บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:ใครกันแน่หนอ... ที่ประมาท

ขบคิดขีดเขียน:ใครกันแน่หนอ... ที่ประมาท

17 มิ.ย. 2557

ใครกันแน่หนอ... ที่ประมาท? : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
 
          พี่คะ พี่คะ วันๆเห็นพี่เล่นแต่กายกรรม พี่ไม่ทำงานทำการเลยเหรอคะ??
 
          ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาโดนคำถามนี้เยอะมาก ทั้งที่มาในรูปแบบของการถามแบบดูเป็นหวังดี ถามแบบทีเล่นทีจริง (แต่จริง) ถามแบบตักเตือน หรือกระแนะกระแนโดยตรงไม่คงรูปแบบประโยคคำถาม บางคนถึงกับเอ่ยอย่างหวังดีว่า “แหมมมมมมม นี่ก็หวังดีนะ เห็นผู้จัดละครขึ้นมาเป็นดอกเห็ด หญิงยศมัวแต่ไปปีนผ้า ประมาทไปรึเปล่า??” ท้ายประโยคขึ้นเสียงสูงตามแบบฉบับผู้หวังดีทุกกระเบียดนิ้ว
 
          ทุกครั้งที่เจอคำถามนี้ หญิงยศจะยิ้มๆแต่ไม่ตอบคำถาม ทั้งๆที่อยากจะถามกลับไปเหลือเกินว่า “ใครกันแน่หนอที่ประมาท....”
 
          ช่วงที่ผ่านมา ยอมรับว่าเดินสายเยี่ยมคนป่วยกันจนเหนื่อยค่ะ เป็นโรคหนักบ้าง เบาบ้าง รักษากันไป ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาล ไม่ว่าจะโรงพยาบาลรัฐบาล หรือโรงพยาบาลเอกชนที่แพงหูฉี่ ทุกที่แน่นเอี๊ยตยิ่งกว่าศูนย์การค้า คนเดินกันจนหูตาลาย รถติดสนิททุกทางเข้าทางออก ห้องพักในโรงพยาบาลหายากยิ่งกว่าห้องพักในโรงแรมเสียอีก...มองย้อนกลับมาที่ตัวเอง ครั้งสุดท้ายที่หญิงยศนอนโรงพยาบาลนั้นคือเมื่อเกือบสิบปีมาแล้ว หลายคนอาจบอกว่าแหม.. พูดแบบนี้ประมาทนะ ไม่ใช่หรอกค่ะ หญิงยศพูดเพราะเราไม่ประมาทต่างหาก
 
          ยอมรับว่าเชื้อโรคและโรคภัยสมัยนี้มันเยอะแยะและแข็งแรง เวลามามันปุ๊บปั๊บรับโชค เรียกว่าเป็นโปรโมชั่นแรงเร็งตั้งรับกันไม่ทันเลยทีเดียว สุดท้ายหลายคนอาจโทษโชคชะตาที่พาให้เราต้องมารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แต่เชื่อไหมคะว่ามันคือผลพลอยได้จากการใช้ชีวิตของเราเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่โชคชะตาจะใจร้ายอะไรมากนักหรอกค่ะ ก่อนจะบอกว่าใครประมาทกับชีวิตอย่างไร ลองย้อนถามตัวเองดูบ้างไหมคะว่า เราเองก็ประมาทกับชีวิตอยู่หรือเปล่า เราทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงานและงาน เราเฮฮาปาร์ตี้เมื่อมีเวลาว่าง เราต้องสูบบุหรี่ มันเลิกไม่ได้จริงๆ ไม่ได้ติดหรอกแต่มันช่วยให้ถ่ายสะดวก เราดื่มเหล้าเสมอเมื่อต้องฉลองความสำเร็จ หรือไม่สำเร็จ หรืออกหัก หรือไม่อกหัก หรือเทศกาล หรือไม่เทศกาลหรือเปล่า เรากินอาหารอย่างเร่งรีบเพราะงานเรายุ่งเหลือเกินหรือเปล่า เรามีข้ออ้างว่าเราไม่มีเวลาออกกำลังกายหรือเปล่า 
 
          สุดท้ายแล้วเรามองเงาสะท้อนตัวเองในกระจกแล้วเรามีความสุขกับสิ่งที่เห็นหรือเปล่า เมื่อโรคภัยมาเยือน ต่อให้งานสำคัญมากแค่ไหน มีเงินเยอะมากแค่ไหน เราจะรู้ว่ามันไม่มีค่ามากพอที่จะแลกเอาสุขภาพที่ดีกลับมาได้เลย เมื่อเราเข้าสู่วัยทำงาน บอกตัวเองไว้ว่าเราไม่มีวันที่จะกลับไปเด็กอีกแล้ว จากนี้คือสังขารที่จะเริ่มต้นร่วงโรย เรามีหน้าที่ที่จะต้องดูแลมันให้ดีที่สุด โดยที่ไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น 
 
          หญิงยศโพสรูปออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเตือนว่าอย่าละทิ้งสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือสุขภาพร่างกายของเรา รองลงมาคือสามี ครอบครัวและเพื่อนฝูง ตามด้วยอาหารการกินที่ดี เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะช่วยประคับประคองให้เราได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราอยากจะใช้ ได้ทำงานที่เรารัก และช่วยให้เราห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลาย เพื่อนหญิงยศคนหนึ่งเพิ่งผ่าตัดเท้าจากอุบัติเหตุ เป็นคนอื่นอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นและกายภาพกันอยู่หลายเดือน แต่เพื่อนหญิงยศคนนี้ทันทีที่ตัดไหม เธอพุ่งตัวกลับเข้าสตูดิโอปีนผ้า มาทั้งรถเข็น แล้วเอื้อมมือดึงตัวขึ้นผ้าจากรถเข็นกันเลยทีเดียว ใจที่เข้มแข็งจากการเทรนร่างกายมานาน ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ออกกำลังกายมาอย่างสม่ำเสมอทำให้เธอไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ ทีนี้ขอถามกลับไปยังคนที่ชอบตั้งคำถามมาให้กระทบจิตใจคนอื่นบ้างค่ะว่า...
 
          “แน่ใจนะคะว่าตัวคุณเองไม่ได้ประมาทกับชีวิตเลย?”
 
.......................................
(หมายเหตุ ใครกันแน่หนอ... ที่ประมาท? : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)