่ ที่ทำให้ชีวิตน่าตื่นเต้นกว่าที่เคยเป็น … ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ฉันอยากทำ เพื่อให้ชีวิตไม่ซ้ำซาก แต่ฉันต้องรอจังหวะเหมาะๆ ที่จะทำ ถ้าสิ่งนั้นทำด้วยใจไม่ใช่เพราะเงิน ฉันก็จะไม่รีบเร่งหรือผลีผลาม ฉันจะเลือกในสิ่งที่ใช่สิ่งที่ทำให้ฉันค้นพบตัวเองในมุมอื่นๆ ไม่มีใครแก่เกินกว่าจะเรียนรู้ แค่เปิดใจ และอย่าให้ใครมาบอกว่าใช่หรือไม่ใช่ จนกว่าเราจะได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง เพราะ ถ้ามัวแต่ “กลัว” ก็จะไม่มีวันที่ “กล้า” และถ้าไม่ก้าวออกไปหาเราก็จะไม่มีวันได้คำตอบ …
อย่าหยุดคิด อย่าหยุดทำ อย่าหยุดท้าทายตัวเอง อย่าหยุดลุกขึ้นมาใหม่หลังจากล้มลง อย่าให้วัยเป็นอุปสรรคในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ เพราะแม้แต่ผู้พันฮาร์แลนด์ เดวิด แซนเดอส์ (Harland David Sanders) ผู้ที่ล้มเหลวมาทั้งชีวิต ก็มาค้นพบตัวเองตอนอายุ 65 ปี กับไก่ทอด KFC
ในที่สุดเขาก็หาคำตอบให้กับชีวิตตัวเองเจอ ว่าเขาเกิดมาเพื่ออะไร...แล้วคุณล่ะ?
.......................................
(หมายเหตุ 'ค้นหาคำตอบ' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



