บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'เสื่อม'

เล่นหูเล่นตา:'เสื่อม'

16 มิ.ย. 2557

'เสื่อม' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
 
          เมื่อก่อน ... นอนวันละไม่กี่ชั่วโมง ตะบี้ตะบันใช้สังขารอยากทำอะไรก็ทำ อยากกินอะไรก็กิน จะเจ็บจะไข้ก็หายเร็ว ร่างกายตื่นตัวราวกับว่าไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย    เป็นช่วงที่ร่างกายทำงานหนักกว่าสมอง ยังหนุ่มยังสาวไม่มีอะไรให้คิดมากมาย ไม่ต้องรีบร้อนยังมีเวลาเหลืออีกเยอะให้ลองผิดลองถูก จะทำผิดสักกี่ครั้งก็ยังมีเวลาให้แก้ตัว อย่างน้อยก็มีข้ออ้างให้น่าอภัยด้วยวัยที่ยังเด็ก ยังไม่รู้จักโลกดีพอ  ฉันอยากจะย้อนเวลากลับไปสัก 20 ปีที่แล้ว ให้ฉันได้มีความคิด การมองโลก และประสบการณ์ในแบบที่ฉันมีในวันนี้  ฉันคงทำอะไรดีๆ ให้กับชีวิตตัวเองและคนรอบข้างได้มากกว่านี้ ...    แต่ในความเป็นจริง ...  “เราต้องเอาความอ่อนวัยไร้เดียงสา แลกกับวัน เวลา และประสบการณ์ เพื่อให้ได้มาซึ่งการรู้จักตัวเองและโลกใบนี้” ความอ่อนเยาว์และความไร้เดียงสามันทำให้เรามีเรี่ยวมีแรง มีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ เพื่อหาคำตอบ  จะล้มสักกี่ครั้งก็ยังมีพลังที่จะลุกขึ้นทำสิ่งที่เราเชื่อซ้ำอีกครั้งแล้วครั้งเล่าจนกว่ามันจะประสบความสำเร็จ หรือหันหลังให้กับสิ่งนั้นแล้วไปหาสิ่งใหม่อย่างไม่ลังเลหรือเสียดาย … ในความไร้เดียงสา ข้อดีของมันคือ  “ความไม่รู้”   มันทำให้เรากล้ามองโลกสวย ผู้คนไม่มีพิษภัย อะไรๆ ก็เป็นไปได้ ข้อเสียของมันก็คือ  “ความไม่รู้” อีกนั่นแหละ! ความไร้ประสบการณ์ทำให้ทำผิดทำพลาด มองคนไม่ขาดและมองสถานการณ์ไม่ออก   สุดท้ายต้องเริ่มใหม่จากคำว่า  “โง่” ซึ่งฟังดูไม่เจ็บไม่ปวดเพราะยังเด็กเกินกว่าจะปฏิเสธมัน  เป็นเด็กโง่ก็ไม่เห็นจะแปลก ถ้าจะแปลกก็คงเป็นผู้ใหญ่แล้วยังโง่นี่แหละ!
 
          แต่เมื่อมันย้อนกลับไป 20 ปีที่แล้วไม่ได้ ฉันจึงต้องยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่ มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากไปกว่าเวลาที่เหลืออยู่น้อย ซึ่งทำให้ฉันไม่มีเวลาจะผิดพลาดอีกแล้ว! ข้อดีของความแก่ ก็คือ  “รู้ทันคน” มันทำให้เราสามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาได้อย่างแม่นยำ ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เรารู้จักมันดี ต่อให้ไม่รู้จักก็จะรู้ว่าควรเสี่ยงหรือไม่ควรเข้าไปยุ่งกับมัน ฉันไม่ชอบ  “ความเสี่ยง” หรือ  “เซอร์ไพรส์” ที่สร้างความแปลกใจใดๆ ที่ทำให้หัวใจเต้นแรง ถ้าจะแปลกใจก็แค่เรื่องราวความเจริญก้าวหน้าที่ไม่มีวันสิ้นสุดของคนช่างคิดเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์   มันน่าสนุกและเร้าใจดี คาดว่าหลังจากที่ฉันจากโลกนี้ไปแล้ว โลกและสังคมมนุษย์ก็จะยิ่งเปลี่ยนไป ยิ่งวัตถุเจริญมากขึ้นเท่าไหร่ จิตใจมนุษย์ก็จะยิ่งตกต่ำลงเท่านั้น ผู้คนอาจไม่เชื่อในศาสนา นอกจาก  “ตัวเอง!” ประชากรที่มากขึ้นมาพร้อมกับความต้องการที่มากขึ้น ฉันไม่รู้ว่าโลกเก่าแก่ใบนี้จะมีความอดทนต่อความโลภและเห็นแก่ตัวของมนุษย์ได้อีกนานแค่ไหน ผลที่ตามมาคงไม่สวยเท่าไหร่ แต่ช่างเถอะเวลานั้นฉันไม่สามารถรับรู้อะไรได้แล้ว แต่ก่อนที่จะลาโลกไป ฉันก็แค่อยากจะทะนุถนอมโลกใบนี้ไว้ให้นานๆ เพื่อคนรุ่นต่อไปอีกสัก 2 - 3 รุ่นก็เท่านั้น แม้จะไม่ชอบความเสี่ยงและความแปลกใจ  แต่ฉันก็ยังต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นการท้าทายและพัฒนาสมอง    ดูในทีวีเขาบอกว่าคนเราต้องทำสิ่งใหม่ๆ บ้าง เพื่อพัฒนาศักยภาพในตัวเรา ไม่งั้นเราจะยิ่งโง่ลงๆ เพราะไม่มีอะไรมากระตุ้นสมองเราให้คิดและทำในสิ่งที่ต่างออกไป  อย่างฉันแม้จะร้องเพลงเป็นงานหลัก แต่ก็ยังหันไปเขียนหนังสือ เป็นพิธีกร (รายการ VVIP) นั่นไม่ใช่เพราะเงินแน่นอนเพราะรายได้เหล่านั้นน้อยกว่าการร้องเพลงมากนัก แต่มันท้าทายดี ทำให้เราคอยถามตัวเองอยู่เสมอว่า  “ฉันทำได้ใช่มั้ย?” ฉันไม่โง่นักใช่มั้ย? เมื่อทำซ้ำๆ มันก็จะเกิดความชำนาญขึ้นมา    นั่นแหละเราเรียกว่า  “พัฒนาการ”  ไม่ใช่เอ๊ะอะอะไรก็จะ  “คลองตัน” มันร่ำไป ทำไม่ได้ ไม่ชอบ ไม่ใช่ฉัน ซึ่งคำอ้างเหล่านี้ไม่แน่ใจว่า  “โง่” หรือ  “ขี้เกียจ” กันแน่ ฉันไม่ใช่คนเก่ง แต่ฉันอยู่เฉยๆ ไม่เป็น ฉันเป็นคน  “ขยัน” และ  “พยายาม” ประกอบกับมีเพื่อนดีๆ คอยสนับสนุน มีโอกาสที่ผู้ใหญ่ใจดีหยิบยื่นให้เป็นครั้งคราว นั่นแปลว่า แต่ละครั้งต้องเข้าเป้าทุกครั้ง ซึ่งจะเรียกว่า  “สำเร็จ” งานมันก็จะตามมาเรื่อยๆ … ฉันไม่มีแบบแผนในความสำเร็จ รู้แค่ว่าโอกาสแต่ละครั้งที่ได้อาจเป็น  “ครั้งเดียว” หรือ  “ครั้งสุดท้าย” ในชีวิต ดังนั้น  “ทำถวายชีวิตซะ!” ทำให้เหมือนกับว่าไม่มีพรุ่งนี้เพราะถ้าทำไม่สำเร็จก็แปลว่าไม่มีพรุ่งนี้ ไม่มีอนาคต! ฉันทำงานด้วย  “ความกลัว” มากกว่า  “ความสุข” แต่ความกลัวของฉันไม่ถึงขั้นนอยด์-ประสาทแดก! ความกลัวมันช่วยเตือนให้ฉันไม่ประมาทและไม่หลงตัวเอง ต้องหมั่นฝึกซ้อมจนกว่าจะกลายเป็นความเคยชินแล้วมันจะเป๊ะเอง!
 
          แม้ตอนนี้ฉันจะมีประสบการณ์ มีความแม่นยำในการทำสิ่งต่างๆ   แต่ถ้ามันจะไม่สำเร็จก็เพราะ  “สังขาร” นี่แหละ! ตอนสาวร่างกายเต็มร้อยแต่ประสบการณ์น้อย พอตอนแก่ร่างกายเสื่อมแต่ประสบการณ์สูง ร่างกายกับประสบการณ์เป็นสมการผกผันกัน ความสามารถในการใช้เสียงคือทักษะที่เสื่อมไปตามวัย ไม่จำเป็นฉันก็จะไม่แผด 8 หลอด อย่าว่าแต่เสียงที่จะเสื่อมเลย สมองก็เริ่มไปแล้ว จอดรถไว้ตรงไหนยังจำไม่ค่อยได้ เดินหายังกับควายหาย! กินข้าวเสร็จกินยาตาม ผ่านไปสักพัก เอ๊ะ! ฉันกินยารึยังเนี่ย เอ่อ … แล้ววันนี้ถ่ายรึยัง? ลืมงี้! ต่อไปอย่ามาถามว่า จะมีผัวอีกมั้ย? เพราะถ้ามีคงถามว่า  “แกเป็นใคร” ตอนตื่นขึ้นมาเจอมัน … ตอนนี้ปวดหลัง ปวดเอว ข้อขา - ข้อเข่าเริ่มเสื่อม สายตายาวอ่านหนังสือก็ต้องใส่แว่น เวลานอนก็ปวดตัวปวดกระดูกกระเดี้ยว ต้องกินยาบำรุงกระดูก บำรุงสมอง บำรุงสายตา ต้องคอยไปหาหมอตรวจโน่นตรวจนี่ … ตายดีกว่าค่ะ  “จะได้ไม่เป็นภาระลูกหลาน” คำขวัญประจำใจในเน็ตถ้าฉันแก่ไปกว่านี้! เมื่อกินอยากกินอะไรแพงๆ ไม่มีปัญญาซื้อกิน ทั้งๆ ที่ร่างกายตอบรับอาหารมาก  แต่พอตอนนี้มีปัญญาซื้อแต่ไม่มีปัญญาจะกินเพราะไอ้นั่นก็หวานไป    ไอ้นี่ก็มันไป เดี๋ยวคลอเรสเตอรอลสูงจะเป็นเบาหวาน ความดัน หัวใจ มาแบบแฟมมิลี่เซ็ตเลยค่าคู้ณ! นี่ยังไม่นับก้นห้อย แก้มย้อยเป็นหมาพันธุ์บูลด็อก นี่ถ้าไม่มีโบท็อกซ์ฉันคงไม่ร้องเพลง รับเล่นแต่หนังผีแล้วล่ะ 
 
          ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่สังขารเสื่อม   คนรอบๆ ข้างฉันโดยเฉพาะ     โก้ มิสเตอร์แซกแมน กล้ามเนื้อที่ฝ่าเท้าอักเสบ เดินเป็นเป๋ห่าวอยู่ตอนนี้ อายุน้อยกว่าฉัน 6 - 7 ปี มีโรคประจำตัวคือเก๊าต์  ร่ำๆ จะตามมาด้วยความดัน มองภายนอกดูแข็งแรงยังกะหมีขั้วโลก หิ้วแซกทีละ 3 ตัว ไปโชว์ต่างประเทศ 10 - 20 วัน บางทีเกือบเดือน เดินหิ้วไปห้อยมาทั้งวัน แล้วเป็นไง … ร่วง! ตอนนี้เดินไปไหนมาไหนก็ต้องใช้ไม้ค้ำ เป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้พบเห็น อย่าให้เขาหยุดยืนใต้สะพานเพราะจะมีคนใจดีโยนเศษตังค์ให้! … กำลังอยู่ในช่วงเดินสายโปรโมทซิงเกิ้ลใหม่  “ศาลาคนเศร้า” (ยังจะทำอีก!) เจ็บเท้าก็ยังไม่หยุด เขาตั้งใจทำอะไรแล้ว สุดชีวิต! ลองฟังดู กด *1238765 แล้วนึกภาพพี่โก้ตอนนี้ดู ถ้าไม่เศร้ามากก็จะต้องขำมากจนน้ำตาเล็ด! … น่าสงสารคนที่ต้องยืนทำมาหากินทุกคน พอเข้าหลัก 4 สังขารจะเสื่อมโทรมเร็วมาก โดยเฉพาะกระดูก … ก็ต้องรับสภาพกันไป ใช้ประโยชน์มันแล้วพอมันเสื่อมก็ต้องซ่อมบำรุงกันเมื่อถึงเวลา …
 
          ถ้าย้อนกลับไปตอนเริ่มร้องเพลงใหม่ๆ ได้ ฉันจะนั่งร้องมันทุกที่ จ้างให้ก็ไม่ยืน แต่จะดูเป็นเท้าแชร์ประกาศดอกตอนกินโต๊ะแชร์มากกว่านักร้องมะ! … ถ้าฉันจะถนอมตัว ถนอมเสียง ถนอมเวลาและทุกๆ อย่าง … ก็คงไม่มีเจนนิเฟอร์ คิ้ม ในวันนี้เพราะความสำเร็จต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยยากและทุ่มเท … ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ในชีวิต แม้แต่ผู้ชายมะ!  
 
.......................................
(หมายเหตุ 'เสื่อม' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)