บันเทิง

ศิลป์แห่งแแผ่นดิน - ตลาดมีชีวิต

ศิลป์แห่งแแผ่นดิน - ตลาดมีชีวิต

30 มิ.ย. 2552

วันเสาร์ที่แล้ว ผมและครอบครัวออกเที่ยวกัน (อีกแล้ว) ขับรถไปเรื่อยๆ จุดหมายเบื้องแรกคือ ตลาดร้อยปีสามชุก เด็กชายผาเมฆ ลูกชายคนโตวัย 6 ขวบครึ่ง พกกล้องถ่ายรูปส่วนตัวของเขาไปด้วย ผมมีกล้องซิงเกิลเลนส์ นิคอน รุ่นโบราณที่ยังใช้การได้ดี และกล้องดิจิทัลความละเอี

  ระหว่างการเดินทางเราแวะเที่ยววัดเล็กๆ ตามรายทางไปเรื่อย โดยพิจารณาจากชื่อวัดเป็นเบื้องต้น วัดที่เราแวะวัดหนึ่งชื่อวัด “หัวสะพาน” อยากรู้ว่าสะพานอันเป็นที่มาของชื่อวัดคือสะพานอะไร ซึ่งเราจินตนาการว่าอาจเป็นสะพานข้ามลำคลอง (ธรรมชาติ) ที่ไหลไปบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา หรือไม่ก็แม่น้ำน้อย หรือไม่ก็แม่น้ำมะขามเฒ่า แต่ก็ไม่มีเวลาพอจะสืบค้นหรือสอบถามได้แต่เดินชมบริเวณวัด ดูเขากำลังก่อสร้างวิหารขนาดใหญ่ เพื่อเป็นที่ประดิษฐาน “รูปหล่อหลวงปู่ศุของค์ใหญ่ที่สุดในโลก” ตามที่ปรากฏในป้ายโฆษณา (อิงค์เจ็ท) ที่ติดตั้งไว้ข้างทางหลวงแผ่นดิน

 หลวงปู่ศุข แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า เกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมล้นบารมี ยืนเด่นเป็นสง่าเคียงข้างด้วยรูปหล่อกรมหลวงชุมพรฯ อยู่ในโครงสร้างอาคารที่ยังไม่ได้มุงหลังคา และไม่มีผนัง ด้วยการก่อสร้างชะงักงันรอปัจจัยจากศรัทธาของญาติโยม

 เรามาถึงตลาดร้อยปีสามชุก วันหยุดเช่นนี้ หาที่จอดรถยากหน่อย ได้จอดในบริเวณบ้าน ที่ส่วนบุคคล เสียค่าจอด 20 บาท เจ้าของบ้านมีน้ำจิตน้ำใจดีทำให้อุ่นใจ เดินเบียดเสียดผู้คนไหล่กระทบไหล่ ได้กินก๋วยเตี๋ยวสูตรพริกกะเหรี่ยงที่เผ็ดมาก จนทางร้านต้องติดป้ายประกาศเตือน ได้กินสละลอยแก้ว หวานหอมชื่นใจ ผมได้เจอ “พี่สาว” ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงท่านหนึ่งในคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ ได้ฟังที่ไปที่มาของคำขวัญ “ตลาดมีชีวิต พิพิธภัณฑ์มีชีวา” ที่เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง ร่วมกันต่อสู้ สร้างสรรค์ ฟื้นฟู จนกระทั่งสามชุกกลับฟื้นคืนชีวิตได้อย่างน่าทึ่งน่านับถือ นับเป็นกรณีศึกษาที่ใครๆ ก็มาศึกษา ทั้งมาเรียนรู้เพื่อจะนำไปใช้ในชุมชนของตนบ้าง มีทั้งนักศึกษาที่ทำวิทยานิพนธ์

 ผมเองมาเที่ยวไม่น้อยกว่าสิบครั้ง เพราะชอบกินขนม ชอบกินก๋วยเตี๋ยว และชอบดูผู้คนมากหน้าหลายตา ซึ่งบางวันได้เจอดารานักร้องนับเป็นบุญตา

 ผมได้ฟังวีรกรรม การต่อสู้ของชุมชนที่ต่อต้านการรุกของ “ห้างยักษ์” ถึงแม้จะไม่ชนะในเกม แต่ก็ชนะใจผู้คน และทุกวันนี้ตลาดร้อยปีสามชุกยืนหยัดได้อย่างสง่าผ่าเผย 

 ย้อนกลับไปดูการสร้าง “รูปหล่อหลวงปู่ศุขที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ของวัดหัวสะพาน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ในการดึงดูดความสนใจของพุทธศาสนิกชนให้มา “เข้าวัด” นี่ก็นับว่าเป็นการต่อสู้ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นรูปแบบวิธีการที่เป็นที่นิยมแพร่หลายท้าทายให้ทำลายสถิติ

 จากตลาดสามชุก ผมและครอบครัวไปไหว้หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ ที่สุพรรณบุรี ลูกชายคนโตเสี่ยงเซียมซีได้รับคำทำนายไม่สู้ดีจึงเสี่ยงใหม่อีกครั้งจนได้สมปรารถนา ส่วนคุณตาเสี่ยงกี่ครั้งก็ได้หมายเลข 20 ซึ่งมีคำทำนายที่ทำให้ใจหวั่นไหวกังวล จึงต้องไปเสี่ยงทาย “ยกช้าง” ที่หลังพระวิหาร ซึ่งปรากฏว่าคุณตา “ยกขึ้น” (หญิงใช้นิ้วก้อยชายใช้นิ้วกลาง ช้างมีน้ำหนักประมาณ 20 กก.) ก่อนกลับผมพาลูกชายเดินชม (และอ่าน) ภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องขุนช้างขุนแผน ความยาวหลายสิบช่อง โดยเด็กชายของผมรู้สึกเศร้าเมื่อดูมาถึงตอนขุนแผนผ่าท้องนางบัวคลี่ เอาเด็กในท้องไปทำกุมารทอง

 จากวัดป่าเลไลยก์ เราแวะดูมังกรยักษ์ที่ศาลหลักเมือง ได้แต่ไหว้หลักเมือง และเสี่ยงเซียมซีโดยไม่เข้าชมพิพิธภัณฑ์ “แซ่จีน” ในอาคารมังกร เพราะเสียดายค่าเข้าชม (299 บาทต่อคน)

 ผลการเสี่ยงเซียมซีของคุณตาปรากฏว่าได้หมายเลข 20 อีกแล้ว ทำให้จิตใจของคุณตายิ่งหวั่นไหว ผมคิดอะไรไม่ออกตั้งสติไม่ทันจึงเดินไปซื้อลอตเตอรี่เลขท้าย 20 ให้คุณตาหนึ่งใบ (คู่) เพื่อให้คุณตามีความหวัง

 ภาพประกอบ “ศิลปะแห่งแผ่นดิน” ในตอนนี้ เป็นผลงาน “ศิลปะภาพถ่าย” ของพี่ชายที่เคารพซึ่งเปิดแสดงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ณ หอศิลปะจามจุรี มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ชื่อภาพ “พุทโธ พุทโธ่” ซึ่งภาพนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องที่ท่านอ่านอยู่นี้

 สำหรับผมคิดว่านี่เป็นภาพของ “การต่อสู้ที่พ่ายแพ้” จะไม่แพ้อย่างไรเล่าเมื่อถูกบั่นคอขาดน่าอนาถเพียงนี้ แต่การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุดครับ

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"