บันเทิง

ไตรโทน - บินก่อน ผ่อนทีหลัง

ไตรโทน - บินก่อน ผ่อนทีหลัง

30 มิ.ย. 2552

นักร้องยุคก่อนๆ กว่าจะประสบความสำเร็จทั้งชื่อเสียงและเงินทอง ต้องเรียกว่า โอ้โห ลำบากกันมากครับ ต้องร้องตามไนต์คลับกันนานนับปี ยิ่งถ้าเป็นวงดนตรีก็ยิ่งยากมาก ต้องมีฝีมือจริงๆ แล้วยังต้องให้แขกที่มาฟัง ติดอกติดใจกันอีก ถ้าแขกติดเงินก็จะดีตามไปด้วย

 นี่ผมหมายถึงยุคสมัยโรงแรมมนเฑียร อย่าง คลาสบังก้าร์ ยุคที่พี่เต๋อ พี่ป้อม พี่จิ พี่อ้อง พี่จ๊อด และอีกหลายๆ พี่ ในอีกหลายๆ บาร์ หลายคลับ เล่นกันอยู่เป็นปีๆ และเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ในหมู่นักฟังเพลง นักเที่ยว ของเมืองหลวง อย่างแพร่หลาย เรียกว่า ยุคนั้นเพลงไทยสากลที่เป็นแบบฟังกันอยู่เนี่ย ไม่มี 

 ขอย้ำอีกครั้ง ไม่มี 
 ไม่มีจริงๆ ถ้ามีเท่าที่ผมจำได้ก็แบบกึ่งๆ ลูกกรุงผสมลูกทุ่ง แบบ รักสิบล้อต้องรอสิบโมง หรือแบบ เอาเมโลดี้ฝรั่งมาใส่เนื้อไทย แบบ เก้าล้านความระกำ อะไรสักอย่างเนี่ย ซึ่งผมก็ไม่ได้ปฏิเสธเพลงเหล่านั้นเลย แถมยังเคารพผู้สร้างงานเหล่านั้น เพราะมันเป็นการบุกเบิกประวัติศาสตร์ดนตรีไทยสากลของไทยเราอย่างปฏิเสธไม่ได้ แถมยังเป็นการที่ทำให้เราได้รู้ว่าอะไรคือของดี อะไรคือของจริง หรือพูดอีกอย่างคือกลุ่มไหนคือตัวจริง หรือกลุ่มไหนฉาบฉวย พี่ๆ กลุ่มไหน ยืนระยะได้ยาว กลุ่มไหนคือขั้นเทพ ขั้นอาจารย์ การอ่านออกเขียนได้ในดนครีคืออะไร ใครเป็นคนวางรากฐานบุกเบิกธุรกิจดนครี คือถ้าจะอธิบายคงจะต้องเริ่มกันใหม่ยาว

 เอาเป็นว่าพวกนักดนตรียุคนั้นเขาเก่งจริงๆ มีแต่แผ่นเสียงครับที่จะเอาไว้แกะเพลงให้เหมือน เพื่อจะเป็นที่กล่าวขานกันว่าเวลาเล่นสดใครเล่นเหมือนกว่ากัน อินเทอร์เน็ตไม่มี เพลงหนังเพลงโฆษนายังไม่มีเลยครับยุคนั้น ต้องเสาะแสวงหาแผ่นเสียงจากร้านชั้นนำซึ่งมีไม่กี่แห่ง ไม่มีร้านแมงป่องอย่างยุคเราครับ ยุคนี้นี่มีร้านซีดีไม่พอ ยังมีเน็ตให้ดาวน์โหลดกันอีก พอวิวัฒนาการของดนตรีมาถึงจุดที่ภาพยนตร์ต้องการเพลง โฆษณาทีวีและวิทยุต้องมีเพลง (เพลงแบบร่วมสมัย) ใครล่ะจะเป็นคนทำ อันนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่ผมว่าใครล่ะที่ทำได้ อันเนี่ยคือปัญหา  ทำได้แล้วต้องดีด้วย คือต้องถูกใจทั้งลูกค้าและผู้ฟังทั้งประเทศ ก็คนกลุ่มนี้แหละครับ พี่ๆ ทั้งหลายที่ผมพูดถึง จากผับบาร์ก็มาเปิดบริษัททำเพลงกัน ทีนี้สิ่งที่ตามมาก็คือ เทคนิคการบันทึกเสียง การผสมเสียง การแต่งเพลง ทั้งเนื้อและทำนอง การร้องการเล่น ตามกันมาอีกบาน เป็นของดีต่อประเทศชาติทั้งนั้นครับ

 วงการดนตรีของเรามีวันนี้ได้ก็พวกพี่ๆ ทั้งหลายนี่แหละครับบุกเบิกมากับมือ น่ารักน่าชมเชยเป็นอย่างมาก
 ส่วนเรื่องเวทีประกวดไม่ต้องพูดถึง คือไม่มีครับ อย่างมากก็แค่ระดับโรงเรียนก็เก่งแล้ว เท่าที่ผมเห็นเป็นรางวัลใหญ่ๆ กับตาเลย ก็เป็นที่พี่ป้อมพี่โต๊ะได้รางวัลจากการแข่งขันโฟล์กซองชิงถ้วยพระราชทาน คือเป็นแชมป์ประเทศไทยครับพูดง่ายๆ หลังจากนั้นพี่เขาก็มาเล่นที่โรงแรมมนเฑียร อีกนานเลยครับกว่าจะมีบ้าหอบฟางออกมา เป็นต้น

  จวบจนทุกวันนี้พี่ๆ เหล่านั้นก็ยังเล่นดนตรีอยู่ครับ ในขณะที่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป บางคนยังสร้างงานต่อ บางคนก็รับผสมเสียงอย่างเดียว บ้างก็ทำอะไรไปเรื่อยแล้วแต่อารมณ์ วันนี้อยากแจ๊ส บางวันอยากบลูส์ ว่ากันเป็นช่วงๆ บางท่านก็ยังร้อง ดีพ เพอร์เพิล อยู่ก็มี ดูมีความสุขกับดนตรีตลอดเวลา บางท่านที่เป็นร็อกสตาร์ไปแล้วก็เล่นน้อยหน่อยเดี๋ยวไม่เหมือน ก็เลือกเวทีใหญ่ๆ เล่นไป เล็กๆ ไม่ใหญ่ๆ เล่น ถูกต้องครับ เพราะเล็กๆ เล่นมาตลอดตั้งนานแล้ว ผ่อนมาก่อนแล้วมาบินอย่างสบาย  ผิดกับวงผมครับ บินก่อนแล้วค่อยผ่อน ทุกวันนี้เวทีเล็กก็เล่นใหญ่ก็ต้องเล่น เพราะเราเล่นผับเล็กๆ แค่สามปีเองก็โด่งดังซะแล้ว เรียกว่า บินก่อนผ่อนทีหลัง 

 นี่เหละชีวิตนักดนครี

"จิรายุส วรรธนะสิน"