
'ส่งแสงสว่างจ้า ทว่าไม่อาจอยู่ยืนยง'
26 มิ.ย. 2557
ส่งแสงสว่างจ้า ทว่าไม่อาจอยู่ยืนยง : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening
มีบทเพลงอยู่เพลงหนึ่ง ถูกอุทิศให้ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกสองคน
เพลงๆ นี้ชื่อว่า Candle in the Wind
Candle in the Wind ขับร้องและแต่งทำนองโดยเอลตัน จอห์น นักร้องชื่อดังของโลก เขียนเนื้อโดยเบอร์นี ทอพิน นักแต่งเพลงคู่หูที่จับคู่สร้างงานและแจ้งเกิดด้วยกันมาตั้งแต่เพลง Your Song เมื่อปี 1970 เพลงนี้อยู่ในอัลบั้มที่ชื่อว่า Goodbye Yellow Brick Road ที่ออกเมื่อปี 1973 ซึ่งอลังการขนาดที่ออกเป็นอัลบั้มคู่ และนับเป็นหนึ่งในงานที่อยู่ในช่วงพีคของ เอลตัน จอห์น ในยุคแรกๆ
เบอร์นี ทอพิน เคยให้สัมภาษณ์ว่าชื่อเพลง "เปลวเทียนในสายลม" ได้แรงบันดาลใจมาจากพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ที่พูดถึงชีวิตของ เจนิส จอปลิน นักร้องสาวเจ้าของเสียงทรงพลังแหบพร่าผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทอพินบอกว่าวลีนี้สร้างแรงบันดาลใจให้เขาอยากเขียนเพลงถึงเหล่าคนดังผู้มีชีวิตวูบไหว คนประเภทที่ส่งแสงสว่างจ้าแต่ทว่าไม่อาจอยู่ยืนยง แล้วเขาก็เลือกเอาชีวิตของ มาริลีน มอนโร มาบันทึกไว้ในเพลง
“ลาก่อน นอร์มา จีน ...แม้ฉันจะไม่เคยรู้จักเธอเลย”
ประโยคแรกของเพลงเอ่ยถึงชื่อจริง นามสกุลจริง ของ มาริลีน มอนโร เหมือนจะเป็นการพยายามสื่อสารกับตัวตนจริงๆ ของเธอ ก่อนจะพรรณาความรู้สึกและมุมมองที่ทอพินมีต่อชีวิตของซูเปอร์สตาร์คนนี้ แต่เขาไม่ได้บันทึกถึงข่าวฉาว สีสันของฮอลลีวู้ด ชีวิตรักกับผู้ชายหลายคน และกระทั่งผลงานหนังและเพลงจำนวนมากก็ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในบทเพลง ทอพินเพียงเลือกเขียนถึงความเปลี่ยวเหงาและความสับสนที่ มาริลีน มอนโร ต้องเผชิญหน้าเป็นหลัก
“ความเหงานั้นเป็นเรื่องหนักหน่วง เป็นบทหนักที่สุดที่เธอเคยเล่น
ฮอลลีวู้ดสร้างซูเปอร์สตาร์ และความเจ็บปวดคือราคาที่เธอต้องจ่าย”
ทอพิน กับ จอห์น ยังเล่าเลยไปถึงความตายที่สื่อมวลชนพากันใส่สีตีข่าว และยังออกตัวว่าเพลงนี้เป็นเพียงมุมมองจากเด็กน้อยคนหนึ่งถึง มาริลีน มอนโร เป็นการรำลึกถึงเปลวเทียนอันรุ่งโรจน์ที่ดับหายไปนานแล้ว
Candle in the Wind เป็นเพลงฮิตเพลงหนึ่งของ เอลตัน จอห์น มันขึ้นไปถึงอันดับสูงในชาร์ตเพลง ด้วยความที่เป็นเปียโนบัลลาร์ดที่เศร้าสร้อยแต่ไพเราะเหลือหลาย แถมเนื้อเพลงยังพูดถึงการอำลาและระลึกถึง มันจึงถูกเอาไปเล่นเป็นเพลงปิดท้ายคอนเสิร์ตของ เอลตัน จอห์น หลายต่อหลายครั้ง
แต่เพลงนี้มาโด่งดังระดับโลกจริงๆ เมื่อคู่หูนักแต่งเพลงคู่นี้ตัดสินใจนำมันมาเปลี่ยนเนื้อเพลง แล้วมอบมันให้เจ้าหญิงไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ผู้เสียชีวิตในวัยเพียง 36 ปี ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์จากการขับรถหนีการตามล่าของปาปารัซซี่
คราวนี้มุมในเพลงไม่ได้มองมาจากสายตาของเด็กน้อยอีกแล้ว เพราะเอลตัน จอห์น นั้นมีสถานะเป็นพระสหายคนหนึ่งของเจ้าหญิงไดอาน่าด้วย เขาเป็นคนโทรไปบรีฟให้ เบอร์นี ทอพิน ปรับเนื้อเพลงเป็นเวอร์ชั่นใหม่หลังจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมไม่นาน
“ลาก่อนกุหลาบอังกฤษ ขอให้เธองอกงามในใจของเรา...”
ประโยคแรกเริ่มของเพลงถูกปรับเปลี่ยนมาใช้สัญลักษณ์ดอกกุหลาบแทนความงดงามของชีวิตและในจริยวัตรของเจ้าหญิงไดอาน่า ก่อนจะพรรณาต่อไปถึงความเศร้าโศกอาลัย ถ้อยคำที่ดีงามอย่าง ดวงดาว สรวงสวรรค์ และรอยยิ้ม ถูกนำมาใส่ไว้ในบทเพลงอย่างเหมาะเจาะ
ทอพิน และ จอห์น ไม่ได้กล่าวถึงการอภิเษกสมรสที่งดงามราวเทพนิยาย ไม่ได้เขียนถึงชีวิตรักที่แตกร้าว ไม่ได้พูดถึงการเป็นผู้นำแฟชั่น หรือพระกรณียกิจของพระองค์ที่ทำเพื่อคนยากไร้และผู้ป่วย อาจเพราะเรื่องเหล่านั้นเป็นที่รับรู้กันอยู่แล้ว บทเพลงนี้จึงบรรจุไว้เพียงความเศร้าและการระลึกถึงเป็นหลัก
“แม้เราจะพยายาม แต่ความจริงก็ยังทำให้เราหลั่งน้ำตา ถ้อยคำใดไม่อาจใช้พร่ำบรรยาย ถึงความสุขตลอดหลายปีที่เธอนำมาให้เรา”
เอลตัน จอห์น ขับร้องเพลงนี้ในงานพระศพของเจ้าหญิงไดอาน่าเพียงครั้งเดียว แต่สำหรับคนทั่วไปที่อยากฟังเพลงนี้อีก เอลตัน จอห์น ก็จัดทำซีดีเพลงนี้ออกจำหน่าย โดยนำรายได้มอบให้กับมูลนิธิของเจ้าหญิงไดอาน่า แล้วมันก็ขายดิบขายดีขนาดที่กลายเป็นซิงเกิ้ลที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก
น่าสังเกตว่า แม้เพลงนี้จะมีสองเวอร์ชั่นอุทิศให้กับผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกสองคน เป็นชีวิตที่ต่างกัน คือเป็นดาราฮอลลีวู้ด กับ เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์อังกฤษ แต่ต่างก็เป็น "เปลวเทียนในสายลม" เหมือนกัน
ที่น่าสนใจก็คือ การที่ Candle In The Wind เป็นดังระดับโลกเพลงหนึ่ง ถูกขับร้อง เปิดออกอากาศ เปิดฟัง และกล่าวขวัญถึงอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะมันพูดถึงคนที่เป็นแรงบันดาลใจ ผู้จากไปก่อนวัยอันควร
ไม่ว่าเราจะเป็นอีกคนที่มองคนเหล่านี้จากมุมไหน จากมุมของเด็กน้อย มิตรสหาย ศัตรู นักข่าว หรือเพียงมุมมองของผู้เสพสีสันจากข่าวฉาว เราก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าแม้คนเหล่านี้จะไม่อาจอยู่ยืนยาว แต่แสงสว่างจากเรื่องราวของพวกเขาก็จะถูกนำมาเล่าขาน
แล้วเราก็ชอบฟังเรื่องเล่า หรือแม้แต่บทเพลงจากเรื่องราวของพวกเขาอยู่เรื่อยไป
.......................................
(หมายเหตุ ส่งแสงสว่างจ้า ทว่าไม่อาจอยู่ยืนยง : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening)



