บันเทิง

'Scent of a Woman เฟอร์รารี่ ผู้หญิงและธีมโรงแรม'

'Scent of a Woman เฟอร์รารี่ ผู้หญิงและธีมโรงแรม'

27 มิ.ย. 2557

'Scent of a Woman เฟอร์รารี่ ผู้หญิงและธีมโรงแรม' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
 
 
          เห็นโรงแรมอมารีบุรีรัมย์แล้ว ทำให้นึกถึงโรงแรมเฟอร์รารี่ที่เพิ่งไปมาไม่นานมานี้ ที่จำได้มากกว่าก็คือ รถสีแดงของม้าลำพองนั้น ได้เข้าไปมีบทบาทในหนังเรื่อง ที่มีโอกาสได้ใช้รถในหนัง
 
          ตอนที่พักอยู่ในอาณาจักรของเฟอร์รารี่นั้น หนังเรื่องหนึ่งที่ถูกอ้างถึงเลยก็คือ Scent of a Woman เพราะมีฉากที่ อัล ปาชิโน ได้ปลดปล่อยตัวเองจากกรอบของชีวิต และเขาใช้ฉากนั้นสอนเด็กหนุ่ม
          
          โรงแรมเฟอร์รารี่อยู่ที่อิตาลี และน่าจะเป็นต้นแบบต้นหนึ่งให้แก่โรงแรมที่ทำเป็นธีมกีฬา เพราะเขาทำยาวนานแล้ว และตั้งอยู่ในมาราเนลโล เมืองปริมณฑลของโมเดน่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานเฟอร์รารี่ในปัจจุบัน (หลังจากที่ย้ายฐานการผลิตจากโมเดน่าในสมัยศตวรรษที่ 1940 เมืองนี้ก็ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น เมืองแห่งเฟอร์รารี่ เนื่องจากทั้งโรงงานการผลิต และที่ทีม scuderia ferrari formula one racing ก็ได้อยู่ที่นี่) ตามคำเรียกทั่วไป
 
          ผมไปพักที่ ferrari village ซึ่งแปลง่ายๆ ว่าทุกอย่างในนั้น เป็นธีมของรถแข่งเฟอร์รารี่ เพราะตอนที่เข้าไปเคาน์เตอร์เช็กอิน ก็จะมีรถแข่งตระกูลนี้มาวางตรงเคาน์เตอร์ พอเดินเข้าห้อง ขึ้นไปชั้นต่างๆ พื้นทางเดินทุกชั้น ก็เป็นพรมสีแดงขาว ให้คุณรู้สึกถึงการอยู่บนสนามแข่ง 
 
          ไม่ต้องเดาต่อว่าประตูสีอะไร ห้องน้ำสีอะไร เตียงนอนสีอะไร โต๊ะตู้สีอะไร เพราะทุกอย่างในนั้นมีแค่สองสีคือ "แดงขาว" แม้แต่ชุดอาบน้ำครีมยาสระผม ก็อยู่ในซองรถแข่งเราไปนอนที่ ferrari village 1 คืน เพื่อ "บิวท์" ความรู้สึกก่อนจะขับ "ม้าลำพอง" ตามที่ได้นัดไว้  ทาง "เฟอร์รารี่" ต้อนรับคณะ wisdom by k bank อย่างดี มีการขนรถคลาสสิกมาโชว์ให้ทุกคนขึ้นไปนั่งแอ็กท่า และมาถึงเวลาที่รอซึ่งก็คือ การขับเฟอร์รารี่ในราคา 4,200 บาทต่อ 10 นาที 
 
          ในคณะมีอยู่ 8 คนขอขับ ระยะทางก็ประมาณ 5 กิโล เป็นเส้นที่ค่อนข้าง "วกวน" อธิบายได้ว่า เขาเองก็ไม่เปิดโอกาสให้มีเส้นตรงที่จะซิ่งได้มากนัก เป็นการเพลย์เซฟอย่างหนึ่งของตัวรถส่วนการเพลย์เซฟอีกอย่างก็คือ จะต้องมีเจ้าหน้าที่ของทีม ขึ้นไปนั่งประกบ คอยออกคำสั่ง ซิ่งหรือแซง (ส่วนใหญ่ไม่ค่อยบอกให้แซงนัก) รถก็ดีสมชื่อ และเพื่อให้สมราคา ใครจะขึ้นไปนั่งข้างหลัง ก็ต้องเสียเพิ่มอีก 20 ยูโรหรือราวๆ 1,000 บาท การตลาดของเฟอร์รารี่ไม่ใช่ย่อยๆ 
 
          มีการคิดเพื่อเก็บรายได้ตลอดทาง เช่น เมื่อคุณขับเสร็จแล้ว อยากได้ dvd ที่บันทึกการขับของคุณกลับบ้านมั้ย ถ้าอยากได้ ต้องจ่ายอีก 20 ยูโร ขับเสร็จแล้วก็มีมิวเซียมใหญ่รออยู่ พอก้าวเข้าไป ทุกสิ่งทุกอย่างก็ "ยั่ว" ให้คุณซื้อ ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ดินสอปากกา ปลอกสมาร์ทโฟนไปจนถึงชุดนอน 
 
          แต่ที่เซอร์ไพรส์ผมมากก็คือ เขามีการ "ถอด" สลายเครื่องยนต์ของนักแข่งดังๆ เช่น นิกิ เลาด้า หรือ อแลง พอร์ส มาขาย เช่น น็อตเล็กๆ ตัวเดียว ขนาด 2 นิ้ว ถูกแพ็กไว้ในกระจก มีคำบรรยายว่า น็อตตัวนี้อยู่ในการใช้งานแข่งจริง และชนะเลิศสนามแข่งที่นั่นที่นี่ 
 
          ราคาของน็อตคือ 500 ยูโร หรือ 20,000 บาท สินค้าที่อยู่มิวเซียมเฟอร์รารี่นั้น หลายอย่างไม่เกี่ยวกับรถแข่ง เช่น สำรับไพ่, ดินสอ, ชุดนอน ฯลฯ นี่คือคำยืนยันว่า ถ้าแบรนด์แข็งแรงและสุขภาพของแบรนด์ยังดี อะไรก็ขายได้พนักงานบอกว่าทุกๆ 1 ปี จะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมราวๆ 200,000 คนก่อนจะจากมา ผมยังสังเกตว่าตึกของโรงแรม ก็ยังมีลายรถแข่งแดงขาว ทาสีไว้ทั้งอาคาร 
 
          ในอาณาจักรของม้าลำพองนั้น รถหลายคันโดดเด่นด้วยที่มา แต่คันที่น่าสนใจที่สุดก็คือ รถที่อัล ปาชิโนขับใน scent of a woman 
 
          20 ปีแล้วแถวๆ นี้ แต่เครื่องยังร้อนอยู่..
 
.......................................
(หมายเหตุ 'Scent of a Woman เฟอร์รารี่ ผู้หญิงและธีมโรงแรม' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)